25 July, 2016
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

 

ซื้อรถมือสองอย่างไร ไม่ให้โดนหลอก สามารถตรวจเช็คเองได้หรือไม่ หรือต้องพาช่างผู้ชำนาญการไปดูให้ กลายเป็นเรื่องที่ผู้สนใจซื้อรถมือสองวิตกกังวลอยู่ไม่น้อย ว่ากันไปแล้ว ในปัจจุบันนี้ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด สามารถตรวจสอบได้ง่าย โดยเฉพาะกับกลุ่มที่ประกาศขายผ่านตามหน้าเว็บไซต์

โดยผู้จะซื้อรถมือสองจะต้องมีความละเอียดรอบครอบเป็นพิเศษ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นรหัสเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง บรรดาอุปกรณ์ต่าง ๆ ของรถยนต์รุ่นที่ท่านสนใจ บางคนเอารถรุ่นล่าง ๆ มาแล้วหาอุปกรณ์มาตกแต่งให้เป็นรุ่นที่สูงขึ้น เพื่อจะอัพราคาค่าตัวที่เพิ่มขึ้นกว่ารุ่นปกติ ซึ่งในเคสแบบนี้ถ้าคนขายเขาบริสุทธิ์ใจจะแจ้งให้ผู้ซื้อทราบเลย ถ้าถูกใจก็ว่ากันไป แต่บางครั้งเห็นผู้ซื้อต้องการได้อย่างแรง ก็แกล้งลดราคาให้ต่ำกว่าราคาตลาดเพื่อรีบปล่อยรถ

เมื่อทำการบ้านหารายละเอียดของตัวรถที่อยากได้เรียบร้อยแล้ว มาดูวิธีเช็คกันแบบง่าย ๆ กันดู

เช็คเอกสารติดรถ อันนี้เป็นการป้องกันการย้อมแมวได้เป็นอย่างดี จะได้รู้ประวัติของรถ ถ้าเป็นรถที่มีประวัติตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่ออกโชว์รูม (ซึ่งส่วนใหญ่จะหาได้ยาก เพราะเปลี่ยนมือทีก็ย้ายทะเบียนเปลี่ยนตลอด) ให้ดูเลขไมล์ระยะทางรวม เมื่อเทียบกับปีที่จดทะเบียน ถ้าน้อยกว่าปกติ ก็ควรสอบถามกับเจ้าของรถถึงการใช้งานให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้ามีสมุดแจ้งการเข้าศูนย์บริการติดรถมาด้วยจะยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี

ตัวถังรถ ในยุคนี้ต้องดูกันอย่างละเอียดทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นห้องเครื่องยนต์ จะต้องไม่มีร่องรอยการซ่อมจากอุบัติเหตุหนัก ให้สังเกตจากจุดเชื่อม หรือร่องรอยการทำสีมาใหม่และสีจะเพี้ยนจากสีนอกตัวรถ รวมถึงฝากระโปรงด้านท้ายด้วย ถ้าเป็นไปได้ควรใช้แม่แรงยกรถดูใต้ท้อง จุดยึดรอยต่อพื้นใต้ท้องจะต้องไม่มีสนิมมากกว่าจนเกินไป หรือมีรอยผุ ให้คาดไว้เลยว่าผ่านการจมน้ำหรือจอดในน้ำท่วมขังมา ถ้าจะสังเกตง่าย ๆ ให้ดูจุดยึดช่วงล่างทั้งหน้าและหลัง ถ้ามีรอยสนิม และคราบสิ่งสกปรกบนบรรดาลูกยางทั้งหลายที่ผิดเพี้ยนจากการใช้งานปกติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคล้ายคาบน้ำมัน หรือจารบี แต่ถ้าเป็นสีโคลนยางแตกเป็นสะเก็ด อาจเกิดจากจอดแช่น้ำไว้นาน

เช็คเครื่องยนต์รถมือสองอย่างละเอียด รหัสเครื่องยนต์ รอยยึดกาว คราบสนิม

ห้องเครื่องยนต์ นอกจากดูรหัสเครื่องยนต์ให้ตรงกับรุ่นรถแล้ว ให้ดูบรรดาหัวน็อตต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ และชุดเกียร์ ถ้าจอดแช่น้ำที่ไม่สูงมากแค่ปริ่มขอบยางล้อด้านล่างจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่ถ้าท่วมแบบมิดฝากระโปรง จะต้องถอดเครื่องมารื้อระบบทำความสะอาดใหม่หมด และประกอบกับเข้าไปใหม่ ให้สังเกตที่น็อตยึดตามฝาสูบ เสื้อสูบ จะมีรอยถอดออกมา รอยทากาวยึดน็อตจะไม่เหมือนเดิม รวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ในห้องเครื่องไม่ว่าจะเป็นพลาสติกกระปุกน้ำพัดลมต่าง ๆ จะมีรอยคราบ และแตกด้าน ไดสตาร์ท หม้อน้ำ รังผึ้งแอร์ จะมีคราบสนิมมากกว่าปกติ

ระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นล็อครถ เปิด-ปิด กระจกหน้าต่างรถ ปรับกระจกมองข้างไฟฟ้า สวิตช์เปิดสัญญาณไฟต่าง ๆ ถ้าทำงานติดขัด หรือติดบ้างไม่ติดบ้าง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่ารถเคยจมน้ำมา เพราะระบบไฟฟ้าเหล่านี้ถ้าโดนน้ำเป็นอันเสร็จทุกราย จะแก้ไขได้จะต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่หมดเท่านั้น และการทำงานผิดปกติจะแตกต่างกับการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน

 

 

ห้องโดยสาร เริ่มจากดูร่องรอยมีการถอดพรมออกมาหรือไม่ ถ้ามีการถอดพรมออกมา ให้ดูพื้นใต้พรมจะมีคราบสนิม กับคราบน้ำโคลนเกาะตามจุดยึด แสดงว่าผ่านการจมน้ำมา รวมถึงวัสดุภายในห้องโดยสาร จะแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ผู้ขายจะลงน้ำยาขัดมันเงางามก็ตาม ที่สำคัญคือกลิ่นภายในห้องโดยสาร ต่อให้ถอดพรม เบาะออกมาล้าง เสียเงินเกือบหมื่น กลิ่นจากรถจมน้ำนั้นหายยากมาก รวมถึงกลิ่นเวลาเปิดเครื่องปรับอากาศในรถ เป็นอีกจุดที่ต้องระวังกันให้ดี

ผู้สนใจซื้อรถมือสองคงจะสบายใจกันมากขึ้น จุดหลัก ๆ ที่อยากให้ดูถ้ากลัวรถย้อมแมว หรือรถที่จมน้ำมา ก็คงไม่พ้นประเด็นเหล่านี้

“รู้ใจ” พร้อมคุ้มครองรถมือสองของคุณ โทรฯปรึกษาเราที่ 02 117 2222 หรือเช็คเบี้ยประกันรถ เรามีโปรโมชั่นต้อนรับคุณเสมอ
เป็นเจ้าของประกันภัยชั้น 1 แบบสบายๆ กับ “รู้ใจ” ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ แบ่งชำระเบาๆ ดอกเบี้ย 0% 10 เดือน เริ่มต้นเพียงเดือนละ 500 กว่า เริ่มคุ้มครองทันที การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีรถเสีย ฟรี 1 ปี คลิกเช็คเบี้ย! และซื้อประกันชั้น 1 กับรู้ใจ.com เลยวันนี้

โทร 02 117 2222

แชร์บทความนี้บน: