20 November, 2015
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:
  1. ไม่มีใบขับขี่ ประกันภัยรถยนต์จ่ายหรือไม่ อย่างไร

หากผู้ขับขี่ขณะเกิดอุบัติเหตุไม่เคยได้รับใบอนุญาตใบขับขี่ อาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันปฏิเสธความคุ้มครองได้บางส่วน โดยต้องแยกพิจารณาความคุ้มครองเป็นหมวดๆ ไป มีกรณีที่สำคัญดังนี้ ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอก คุ้มครอง ประกันต้องจ่ายค่ารับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกทั้งต่อร่างกาย และทรัพย์สิน เต็มจำนวน และไม่สามารถเรียกเงินจากผู้เอาประกันได้, ความคุ้มครองความเสียหายรถคันเอาประกัน กรณีเป็นฝ่ายถูก คุ้มครอง, ความคุ้มครองความเสียหายรถคันเอาประกัน กรณีเป็นฝ่ายผิด ไม่คุ้มครอง, ความคุ้มครองความเสียหายรถคันเอาประกัน กรณีเป็นฝ่ายผิด แต่เป็นกรมธรรม์แบบระบุผู้ขับขี่ และผู้ขับขี่ตอนเกิดอุบัติเหตุเป็นผู้ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ คุ้มครอง เนื่องจาก กรมธรรม์แบบระบุผู้ขับขี่ ให้ถือว่าบริษัทประกันภัยรถยนต์ได้พิจารณาความสามารถของผู้ขับขี่ที่ระบุไว้ดีแล้ว ตอนรับทำประกันรถ แต่ทั้งนี้ในทางปฏิบัติ บริษัทประกันรถจะขอเอกสารใบขับขี่ของผู้ที่ต้องการระบุเป็นผู้ขับขี่ ก่อนทำประกันอยู่แล้ว และความคุ้มครองกรณีรถหาย น้ำท่วม คุ้มครอง เนื่องจากความสามารถในการขับขี่ของผู้ขับขี่ ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงภัยกรณีเหล่านี้

 

 

  1. ติดตั้งโครงเหล็กหลังคาเพิ่ม ต้องแจ้งประกันหรือไม่

รถกระบะที่ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ไว้ ภายหลังนำไปติดตั้งโครงเหล็กหลังคา และไม่ได้แจ้งกับบริษัทรับประกัน หากเกิดเหตุได้รับความคุ้มครองส่วนของโครงเหล็กหลังคาหรือไม่ กรณีเช่นนี้ โครงเหล็กหลังคาที่ติดตั้งภายหลังได้ทำประกันแล้ว หากเกิดเหตุเสียหาย ผู้รับประกันต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเอง กรณีต้องการให้บริษัทรับประกันคุ้มครองด้วย ต้องแจ้งให้บริษัทรับประกันทราบ และทางบริษัทรับประกันส่วนมากจะแนะนำให้เพิ่มราคาประกันภัยรถยนต์และเบี้ยประกันให้คุ้มครองส่วนนี้ด้วย

  1. นำรถไปใช้ลากจูงเกิดอุบัติเหตุใครรับผิดชอบ

รถยนต์ A ทำการลากจูงรถยนต์ B ที่เครื่องยนต์ขัดข้องไม่สามารถขับเคลื่อนได้ โดยใช้เชือก โซ่ หรื่ออื่นๆ ระหว่างที่กำลังลากจูงนั้น เชือกขาดรถยนต์ B ไหลไปชนทรัพย์สินบุคคลภายนอกเสียหาย กรณีเช่นนี้ผู้ขับรถยนต์ A ที่เป็นคันลากจูงเป็นฝ่ายผิด จะต้องเป็นผู้ชดใช้ความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยบริษัทรับประกันภัยของรถยนต์ A ไม่ต้องจ่ายสินไหมทดแทนเนื่องจากเป็นข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุไว้ว่า การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครอง การใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูง หรือถูกผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน ความเสียหายของรถยนต์ B หากทำประกันชั้น 1 บริษัทรับประกันภัยของรถยนต์ B เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากรถยนต์ B ถูกลากจูงจึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ แต่เนื่องจากรถยนต์ B ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดตามกฎหมาย ดังนั้นบริษัทรับประกันภัยของรถยนต์ B สามารถไปเรียกร้องความเสียหายจากผู้ผิดต่อได้คือ ผู้ขับรถยนต์ A

insurance-10-tips-photo2

  1. ถูกยิงเสียชีวิตในรถ ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์หรือไม่

กรณีถูกยิงบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในรถ จะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์หรือไม่ แยกพิจารณาตามประกันภาคบังคับและประกันภาคสมัครใจ คือ กรณีประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ ไม่ได้รับความคุ้มครอง เพราะไม่ได้เป็นเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิตที่เกิดจากการใช้รถ กรณีประกันภาคสมัครใจ เช่น ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1, 2+, 3+ และชั้น 3 จะได้รับความคุ้มครองตาม เอกสารแนบท้าย (หากมี) คือ กรณีเสียชีวิตได้รับความคุ้มครองตาม ร.ย.01 การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล กรณีบาดเจ็บได้รับความคุ้มครองตาม ร.ย.02 การประกันภัยค่ารักษาพยาบาล

  1. ติดแก๊ส LPG หรือ NGV แล้วต้องแจ้งประกันหรือไม่

ทำประกันและแจ้งการติดตั้งแก๊สแล้ว เมื่อเกิดเหตุวินาศภัยขึ้นจะได้รับความคุ้มครองตัวรถรวมถึงถังแก๊สด้วย ไม่ว่าเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก ประกันจะจัดการส่วนนี้ให้

ทำประกันแต่ไม่มีการแจ้งการติดตั้งแก๊ส หากเกิดเหตุเป็นฝ่ายถูกสามารถเรียกร้องกับคู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายต่อถังแก๊สได้ด้วยตัวเอง บริษัทรับประกันจะไม่สามารถช่วยเรียกร้องได้ หากเป็นฝ่ายผิดต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชุดอุปกรณ์แก๊สเอง

  1. ติดแก๊สแล้วยังไม่แจ้งประกัน ต่อมาเกิดไฟไหม้รถเสียหาย ได้รับความคุ้มครองอย่างไร

ประกันจะจ่ายสินไหม ตามความคุ้มครองในตารางกรมธรรม์ส่วนของ จำนวนเงินเอาประกันรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ (ความคุ้มครองนี้มีเฉพาะประกันชั้น 1 และ 2+) แต่จะไม่จ่ายความเสียหาย ชุดอุปกรณ์แก๊ส เพราะถือว่าเป็นชุดแต่งเพิ่มเติม หากมีการติดตั้งแก๊ส LPG หรือ NGV ควรแจ้งให้บริษัทประกันภัยทำราคาประกันภัยรถยนต์หรือเบี้ยประกันคุ้มครองเพิ่มเติม สามารถแจ้งผ่านตัวแทน นายหน้าหรือ โดยตรงไปที่บริษัทรับประกันภัยก็ได้ เอกสารที่ใช้คือ รายการจดทะเบียนที่แจ้งเปลี่ยนแปลงประเภทเชื้อเพลิงแล้ว ใบเสร็จค่าติดตั้งชุดอุปกรณ์แก๊ส

insurance-10-tips-photo3

  1. เคลมสดเคลมแห้งแตกต่างกันอย่างไร

เคลมสด คือ เคลมที่ต้องการพนักงานออกตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ เช่น รถชนรถมีคู่กรณี หรือมีผู้บาดเจ็บ รถประกันหรือรถคู่กรณีเสียหายมาก ซึ่งเคลมประเภทนี้ ผู้ขับขี่รถคันเอาประกันหรือรถคู่กรณีจะได้รับใบหลักฐานในการติดต่อค่าเสียหายจาก พนักงานเคลม ซึ่งสามารถนำไปติดต่อซ่อมที่อู่ในเครือของบริษัทฯได้ทันที

เคลมแห้ง คือ เคลมที่ไม่ต้องการพนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุออกตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ เช่น รถประกันเสียหายเล็กน้อยและไม่มีคู่กรณี ซึ่งเคลมประเภทนี้ ผู้เอาประกันสามารถนำรถคันเอาประกันเข้าไปติดต่อซ่อมที่อู่ในเครือของบริษัทฯ ได้ตลอดเวลาที่ผู้ ขับขี่สะดวก แต่ทั้งนี้ต้องก่อนกรมธรรม์หมดอายุ

  1. ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครองภัยก่อการร้าย

โดยทั่วไป ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเกือบทุกบริษัทจะไม่คุ้มครองและไม่จ่ายสินไหมทดแทน หากเหตุเกิดจากภัยก่อการร้าย หลายคนยังมีความเข้าใจว่าประกันชั้น 1 ช่วยคุ้มครองรถผู้เอาประกันทุกกรณี และเมื่อเกิดความเสียหายเนื่องจากภัยก่อการร้ายไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ก็คิดว่าจะเรียกสินไหมทดแทนได้ แต่ความเป็นจริงแล้วตาม เอกสารแนบท้าย รย.30 จะมีรายละเอียดเรื่องการยกเว้นระบุไว้อยู่ จึงควรระวังเรื่องการใช้รถยนต์ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการก่อการร้าย และเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้น จนรถเสียหายหนัก ไม่สามารถใช้งานได้อีกก็ทำได้อย่างเดียว คือ  ยกเลิกกรมธรรม์ เอาเบี้ยประกันส่วนที่เหลือคืน โดยบริษัทประกันจะจ่ายคืนตามอัตราที่ราคาประกันภัยกำหนดไว้

  1. ทุนประกันเท่าไหร่ จึงเหมาะสม

สำหรับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทุนประกันที่เหมาะสม คือประมาณ 80% ของราคารถ ณ ปัจจุบัน เช่น หากราคารถปัจจุบันอยู่ที่ 500,000 บาท ทุนประกันที่ควรทำคือ 400,000 บาท ทั้งนี้ทุนประกันสามารถยืดหยุ่นได้เล็กน้อย กรณีที่นำรถไปติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษมูลค่ารวมกันเกิน 20,000 บาท เช่น ล้อแมกซ์ เครื่องเสียง หลังคากระบะ ถังแก๊ส ฯลฯ ควรแจ้งให้บริษัทประกันทราบก่อนทำประกัน เพื่อเพิ่มทุนประกันให้เหมาะสม และคุ้มครองความเสียหายของอุปกรณ์ตกแต่งด้วย

  1. ชื่อผู้เอาประกัน กับ ผู้ใช้รถจริงเป็นคนละคนกัน ประกันคุ้มครองหรือไม่

อผู้เอาประกันควรเป็นชื่อเจ้าของตามรายการจดทะเบียนรถ แต่ความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์นั้นติดไปกับตัวรถ ไม่ได้ติดกับตัวผู้เอาประกัน เช่น ในกรณีที่มีการขายรถต่อไปแล้ว ความคุ้มครองก็ยังมีผลอยู่จนกว่ากรมธรรม์จะหมดอายุ ดังนั้นในการใช้งานจริง ใครขับก็ได้รับความคุ้มครองเหมือนกัน (แต่ทั้งนี้ต้องมีใบขับขี่ ไม่เมา ฯลฯ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

เพราะเรารู้ว่าคุณรักรถมากแค่ไหน “รู้ใจ” จึงให้คุณเลือกซ่อมได้ตามอู่ซ่อมรถยนต์แนะนำของรู้ใจดอทคอม พร้อมรับประกันงานซ่อม นานสูงสุดถึึง 12 เดือน เช็คเบี้ยวันนี้ รับฟรี! บัตรเติมน้ำมัน ปตท. 500 บาท

โทร 02 117 2222

แชร์บทความนี้บน: