27 April, 2017
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง คือการขับรถชนคนบนท้องถนนจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ‘รู้ใจ’ เข้าใจถึงความรู้สึกกดดัน ความตื่นตระหนก และความกังวลเพราะไม่รู้จะเริ่มทำอะไรก่อนดี อีกทั้งสถานการณ์นี้อาจทำให้คุณขาดสติหรือขับรถหนีไปเลย ซึ่งไม่เป็นผลดีกับคุณในภายหลัง เพราะกฎหมายถือว่าผู้หลบหนีคือผู้กระทำความผิดและอาจโดนจำคุกถึง 10 ปี เราจึงรวบรวมข้อกฎหมายและการปฏิบัติตัวที่ทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากการขับรถชนคน

ก่อนอื่นคุณต้องรวบรวม ‘สติ’ แล้วทำตามขั้นตอนจากนี้

1.ลงไปดูสถานการณ์

สิ่งแรกที่ควรทำก็คือการลงไปดูแลผู้บาดเจ็บเพื่อประเมินสถานการณ์ และรีบโทรแจ้งบริษัทประกัน หากคนที่คุณขับรถชนมีอาการบาดเจ็บจากกระดูกหักหรือมีเลือดออกมาก ให้รีบประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเพื่อส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาในโรงพยาบาลใกล้เคียง แต่หากหมดสติ ชัก หรือได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องรอรถพยาบาลหรือรถกู้ภัย ห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเองเป็นอันขาด หลังจากนั้นให้คุณโทร.หาครอบครัว เพื่อนหรือคนรักเพื่อให้เขามาอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้คุณ และหากผู้โดนชนเสียชีวิตให้ประสานงานกับมูลนิธิต่างๆ ที่เข้ามาเก็บภาพผู้ตาย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในภายหลัง

2.ยอมรับสารภาพและแสดงความรับผิดชอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ คุณควรให้ความร่วมมืออย่างดี และยอมรับสารภาพสำหรับการลดหย่อนโทษ เพราะในสถานการณ์นี้คุณยังไม่ใช่อาชญากร ตราบใดที่คุณยังไม่ขับรถหนี สำคัญที่สุดเราต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการขับรถชนคนมีความผิดทางแพ่งและอาญา หากพิสูจน์ว่าเป็นความผิดครั้งแรกและเกิดจากความประมาท ศาลจะให้รอลงอาญาหรือให้โอกาสคุณได้ปรับตัวใหม่ในการขับขี่รถ ส่วนทางแพ่งให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการชดใช้ค่าเสียหาย ค่าทำขวัญ ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าทำศพ เพื่อแสดงความมีน้ำใจและคุณธรรม พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากความประมาทของเราอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

3.ข้อกฎหมายควรรู้

แม้กฎหมายอาญามาตรา 291 ระบุโทษสำหรับคนที่ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท หากแต่ในความเป็นจริงคุณมีสิทธิ์ในการยื่นขอประกันตัว ขอแค่รถของคุณมีประกันภัยคุ้มครองรับรองอุ่นใจ โดยกรณีที่กรมธรรม์คุ้มครองคนขับรถด้วยบริษัทประกันจะนำหลักทรัพย์มาประกันตัวให้ผู้ขับขี่ (ปกติอยู่ที่ 2 แสนถึง 3 แสนบาท) ถ้ากรมธรรม์ไม่ได้คุ้มครองในส่วนประกันตัวคนขับ หรือจำนวนเงินของกรมธรรม์ที่ซื้อไว้ไม่พอ คุณจำเป็นต้องหาหลักทรัพย์มาประกันตัวเพิ่ม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นคนกำหนดมูลค่าของหลักทรัพย์อยู่ที่ 150,000 บาทสำหรับรถส่วนบุคคล ส่วนรถรับจ้างอยู่ที่ 200,000-250,000 บาท

4.ดูแลผู้บาดเจ็บให้เหมือนญาติสนิทของคุณ

ในวันที่ฝันร้ายมาเยือน คุณต้องดูแลผู้ที่ประสบเหตุและครอบครัวด้วยใจที่มีเมตตาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขอยกตัวอย่างจากในละคร “คลื่นชีวิต” หลังจากมิสจี ขับรถชนคนตาย เธอก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตไม่ต่างอะไรกับญาติสนิท เพราะเธอเข้าใจถึงการสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งจากความประมาทของตัวเอง ดังนั้นไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณจะมีสาเหตุจากอะไรก็ตาม การดูแลเยียวยาจิตใจของผู้ประสบเหตุและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ควรหมั่นไปเยี่ยมเยียนพร้อมของฝากในระหว่างที่เขารักษาตัว อีกทั้งตำรวจจะเห็นถึงความจริงใจที่จะแสดงความรับผิดชอบของคุณ และเขียนลงในบันทึกประจำวันว่า “ผู้ขับขี่ได้บรรเทาทุกข์เบื้องต้นอย่างใส่ใจและครบถ้วนจนทำให้ผู้บาดเจ็บพอใจในระดับหนึ่ง” เมื่อคดีถึงชั้นศาลจะทำให้คุณได้รับการยืนยันว่า “จำเลยได้สำนึกผิดและให้การช่วยเหลือด้วยดีมาโดยตลอด”

 

 

สำคัญที่สุดต้องมีสำนึกรับผิดชอบ คุณธรรม และเมตตาธรรมต่อผู้อื่น รวมถึงมีประกันภัยรถยนต์ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์อย่าง ‘รู้ใจ’ เท่านี้ก็ช่วยให้คุณอุ่นใจมากขึ้น เราการันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที โทร. 02 582 8888 หรือคลิกเช็คเบี้ยประกันภัยรถ www.roojai.com

โทร 02 582 8888

แชร์บทความนี้บน: