19 March, 2017
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

ขึ้นชื่อว่าคราบสกปรกแน่นอนไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับรถตัวเอง ซึ่งในความเป็นจริงบนสภาวะแวดล้อมที่เราต้องใช้รถกันอยู่ทุกวันนั้นคงจะเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ ทั้งสิ่งสกปรกทั่วไปที่ล้างออกได้ไม่ยากไปจนถึงคราบฝังแน่นซึ่งยากที่จะขจัดมัน ที่สำคัญอาจยังทิ้งรอยด่างพร้อยไว้เป็นที่ระลึกบนสีรถคุณอีกต่างหาก ซึ่งวันนี้เรามี 5 สุดยอดคราบที่คุณต้องระวังและต้องรีบกำจัดออกให้ไว..มิฉะนั้นอาจต้องเสียใจภายหลังได้

1. คราบขี้นก ซึ่งผมยกให้เป็นเบอร์ 1 ที่ทุกคนต้องพบเจอกันมากที่สุดและเป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้จริงๆ วันไหนเจอรอยเล็กถือว่าโชคดีไป แต่วันไหนโชคร่้ายไปเจอกับนกท้องเสียหรือกองทัพนกบนสายไฟยาวที่กระหน่ำทิ้งบอมใส่รถคุณ วันนั้นถือเป็นวันซวยสุดๆเลยก็ว่าได้ ถ้าถามผมว่าเหตุใดเราจึงต้องรีบกำจัดคราบขี้นกออกจากรถ “มันร้ายแรงขนาดไหนกัน” อธิบายให้เข้าใจง่ายๆคือ “ขี้นก” นั้นมีฤทธื์เป็นกรดซึ่งถ้าทิ้งไว้นานมันจะกัดแลคเกอร์สีรถและทำให้รถคุณด่างเป็นจุดๆและไม่เงานงามเหมือนเดิม

วิธีกำจัดคราบขี้นก : สำหรับวิธีกำจัดคราบขี้นกนั้นไม่ใช่เรื่องยากถ้าไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน ถ้าเป็นคราบใหม่บางทีล้างแค่น้ำสะอาดหรือน้ำยาล้างรถทั่วไปก็น่าจะออก ที่สำคัญไม่ควรนำผ้าหรือใช้มือไปขูดหรือขัดออกแรงๆ เพราะในขี้นกจะมีเศษสิ่งปฏิกูลมากมายที่อาจทำให้ให้รถคุณเกิดรอยขีดข่วนได้ ถ้าติดแน่นจริงนี้ให้เอาผ้าชุปน้ำแล้ววางทิ้งไว้บนคราบขี้นกสักพักจากนั้นค่อยมาล้างออกอีกทีน่าจะหลุดได้ง่ายขึ้นแบบไม่ทิ้งรอย

2. คราบยางไม้ อันนี้ก็ถือเป็นสิ่งสกประที่จะยึดติดกับรถคุณได้แบบเหนียวแน่นหนึบ และมีโอกาสพบเจอได้ง่ายๆโดยเฉพาะใครที่กลัวรถจะร้อนจึงเลือกที่จะไม่จอดกลางลานโล่งเพราะกลัวแดดเผา แล้วแแอบเอาไปซุกตามใต้ต้นไม่เพื่ออาศัยร่มเงา ซึ่งข้อดีคือรถคุณอาจไม่ร้อนเท่าจอดกลางแดด แต่คุณจะของแถมเป็นคราบยางไม้ซึ่งยิ่งทิ้งไว้นานมันยิ่งแข็งตัวและล้างออกยาก บางทีอาจร้ายแรงถึงขั้นกินเนื้อสีจนต้องเสียสตางค์ไปขัดเคลือบเลยทีเดียว

วิธีกำจัดคราบยางไม้ : เมื่อพบว่ามียางไม้ติดบนพื้นผิวรถให้รีบทำความสะอาดโดยเร็วด้วยน้ำสะอาดก่อน ถ้าไม่ออกอาจต้องใช้น้ำยากำจัดคราบแมลงและยางมะตอยที่มีขายตามร้านล้างรถทั่วไปในการทำความสะอาดพื้นผิวตัวรถ ในกรณีที่ทิ้งไว้นานจนยางแห้งติดพื้นผิว ให้ลองใช้ดินน้ำมัน clay bar มาลูบออก ก่อนจะล้างรถและปิดท้ายด้วยการลงแว็กซ์ เพื่อเป็นการปกป้องสีรถอีกชั้นหนึ่ง..หรือถ้าเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงที่จะนำรถไปจอดได้ต้นไม้จะดีที่สุด

3. คราบแมลง อันนี้ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มสักนิดสำหรับคนที่ขับรถทางไกลหรือใช้รถในเวลากลางคืนจะพบบ่อยกว่า แต่เมื่อโดนเข้าไปแล้วก็ถือว่าสาหัสเช่นกันโดยเฉพาะบริวเณหน้ารถ เพราะจากแรงปะทะของรถที่วิ่งด้วยความเร็วกับแมลงนับพันนับหมื่นตัว มันจึงติดแน่นกับสีรถและเอาออกยากเอาเรื่อง แถมแมลงแต่ละตัวยังมีสารที่เป็นกรดถ้าทิ้งไว้นานอาจทำลายสีรถได้เช่นกัน

วิธีกำจัดคราบแมลง : สำหรับคราบแมลงผมแนะนำให้ใช้พวกครีมกำจัดคราบอเนกประสงค์กระปุกสีฟ้าๆ ซึ่งมีราคาไม่แพงและไม่มีผลต่อสีรถอีกด้วย ให้ใช้เจ้าครีมนี้กับผ้าไมโครไฟเบอร์ขัดถูบริเวณคราบแมลงถ้าไม่ติดแน่นหรือทิ้งนานผมคิดว่าออกแรงขัดสักหน่อยก็น่าจะออกครับ..สำหรับใครที่รู้ว่าต้องเดินทางต่างจังหวัดบ่อยๆผมแนะนำให้ติดการ์กันแมลงหน้ารถจะง่ายที่สุดครับ

4. คราบน้ำมัน เป็นอีกคราบหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับรถของเราได้ ไม่จะเป็นจากผลงานจากเด็กปั๊มมือใหม่ หรือหัวจ่ายชำรุดจนเป็นเหตุให้น้ำมันหก หรือกระเด็นโดนรถคุณ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน ซึ่งถ้าทิ้งไว้นานคราบน้ำมันจะฝังแน่นลงบนสีรถแบบถาวร

วิธีกำจัดคราบน้ำมัน : เมื่อคุณเห็นว่ามีมีน้ำมันกระเด็นใส่ตัวถังรถคุณ ให้ใช้น้ำยาเคลือบสีรถโปะลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์แล้วค่อยๆลูบเบาๆ จะช่วยให้คราบน้ำมันไม่ติดสีรถ ที่สำคัญไม่ควรทิ้งไว้นานเพราะจะสร้างความเสียหายให้กับตัวรถได้ ทางที่ดีควรลงไปยืนดูขณะที่เด็กปั๊มกำลังเติมน้ำมันน่าจะเป็นการป้องกันได้ดีในระดับนึง

5. คราบยางมะตอย สำหรับคราบยางมะตอยหลายคนคิดว่าอาจเป็นเรื่องไกลตัวและมีโอกาสโดนได้น้อย ซึ่งอาจไม่ใช้บ้านเราที่ขับไปไหนก็เจอแต่ก่อสร้าง,ถนนซ่อม,ถนนปะเต็มไปหมด แม้จะมีทางเบี่ยงให้วิ่งแต่ไอ้เศษซากยามะตอยมันก็กระจายอยู่เต็มถนน จะให้หลบไปไหนได้ นี่ยังไม่นับถนนที่ทำเสร็จใหม่ๆแต่ไม่มีป้ายเตือน วิ่งผ่านไปทีกระเด็นถึงหลังคาก็ยังมี แถมคราบยางมะตอยเมื่อติดแล้วยังยากที่จะเอาออกเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย หากปล่อยทิ้งไว้นานถึงจะเอาออกได้แต่สีรถคุณอาจไม่เหมือนเดิมแน่นอน

วิธีกำจัดคราบยางมะตอย : เหมือนเดิมครับต้องรีบล้างออกให้เร็วที่สุด โดยวิธีแบบบ้านๆ คือให้ล้างด้วยน้ำมันก๊าด หรือน้ำมันสน แต่ต้องระวังเพราะมันอาจกัดสีรถคุณได้ จึงควรรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหลังจากทำเสร็จ แต่ถ้ายังไม่ให้ลองใช้น้ำยากำจัดคราบยางมะตอยที่มีขายตามห้างสรรพสินค้าดูน่าจะขัดออกได้ง่ายขึ้น

 

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำแนะนำและวิธีการกำจัดคราบเบื้องต้น ซึ่งในบางกรณีอาจจะหนักหนาจนไม่สามารถทำด้วยตัวเองได้ ตรงนี้แนะนำให้รีบเอารถเข้าคาร์แคร์น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด หรือถ้าหนักจนถึงขั้นสีรถเกิดความเสียหาย ประกันภัยรถยนต์ช่วยคุณได้

…ถ้าคุณรักรถเหมือนลูก ให้รู้ใจดูแลเถอะครับ รักรถเต็มหัวใจ ให้ “รู้ใจ” ดูแลรถให้คุณ คลิกเช็คเบี้ยประกันรถฟรี หรือโทรให้เราช่วยที่ 02 582 8888

โทร 02 582 8888

แชร์บทความนี้บน: