18 January, 2017
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

ปัจจุบันเทรนด์การ ‘เคลือบสีรถ’ นับว่าได้รับความนิยมเป็นวงกว้างและสามารถเข้าถึงได้ง่าย ส่วนหนึ่งเพราะมีคาร์แคร์เปิดให้บริการมากมายสำหรับผู้รักรถ โดยการเคลือบสีรถอย่างสม่ำเสมอ นอกจากช่วยให้รถดูใหม่และเงางามตลอดเวลาแล้ว ก็ยังมีส่วนช่วยปกป้องสีรถจากมลภาวะหรือสภาพแวดล้อมต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้สีรถของคุณหม่นหมองและเสียหายก่อนกำหนด วันนี้เราได้นำข้อมูลรวมทั้งข้อเปรียบเทียบของการเคลือบสี ที่มีอยู่หลากทางเลือกหลายประเภทมาแนะนำ สำหรับเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ก่อนมอบเป็นของขวัญให้กับรถคู่ใจที่คุณรัก

เริ่มที่การเคลือบสีรถแบบธรรมดาทั่วไป คือการเคลือบระยะสั้นด้วย ‘แว็กซ์’ (Carnauba Wax) สามารถเข้ารับบริการได้ตามคาร์แคร์ทั่วไป แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าการเคลือบด้วยแว็กซ์นั้น ก็ยังแบ่งแยกย่อยได้อีก 2 ประเภท คือ การเคลือบสีด้วยแว็กซ์ครีม และการเคลือบสีด้วยแว็กซ์น้ำ  การเคลือบด้วยแว็กซ์ครีม คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์มุ่งเน้นที่ความเงางามของพื้นผิว แต่ก็คงความเงาในระยะสั้นๆ ประมาณ 3-4 วัน อีกทั้งยังทนความร้อนได้ต่ำ บวกกับเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ก็ยิ่งทำให้คุณสมบัติของการเคลือบผิวลดลงเร็วกว่าปกติ ส่วนแว็กซ์แบบน้ำ (โพลิเมอร์ ซีลแลนท์/ซินเตติก ซีลแลนท์) จะทนความร้อนได้ดีกว่า และอยู่ได้นานกว่าประมาณ 1-2 อาทิตย์ แต่ก็ให้ความเงางามน้อยกว่าประเภทครีม สรุปได้ว่าการเคลือบสีด้วยแว็กซ์ทั้งแบบน้ำและครีม มีข้อดีเหมือนกันตรงที่ราคาไม่สูง (หลักร้อยบาทถึงพันบาทต้นๆ) และให้ความเงางามได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่มีคุณสมบัติในการปกป้องสีจากมลภาวะต่างๆ หรือการกระแทกของกรวดหรือเศษหินได้

เคลือบสีรถ

การเคลือบสีรถแบบระยะยาว หรือ ‘การเคลือบแก้ว’ (Glass Coating) ส่วนใหญ่มักมีบริการในคาร์แคร์ระดับพรีเมี่ยม คุณสมบัติ คือ สามารถปกป้องสีรถจากมลภาวะต่างๆ ได้ดี ที่สำคัญก็ให้ความเงางามสดใสสูงกว่าการเคลือบสีระยะสั้น  อีกทั้งสามารถยังป้องกันคราบน้ำ (คราบน้ำไม่เกาะ) หรือฝนกัดชั้นสีผิวรถ รอยขนแมว แสงยูวี รวมถึงคราบขี้นก ยางไม้ หรือยางมะตอย ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถป้องกันสะเก็ดหินหรือกิ่งไม้ได้เหมือนการติดฟิล์ม

ด้วยคุณสมบัติของส่วนประกอบหลักที่นำมาเคลือบแก้วนั้นเป็น ‘ซิลิกา’ (Silica) มีคุณสมบัติในด้านให้ความเงางามและความแข็งเหมือนแผ่นกระจก มีชั้นผิวเคลือบที่แข็งแรง สามารถทนความร้อนได้สูง และมีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี (ขึ้นอยู่กับคุณภาพและผลิตภัณฑ์ของแต่ละแบรนด์) สามารถทำความสะอาดได้ง่ายเมื่อรถมีคราบสกปรก

ปกติการเคลือบแก้ว ผู้ให้บริการมักขายเป็นแพ็คเกจ ซึ่งรวมการเคลือบซ้ำในทุก 3-6 เดือน เพื่อบำรุงรักษาชั้นผิวที่เสื่อมสภาพ สำหรับอัตราค่าบริการเคลือบแก้วมีหลายระดับราคา  โดยมากมักเริ่มตั้งแต่หลักหมื่นต้นๆ ขึ้นไป ซึ่งอยู่กับแบรนด์ ผลิตภัณฑ์น้ำยา หรือการบริการเสริมที่จัดไว้ตามแพ็คเกจ

เคลือบสีรถ

การเคลือบสีรถในแต่ละประเภท ล้วนมีข้อดีข้อด้อยเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ทั้งระดับการเพิ่มความเงางามหรือคุณภาพการปกป้อง ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และขั้นตอนวิธี แต่เชื่อว่าทุกคนต่างต้องการให้รถดูดีมีสีสันสดใส แต่ในการเลือกเข้ารับบริการนั้นก็อยู่ที่การตัดสินใจของคุณว่า แบบไหนนั้นคุ้มค่าเหมาะสม ในงบประมาณที่สามารถจ่ายได้โดยไม่ลำบากกระเป๋าสตางค์

 

 

เคลือบสีรถแล้ว เพิ่มความคุ้มครองกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดกันด้วยนะ รู้ใจพร้อมดูแล และมี อู่ซ่อมรถที่ได้มาตรฐานจากทางรู้ใจกว่า 250 แห่ง การันตีคุณภาพงานซ่อม 12 เดือน https://www.roojai.com/ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์สบายๆ ผ่อน 0% 10 เดือนแบบไม่บล็อกวงเงินบัตร พิเศษซื้อประกันชั้น 1 แถมฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม.กรณีรถเสีย รออะไรอยู่ คลิกเช็คเบี้ยเลย! หรือโทรหาเราที่ 02 582 8888

โทร 02 582 8888

แชร์บทความนี้บน: