25 February, 2016
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

ในเรื่องของรถเสียฉุกเฉินขณะขับขี่ เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างยิ่ง หลายคนเคยประสบปัญหากันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นขับอยู่ดีๆ แล้วเครื่องดับไปเอง รถเสียกลางทาง, รถเสียบนทางด่วน หรือจอดรถไว้ แล้วกลับมารถสตาร์ทไม่ติด มาลองดูกันครับว่าถ้าเกิดปัญหาเหล่านี้เราจะมีวิธีแก้ไข หรือตรวจสอบเบื้องต้นอย่างไรได้บ้าง

รถยนต์ดับจากเหตุน้ำมันหมด

มาเริ่มจากระบบน้ำมันเชื้อเพลิงกันก่อน โดยปกติรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เมื่อน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้หมดจะมีระบบเตือนว่าให้รีบเข้าเติมน้ำมัน โดยบางยี่ห้อนั้นเคลมไว้ว่าถ้าไฟเตือนแล้ว สามารถวิ่งได้อีกประมาณ 40 กิโลเมตร แต่เราเฉลี่ยไว้ประมาณสัก 30 กิโลเมตรก็พอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่ และสภาพเส้นทางด้วย

ในรถยนต์ที่มีการแจ้งระยะทางที่เหลือกับปริมาตรน้ำมันที่เหลืออยู่ในถังว่าวิ่งได้อีกระยะทางเท่าไรนั้น เมื่อเหลือระยะทางที่ใช้ได้อีกประมาณ 40-30 กิโลเมตร ก็จะตัดเป็นโหมดการแจ้งเตือนให้รีบเติมน้ำมันแทน (ในบางรุ่น) ก็ให้ใช้สูตรว่าไปได้อีกประมาณ 30 กิโลเมตรเช่นกัน

ในกรณีที่ฉุกเฉินจริงๆ วิ่งไปจนน้ำมันหมดเครื่องดับ ไม่ต้องตกใจให้ตั้งสติให้ดี นำรถเข้าจอดข้างทางที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน แล้วหาวิธีนำน้ำมันมาเติมใส่รถ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน call center ของยี่ห้อรถที่ท่านใช้ หรือเบอร์ฉุกเฉินทางหลวง เมื่อได้น้ำมันมาแล้ว แนะนำว่าน้ำมันที่จะมาเติมนั้นอย่างน้อย 5 ลิตร เพราะในกรณีที่วิ่งจนเครื่องดับนั้น น้ำมันอาจจะไม่มีเหลืออยู่ในระบบ ถ้าเราเติมน้ำมันน้อยไปเครื่องยนต์จะไม่สามารถดึงน้ำมันเข้าไปทำงานได้

เมื่อเติมน้ำมันเข้าไปเรียบร้อยแล้ว รถยนต์ที่ใช้ระบบสตาร์ทแบบบิดกุญแจ ให้บิดกุดแจจากตำแหน่ง LOCK มาที่ตำแหน่ง ACC จากนั้นบิดกุญแจจากตำแหน่ง ACC มาที่ตำแหน่ง ON แล้วค้างไว้ตำแหน่งนี้ประมาณ 10 วินาที ให้ทำสลับไปประมาณ 4-5 ครั้ง เพื่อให้ปั๊มน้ำมันนั้นส่งน้ำมันเข้าระบบให้สมบูรณ์ที่สุด จากนั้นค่อยเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์

ส่วนในรถที่ใช้ระบบ push start ให้ทำเช่นเดียวกัน ให้กดมาที่ระบบ ACC ก่อน จนไฟโชว์ที่หน้าจอดับหมดให้กดอีกครั้งเพื่อสตาร์ท แต่ในบางรุ่นจะมีการสำรองน้ำมันไว้ในระบบสามารถกดสตาร์ทได้เลย เมื่อมาตรวัดโชว์ว่ามีน้ำมันอยู่ในถังเชื้อเพลิงแล้ว

ทางด้านเครื่องยนต์ดีเซล เมื่อเติมน้ำมันเสร็จแล้ว ให้เปิดฝากระโปงรถขึ้น แล้วมองหาตัวกรองน้ำมันเชื้อเพลิง หน้าตาคล้ายๆเป็นกระปุกขนาดเท่ากระบอกน้ำมีจุกสีดำ ตรงจุกสีดำข้างบนกระปุกนั้นเรียกว่าปั๊มแรงดันต่ำ (ปั๊มมือ) ให้ใช้มือกดปั๊มมือหลายๆครั้งจนรู้สึกมีแรงต้านมือจึงหยุด แล้วลองไปสตาร์ทเครื่อง หากยังไม่ติดลองทำการกดปั๊มใหม่อีกครั้ง แล้วไปสตาร์ทอีก

 

 

รถยนต์ติดแก๊สไม่มีน้ำมันสตาร์เครื่องทำอย่างไร

ในรถยนต์ที่ติดตั้งระบบแก๊สนั้น ในหลักการสตาร์ทเครื่องยนต์นั้นจะใช้น้ำมันเป็นตัวสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่ในกรณีที่ไม่มีน้ำมันเหลืออยู่ในถังจนไม่สามารถตาร์ทติดได้นั้น ส่วนใหญ่รถยนต์ที่ติดตั้งระบบแก๊สมาจากโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ สามารถเปลี่ยนมาใช้ระบบแก๊สในการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ ด้วยการกดปุ่มเลือกระบบเชื้อเพลิงค้างไว้จนไฟโชว์มาที่ระบบแก๊สแล้วลองสตาร์ทเครื่องยนต์ ส่วนรถยนต์ที่ไปติดตั้งตามร้านรับติดตั้งให้สอบถามข้อมูลว่าสามารถทำแบบดังกล่าวได้หรือไม่ ถ้าไม่สามารถทำได้ ให้ใช้ตามขั้นตอนในห้วข้อ”รถยนต์ดับจากเหตุน้ำมันหมด”

รถแบตเตอรี่หมดสตาร์ทไม่ติด

ส่วนในกรณีที่บิดกุญแจ หรือกด push start แล้วไม่มีเสียงการทำงานของไดสตาร์ท ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า แบตเตอรี่ไฟหมด ต้องใช้วิธีพ่วงแบตเตอรี่หมด ให้ปิดสวิตช์กุญแจและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของรถและขอความช่วยเหลือจากรถยนต์ที่มีแบตเตอรี่ เพื่อต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ นำหัวสายพ่วงของสายพ่วงสีแดงซึ่งเป็นสายขั้วบวกมาต่อกับขั้วบวก (+) ของรถยนต์ที่แบตเตอรี่หมด หลังจากนั้นนำหัวต่ออีกข้างต่อเข้ากับขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่รถยนต์อีกคัน นำหัวสายพ่วงของสายพ่วงสีเขียวหรือสีดำซึ่งเป็นสายขั้วลบมาต่อกับขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่รถยนต์อีกคัน ควรตรวจเช็คให้แน่ใจว่าสายพ่วงต่อแน่นหนา จากนั้นสตาร์ทเครื่องยนต์คันที่แบตเตอรี่มีไฟ ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที แล้วเร่งเครื่องยนต์เล็กน้อยเพื่อให้แบตเตอรี่มีการไหลเวียนของประจุไฟฟ้า หลังจากนั้น เริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์คันที่แบตเตอรี่หมด จากนั้นเร่งเครื่องยนต์ประมาณ 1,500 – 2,000 รอบ/นาที เพื่อเช็คดูว่าประจุไฟเข้าหลังจากการชาร์จหรือไม่ ซึ่งถ้าเครื่องยนต์ไม่ดับแสดงว่าการชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่สำเร็จ และควรสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือขับรถไปเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คเครื่องยนต์และเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่

เครื่องยนต์ความร้อนขึ้น

มีอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อยคือ เครื่องโอเวอร์ฮีท หรือความร้อนสูง รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยไม่มีปัญหา แต่ก็อย่าประมาท ส่วนใหญ่จะเกิดกับรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง จะมีสาเหตุจากระบบน้ำหล่อเย็นของเครื่องยนต์ชำรุดหรือเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นจาก ฝาปิดหม้อน้ำเสื่อมสภาพ ปิดไม่สนิท เกิดการรั่วในระบบหล่อเย็น ทำให้มีน้ำไม่เพียงพอต่อการระบายความร้อน ปั๊มน้ำเสีย สายพานขับปั๊มน้ำขาด วาล์วน้ำไม่เปิด หรือท่อทางเดินน้ำบี้แบน-อุดตัน ทำให้น้ำไม่หมุนเวียน พัดลมระบายความร้อนไม่ทำงาน หรือทำงานผิดปกติ หรือรังผึ้งหม้อน้ำมีสิ่งสกปรกอุดตัน ทำให้ระบายความร้อนไม่สะดวก เมื่อสังเกตเห็นมาตรวัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นขึ้นสูง ควรนำรถยนต์เข้าจอดในที่ปลอดภัย จากนั้นดับเครื่องยนต์ และเปิดฝากระโปรงเพื่อระบายความร้อน ไม่ควรราดน้ำบริเวณเครื่องยนต์หรือหม้อน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้

กรณีมีไอน้ำพุ่งออกมาจากหม้อน้ำ อย่าเปิดฝาหม้อน้ำ เพราะน้ำร้อนมีแรงดันสูง อาจพุ่งขึ้นมาลวกได้ ควรรอให้เครื่องยนต์เย็นเสียก่อนประมาณ 15 นาที การเปิดฝาหม้อน้ำควรใช้ผ้าหนา ๆ หรือใช้ผ้ายางปูพื้นในห้องโดยสารมารองมือ เพื่อป้องกันความร้อน และค่อย ๆ หมุนเพื่อระบายความดันออก เมื่อดูว่าน้ำในหม้อน้ำมีระดับต่ำ ก็ให้เติมน้ำเพิ่มเข้าไป หลังจากเครื่องยนต์ดับไปแล้วสักครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เครื่องยนต์คลายความร้อนก่อน ไม่ควรรีบเติมน้ำลงไปทันที เพราะโลหะที่ร้อนจัดเมื่อถูกน้ำเย็น จะหดตัวลงอย่างรวดเร็วจนเกิดการแตกร้าวได้ ควร เติมน้ำครั้งละประมาณครึ่งลิตร และเว้นช่วงประมาณ 3-5 นาที เพื่อให้น้ำที่เติมลงไป ค่อย ๆ ดึงความร้อนเข้ามา เพื่อป้องกันปะเก็นฝาสูบแตกหรือฝาสูบโก่ง

เมื่อเติมน้ำเต็มแล้ว ควรติดเครื่องยนต์ไว้ด้วย เพื่อให้น้ำมีการหมุนเวียนและหมั่นตรวจสอบมาตรวัดอุณหภูมิ และให้ตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำตามจุดต่าง ๆ ถ้าไม่มีและอุณหภูมิลดลงอยู่ในระดับปกติก็เดินทางต่อได้ และอย่าควรติดเครื่องยนต์ให้ความร้อนอยู่ในระดับปกติ สังเกตพัดลมระบายความร้อนว่าทำงานหรือไม่ ถ้าบกพร่องควรแก้ไขก่อน แต่ถ้าจำเป็นต้องขับรถจริงๆ เพื่อหาที่ซ่อม หรือจุดพักที่ปลอดภัยกว่า ให้ดูที่มาตรวัดความร้อนถ้าเข็มขึ้นสูงกว่าปกติให้จอดพักรถเปิดฝากระโปรง ประมาณ 20-30 นาที ในรถรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่มีมาตรวัดความร้อนเตือน เมื่อไฟโชว์ความร้อนขึ้นให้จอดทันที เปิดฝากระโปรงพักรถเช่นเดียวกัน

แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุฉุกเฉินเหล่านี้ ควรตรวจเช็ครถ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ศึกษาเส้นทางก่อนการเดินทาง รวมถึงคู่มือประจำรถ เพราะจะทำให้เรารู้จักข้อมูลและวิธีแก้ไขเหตุเฉพาะหน้าของเราได้เป็นอย่างดี หรือรับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีรถเสียจากทางรู้ใจดอทคอม

“รู้ใจ” พร้อมคลี่คลายทุกปัญหาของคุณ การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที คลิกเช็คเบี้ย! และซื้อประกันภัยชั้น 1 รับฟรี! บัตรเติมน้ำมัน ปตท. 500 บาท

โทร 02 117 2222

แชร์บทความนี้บน: