25 July, 2016
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

 

ระบบความปลอดภัยรถยนต์นั้นมีด้วยกันหลายรูปแบบ แต่มีอยู่รูปแบบหนึ่งที่เจ้าของรถไม่ค่อยอยากจะใช้กันถ้าไม่จำเป็น คือระบบปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ หรือ Passive Safety ที่หลัก ๆ แล้วจะประกอบด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย ถุงลมนิรภัย ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง เข็มขัดนิรภัยแบบผ่อนแรงและรั้งกลับอัตโนมัติ รวมถึงอุปกรณ์นิรภัยต่าง ๆ จะทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้อง เพื่อปกป้องภัยอันตรายไม่ให้เข้าถึงห้องโดยสาร และช่วยคุ้มครองทุกชีวิตให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด

ในส่วนของโครงสร้าง และเข็มขัดนิรภัยนั้น สามารถพอตรวจสอบกันเองได้บ้าง แต่ “ถุงลมนิรภัย” จะตรวจสอบกันอย่างไร? ว่ายังใช้กันได้อยู่หรือไม่ หรือหมดอายุกันไปแล้ว

ในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ถุงลมนิรภัยกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานไปแล้ว จากแต่ก่อนจะมีในรุ่นท็อปของแต่ละโมเดล ซึ่งเราจะเห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ SRS หรือ Supplemental Restraint System ซึ่งก็หมายถึงว่าเป็นอุปกรณ์เสริม ไม่ใช่อุปกรณ์หลัก ถุงลมนิรภัยเป็นอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบเพื่อปกป้องบริเวณหน้าอก และศรีษะ ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยการจะได้ผลดีที่สุด เมื่อใช้ควบคู่กับเข็มขัดนิรภัย

ถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับ ผู้โดยสารควรใช้เข็มขัดนิรภัยเพื่อช่วยลดแรงกระแทกเช่นกัน

การทำงานของโดยทั่วไปของถุงลมนิรภัยจะมีชุดจุดระเบิด เมื่อสปริงดันให้เข็มพุงออกไปกดปุ่มระเบิด จากการสั่งงานของเซนเซอร์ที่ติดอยู่หน้าตัวรถ ทำให้ถุงลมนิรภัยพองตัวอย่างรวดเร็วด้วยก๊าซที่อัดเข้าสู่ตัวถุงลมนิรภัย ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาเคมี โดยสารเคมีที่ใช้กันคือ โซเดียมเอไซต์ เมื่อถูกจุดระเบิดทางเคมีแล้ว จะสร้างก๊าซไนโตรเจนขึ้นมา แล้วไหลเข้าไปบรรจุในถุงลมนิรภัยที่พับตัวอยู่อย่างรวดเร็ว โดยก๊าซไนโตรเจนนี้มีคุณสมบัติเป็นก๊าซเฉื่อย ไม่มีอันตรายกับมนุษย์

 

 

ในส่วนของการตรวจเช็คการทำงานของถุงลมนิรภัยนั้น โดยเฉพาะรถที่มีอายุการใช้งานมากหน่อย วัสดุอุปกรณ์ย่อมเสื่อมไปบ้างตามกาลเวลา ระบบถุงลมนิรภัยนั้นเมื่อมีบางอย่างผิดปกติ จะมีไฟเตือนถุงลมนิรภัยโชว์ขึ้นมา ให้นำรถรีบเข้าศูนย์บริการตรวจเช็คเป็นการด่วน บางทีอาจจะไม่เสียเพียงแต่ระบบเซนเซอร์ หรือขั้วต่อต่าง ๆ ของระบบอาจจะมีสิ่งสกปรกเข้าไปอยู่  แต่ถ้าปล่อยให้ไฟโชว์ไว้นาน ๆ แล้วค่อยเข้าเช็ค ปัญหาเล็ก ๆ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งบอกไว้ก่อนเลยว่าเสียเงินเยอะแน่นอน อย่างไรก็ให้มันสมบูรณ์เป็นปกติดีที่สุด ดีกว่ามีแล้วแต่ใช้การไม่ได้

การตรวจสอบถุงลมนิรภัยต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางในศูนย์บริการ

เนื่องจากระบบตรวจเช็คระบบการทำงานถุงลมนิรภัยนั้น จะต้องใช้อุปกรณ์ตรวจเช็คผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์แบบเฉพาะทาง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอยู่ในศูนย์บริการของค่ายรถยนต์ หรือช่างผู้ชำนาญการเท่านั้น  เวลานำรถเข้าศูนย์พนักงานจะเช็คให้ตามปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าเอาความมั่นใจเจ้าของรถก็แจ้งพนักงานให้ช่วยตรวจเช็คให้ด้วยก็ได้ และควรศึกษาการใช้งาน หรือการทำงานของระบบถุงลมที่ปลอดภัยไว้ด้วย อาทิ ควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง ระยะห่างจากพวงมาลัย และคอนโซลหน้า ควรนำเด็กไปนั่งด้านหลัง หรือไม่ควรนำสิ่งของไปวางไว้บนฝาครอบถุงลมนิรภัย แทนที่จะช่วยให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น อาจจะสาหัสกว่าเดิม

เพิ่มความปลอดภัยเป็นสองเท่า นอกจากการเช็คถุงลมนิรภัย ด้วยประกันภัยรถยนต์ที่ใส่ใจคุณด้วยรู้ใจดอทคอม
เป็นเจ้าของประกันภัยชั้น 1 แบบสบายๆ กับ “รู้ใจ” ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ แบ่งชำระเบาๆ ดอกเบี้ย 0% 10 เดือน เริ่มต้นเพียงเดือนละ 500 กว่า เริ่มคุ้มครองทันที การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีรถเสีย ฟรี 1 ปี คลิกเช็คเบี้ย! และซื้อประกันชั้น 1 กับรู้ใจ.com เลยวันนี้

โทร 02 117 2222

แชร์บทความนี้บน: