22 June, 2016
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

ดูแลรถให้พร้อมหน้าฝน

หลังจากอากาศอันร้อนระอุผ่านไป และย่างเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการ โดยมีพายุฝนมากระหน่ำต้อนรับแบบไม่ได้ตั้งตัว สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนนั้นช่วงหน้าฝนถือเป็นฤดูที่อันตรายที่สุด นอกจากจะต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่มากเป็นพิเศษแล้ว การเตรียมรถให้พร้อมรับหน้าฝนนั้นถือว่าสำคัญไม่แพ้กัน

 



 

ตรวจเช็คระบบไฟส่องสว่าง เช่น ระบบไฟส่องสว่างต่างๆ ตั้งแต่ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอกว่าอยู่ในสภาพดี ถ้ามีคราบสกปรกก็ให้ควรทำความสะอาดให้ใส ถ้าพบว่ามีหลอดไหนไม่ติด ควรเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและติดครบทุกดวง เพื่อความสว่างชัดเจนและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้นและยังช่วยให้รถคันอื่นเห็นรถเราได้ชัดขึ้นอีกด้วย

ตรวจเช็คสภาพยาง อันนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อการขับขี่มากที่สุดสำหรับการขับรถในหน้าฝน ลองคิดดูว่ารถ 1 คันไม่ว่าราคาหลักแสนหรือแพงระดับ 10 ล้าน ทุกคันมีเพียงพื้นที่ของหน้ายางเท่านั้นที่สัมผัสอยู่กับพื้นถนน ซึ่งต้องตรวจเช็คยางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนแบบนี้

อายุการใช้งานของยางไม่ควรเกิน 2 ปี หรือที่ระยะทางประมาณ 50,000 กม. และควรสับเปลี่ยนยางรถยนต์ที่ระยะทาง 10,000 กม. เนื้อยางจะต้องไม่แข็ง ดอกยางจะต้องไม่สึกจนต่ำกว่าขีดบอกระดับต่ำสุดของยาง หรือต้องลึกมากกว่า 2 มม. ถ้าต่ำกว่านี้ควรทำการเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญอย่าลืมตรวจเช็คยางอะไหล่ให้พร้อมใช้งานรวมไปถึงการตรวจเช็คลมยางสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

 

หน้าฝน เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนทุกปี เพื่อความสะอาด และกันกระจกเป็นรอย

 

ตรวจเช็คระบบปัดน้ำฝน ซึ่งโดยปกติแล้วเราควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนหรือเฉพาะยางปัดทุกปีในช่วงหน้าฝนจะดีที่สุด เพราะรถในเมืองร้อนมากๆอย่างบ้านเรา ยางปัดน้ำฝนจะเสื่อมสภาพเร็วโดยเฉพาะรถที่จอดกลางแดดเป็นประจำ ใบปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพเวลาปัดจะมีคราบน้ำเป็นเส้นๆที่ กระจกปัดแล้วไม่สะอาดใส หรือมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ลักษณะนี้ควรทำการเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนทันทีเพื่อป้องกันกระจกเป็นรอยในภายหลัง

นอกจากใบปัดน้ำฝนแล้ว เราควรตรวจเช็คสวิทซ์ควบคุมว่าทำงานได้ปกติหรือไม่ สปีดความเร็วในการปัดควรทำงานได้ปกติ หัวฉีดน้ำและถังพักน้ำด้วยเช่นกัน ให้ลองสังเกตดูการฉีดของน้ำล้างกระจกว่าแรงดีหรือไม่ และฉีดอยู่ในแนวที่สมควรไหม ถ้าหัวฉีดอุดตันให้ใช้เข็มเล็กๆ แยงเข้าไปทำความสะอาดและปรับทิศทางให้ไปแนวกึ่งกลางกระจก พร้อมเติมในถังพักน้ำให้เต็ม

ตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ โดยเริ่มเช็คจากพวกของเหลวต่างๆ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ ว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่โดยเซ็คได้จากก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง หรือดูว่าถึงระยะที่ควรต้องเปลี่ยนถ่ายหรือยัง ถ้าครบวาระแล้วก็เปลี่ยนมันซะเลย แต่ถ้ามีอาการรั่วซึมออกจากระบบอันนี้เรื่องใหญ่ เพราะถ้าฝืนขับไปจนน้ำมันเครื่องแห้งงานนี้มีแต่พังกับพัง วิธีสังเกตก็ให้ตามซีนเครื่อง ซีนเกียร์ และตามรอยต่อต่างๆ ว่ามีคราบน้ำมันซึมออกมาหรือไม่ หรือดูที่ใต้ท้องรถว่าจากคราบน้ำมันหยดไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งถ้าพบว่ามีการรั่วซึมให้รีบซ่อมแซมทันที

 

ตรวจสภาพเครื่องยนต์ต้อนรับหน้าฝน

 

ตรวจเช็คสภาพเบรกและช่วงล่าง เช่น ผ้าเบรคและน้ำมันเบรก ซึ่งควรเปลี่ยนที่ระยะทาง 50,000 กม. หรือไม่ควรเกิน 2 ปี ควรเช็คระดับน้ำมันเบรกทุกสัปดาห์ รวมถึงพวกท่อทางเดินน้ำมันเบรกว่ามีการรั่วซึมหรือไม่ และหมั่นสังเกตการทำงานของเบรกว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เช่น มีเสียงดังขณะเบรก หรือการเบรกไม่ค่อยอยู่ถ้าเป็นรถรุ่นใหม่บางรุ่นจะมีไฟเตือนบนหน้าปัด ซึ่งถ้าพบสิ่งผิดปกติตรงไหนหรือเกินระยะการใช้งานแล้ว ให้รีบแก้ไขโดยด่วน เพราะถ้าฝืนขับไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายในหน้าฝนแบบนี้

ส่วนช่วงล่างนั้นอย่างแรกให้ดูที่ยางหุ้มแร็ค ,ยางหุ้มเพลาและโช็คอัพว่ามีรอยฉีดขาดหรือมีคราบน้ำมันรั่วซึมออกมาหรือไม่ ถ้ามีให้เปลี่ยนเสียเลย ซึ่งถ้าปล่อยไว้คุณอาจจะได้เปลี่ยนมากกว่านั้น เพราะเวลาขับลุยน้ำ พวกโคลน หิน ดิน ทราย จะเข้าไปทำความเสียหายได้

เตรียมอุปกรณ์จำเป็นสำหรับหน้าฝน เช่น พวกอุปกรณ์กันฝนต่างๆ ร่ม เสื้อกันฝน รวมถึงไฟฉาย ซึ่งควรหามาติดรถไว้เผื่อยามจำเป็น นอกจากนี้พวกอุปกรณ์ซ่อมฉุกเฉิน เช่น สเปรย์ไล่ความชื้น สายลากรถ สายพ่วงแบตเตอรี่ ไปจนถึงที่ชาร์จแบตฯมือถือ พาวเวอร์แบงท์ อุปกรณ์เหล่านี้จะจำเป็นขึ้นมาทันทีหากรถคูณเกิดไปเสียกลางฝน

 

อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการใช้รถหน้าฝน เช่น สายพ่วงแบตเตอรี่ สายลากรถ

 

การเตรียมรถให้พร้อมรับมือกับสายฝนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ แค่สละเวลาเพียงเล็กน้อยในการตรวจเช็คว่ารถคุณอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มากเกินคุ้มเลยทีเดียว

เมื่อเตรียมรถคุณให้พร้อมรับมือหน้าฝนแล้ว เรื่องประกันรถยนต์เพื่อป้องกันอุบัติเหตุก็ต้องเตรียมพร้อมเช่นกัน ให้รู้ใจได้อยู่เคียงข้างคุณ คลิกเช็คเบี้ย! และซื้อประกันภัยชั้น 1 รับฟรี! บัตรเติมน้ำมัน ปตท. 500 บาท และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน กรณีรถเสียฟรี 1 ปี

โทร 02 117 2222

แชร์บทความนี้บน: