10 June, 2017
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

เป็นเช้าที่เร่งรีบและอากาศก็ไม่เป็นใจ ขณะที่คุณต้องรีบไปประชุมให้ทัน แต่กลับต้องมาชะงักงันตอนขึ้นรถเพราะดันสตาร์ทไม่ติด ไฟหน้าปัดก็เตือนกันชุดใหญ่ไฟกระพริบว่ามีปัญหา แตรไม่ดัง ไฟเลี้ยวไม่ทำงาน แอร์ไม่เย็นอีกต่างหาก แถมยังมีกลิ่นเหม็นประหลาดลอยมาจากที่ไหนสักแห่ง อาการแบบนี้ไม่มีใดอื่น สันนิษฐานได้เลยว่าหนูเข้าไปกระชับพื้นที่รถของคุณเป็นแน่!

หลายคนเคยประสบปัญหา “หนูเข้ารถ” และหาตัวไม่เจอ ทิ้งไว้แต่รอยเท้าบนฝากระโปรงรถ กลิ่น เหม็น หรือร่องรอยสายไฟขาดรุ่งริ่ง อย่าปล่อยทิ้งไว้จนปัญหาเรื้อรัง เพราะหนูเข้ารถไม่ใช่เรื่องจิ๋วๆ (เหมือนขนาดตัวของมัน) เพราะหนูจะทำให้รถกลายเป็นรังนอนอันแสนอุ่นสบาย แล้วขนย้ายครอบครัวไปอาศัยกันจนเกิดลูกหลาน นำมาซึ่งความเสียหายของระบบต่างๆ ภายในรถ และเชื้อโรคที่น่ากลัวสุดๆ สำหรับคน

อย่าเปลี่ยนรถเป็น “บ้าน” ของหนู

ธรรมชาติของหนูมักจะหาที่นอนที่อุ่นสบาย และมีเศษอาหารให้กินพออิ่ม ดังนั้นหากคุณกินอาหารในรถเป็นประจำย่อมมีเศษอาหารตกหล่น หรือจอดรถทิ้งไว้นานๆ ย่อมกลายเป็นบ้านอันรื่นรมย์ของเจ้าหนู โดยเฉพาะหากที่จอดรถประจำของคุณอยู่ใกล้ถังขยะ ท่อระบายน้ำ พงหญ้าหรือที่รกร้าง ย่อมเสี่ยงต่อการ เปลี่ยนรถให้เป็นบ้านของหนู

 แล้วจะทำอย่างไรเมื่อหนูเข้ารถ?

สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตรวจเช็คความเสียหายของรถ หากสายไฟไม่ขาดและสตาร์ทติด ให้รีบทำความสะอาดรถชุดใหญ่ โดยเน้นทำความสะอาดภายในห้องโดยสารและห้องเครื่องยนต์ หากรถได้รับความเสียหายควรนำพารถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ เพื่อซ่อมแซมรถให้กลับคืนสู่สภาพพร้อมใช้งาน

สำหรับคนที่จอดรถภายในรั้วบ้านแต่เจ้าหนูก็ยังตามไปนอนใต้ฝากระโปรง แนะนำให้รีบทำความสะอาดบริเวณที่จอดรถของคุณให้ปลอดเศษอาหาร ขจัดแหล่งน้ำขัง มัดฝาถุงขยะให้มิดชิดไม่มีรอยปริแตก เปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้เพื่อให้หนูรู้สึกถูกรบกวน สำคัญที่สุดหนูเป็นสัตว์จมูกดี ควรวางลูกเหม็นใต้ฝากระโปรงรถ (อย่าลืมเอาลูกเหม็นออกก่อนขับรถ) หรือหากที่บ้านมีแมวก็ให้นำผ้าขนหนูหรือเสื้อเก่าที่แมวชอบนอนไปวางไว้ใต้รถ ส่วนที่ต่างประเทศนิยมใช้อลูมิเนียมแผ่นวางบริเวณล้อรถ เพราะมีงานวิจัยที่ระบุว่าหนูไม่ชอบให้เท้าของมันสัมผัสกับโลหะ

หนูมาพร้อม “ฮันตาไวรัส”

ความน่ากลัวของเจ้าหนูไม่ได้หยุดแค่สร้างความเสียหายให้กับรถ แต่พวกมันยังมาพร้อมโรคติดต่ออุบัติใหม่อย่าง “ฮันตาไวรัส” ที่ส่งผลต่อทางเดินหายใจ อาจรุนแรงถึงการติดเชื้อที่ปอดหรือไต ระยะแรกจะมีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้ หนาวสั่น ปวดหัวและกล้ามเนื้อ อาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้และอาเจียน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้

การทำความสะอาดรถจึงควรระมัดระวังเรื่อง “ฉี่หนู” เพราะเชื้อไวรัสตัวนี้สามารถแพร่กระจายในอากาศได้ จึงควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและสวมถุงมือยาง หลังทำความสะอาดแล้วควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำอุ่น รวมถึงใช้เครื่องพ่นโอโซนทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคในอากาศอีกครั้ง

หนูทำรถพัง เคลมประกันได้หรือไม่?

หากคุณซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คำตอบคือ “ได้” เพราะประกันรถยนต์ถือว่าเป็นอุบัติเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการเสื่อมสภาพจากการใช้งานหรือดัดแปลง หากรู้ว่ารถโดนหนูจู่โจมให้รีบโทร.แจ้งประกันรถ และถ่ายรูปร่องรอยความเสียหายเก็บไว้ ก่อนทำเรื่องเคลมประกันรถ สำคัญที่สุดควรตรวจเช็คนโยบายการคุ้มครองก่อนตัดสินใจซื้อประกันฯ เพราะประกันรถยนต์บางประเภทไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ฟันแทะ ดังนั้นคุณจึงควรตรวจสอบกรมธรรม์เสียก่อน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองรถยนต์ของคุณ

 

 

หากอยากมั่นใจว่า รถของคุณจะได้รับการคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ฟันแทะ คลิกเข้าไปอ่านข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ที่ รู้ใจ ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ หรือเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 กับ “รู้ใจ” เพราะเรา รักรถเต็มหัวใจ ให้รู้ใจดูแลประกันภัยรถยนต์ของคุณ พร้อมให้คุณผ่อนสบายในราคาเริ่มต้นเดือนละ 500 บาท+ ดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือน การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที พร้อมบริการช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินหรือรถเสียฟรี 1 ปี

ซื้อประกันรถชั้น 1 กับรู้ใจ ปีแรก ฟรี! บัตรของขวัญมูลค่าสูงสุด 700.- *

* -ฟรี! บัตรของขวัญมูลค่า 700.- เมื่อเลือกชำระเต็มจำนวน
-ฟรี! บัตรของขวัญมูลค่า 300.- เมื่อเลือกผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน

ลดเบี้ย 5% เมื่อซื้อประกันรถภาคสมัครใจทุกประเภท และระบุมีกล้องติดหน้ารถ

ถ้ารักรถเต็มหัวใจ ให้ “รู้ใจ” ดูแลรถให้คุณ คลิกเช็คเบี้ยประกันรถ หรือโทร 02 582 8888

โทร 02 582 8888

แชร์บทความนี้บน: