การทำประกันรถยนต์สำคัญอย่างไร

นอกเหนือจากประกันภัยภาคบังคับ (พรบ.) ที่รถยนต์ทุกคันต้องทำตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว คุณควรจัดทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเติม เพื่อช่วยเพิ่มความคุ้มครองความเสี่ยงภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในส่วนที่เกินความคุ้มครองจาก พรบ. เช่น ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ หรือความรับผิดต่อความเสียหายของคู่กรณี สำหรับชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน ซึ่งผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด โดยค่าเสียหายนั้นเป็นส่วนที่เกินจากความคุ้มครองตาม พรบ.

กรมธรรม์รถยนต์ภาคสมัครใจบางประเภทยังให้คุ้มครองในกรณีที่รถยนต์สูญหายหรือถูกโจรกรรม, ความเสียหายของรถยนต์จากน้ำท่วม รวมถึงภัยธรรมชาติอื่นๆ ตลอดจนค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือค่าขดเชยอื่นๆ ในรูปแบบของค่าสินไหมทดแทน

ประกันภัยรถยนต์ทำงานอย่างไร

รถยนต์ที่มีการจัดทำประกันภัยก็เปรียบเมือนคนที่มีสุขภาพแข็งแรง กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด จะให้ความคุ้มครองรวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมต่างๆ ที่เป็นส่วนเสริมรถยนต์ให้มีการทำงานอย่างมีสมรรถนะด้วย ตัวอย่างของการเกิดอุบัติเหตุ และการให้การชดใช้ลักษณะต่างๆ จะช่วยเพิ่มคำอธิบายได้ว่า กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์มีประโยชน์ และมีความสำคัญ เช่นมีความคุ้มครองอย่างไร,จำนวนเงินค่าเสียหายที่ได้รับ การตั้งเบิกค่าสินไหม ตลอดจนการได้รับการชดเชยค่าสินไหมนั้น ทำให้เล็งเห็นได้ว่าประกันภัยรถยนต์ช่วยบรรเทาความสูญเสียทางการเงินของคุณได้ส่วนนึง

ประกันภัยราคาถูกไม่ได้ดีที่สุดเสมอไป

เราเคยได้ยินมาตลอดเวลา (จนเริ่มเบื่อ) จากคนเฒ่าคนแก่ว่า “คุณจ่ายเงินไปเท่าไหร่ คุณก็ได้เท่านั้น” ตั้งแต่การซื้อของจากเว็บไซต์ไปจนถึงการหว่านแหในเครือข่ายขายออนไลน์อื่นๆ เราต่างก็หาวิธีที่จะได้ในสิ่งที่เราต้องการไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ของที่เหมาะสมกับเงินที่จ่ายไป และในโลกของประกันภัยรถยนต์ คำกล่าวของคนเฒ่าคนแก่ก็ยังคงเป็นความจริงอยู่

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมประกันภัยรถยนต์ที่ราคาถูกที่สุด ไม่ได้เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ดีที่สุดเสมอไปสำหรับคุณ:

  • แบบการประกันภัยที่มีความคุ้มครองน้อยราคาถูก ทำให้ล่อตาล่อใจในการซื้อมากกว่าแบบที่มีราคาแพง ทั้งนี้ให้ลองพิจารณาว่ามันจะช่วยดูแลคุณเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้อย่างไร หากความเสียหายส่วนนั้นไม่ได้รับความคุ้มครอง เช่น ประกันภัยประเภท 3 ที่ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ประกันภัย เหมือนกับประกันภัยประเภท 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมสูงสุด การที่เราตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยประเภท 3 เพราะดูเหมือนว่าจะช่วยประหยัดเงินนั้นก็กลายเป็นสิ่งที่แย่เมื่อต้องเคลมประกันและต้องจ่ายค่าซ่อมรถเอง
  • การเลือกกรมธรรม์ระบุค่าความเสียหายส่วนแรกสูงๆ แน่นอนว่าวิธีนี้จะทำให้เบี้ยประกันภัยถูกลง
    แต่คิดดูให้ดี เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และคุณเป็นฝ่ายผิด คุณยังจำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกรวมกับค่าซ่อมอยู่ดี
    แต่ทั้งนี้ หากคุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิด คุณไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก และคุณยังได้ซื้อกรมธรรม์ในราคาที่ถูกกว่ากรมธรรม์ที่ไม่ระบุค่าเสียหายส่วนแรกเลย
    จึงทำให้การซื้อประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ที่มีความคุ้มครองสูง และเบี้ยประกันแพง กลายเป็นเรื่องไร้สาระไปเลย
  • แบบกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองน้อย นำไปสู่ภาระความรับผิดชอบที่มากขึ้น เพราะอาจจะไม่ครอบคลุมความเสียหายที่ต้องรับผิดเมื่อเกิดเหตุและได้รับความเสียหายมาก เช่น คุณจะต้องจ่ายเงินส่วนต่างเองเพื่อรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของคุณต่อทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง (ลองคิดดูว่าหากคุณขับรถไปเฉี่ยวชนรถหรูคันหนึ่ง คุณจะทำอย่างไร)

ควรทำอย่างไรต่อ เมื่อได้รับการเสนอราคาค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์?

หากคุณพึงพอใจในราคาที่เสนอไป คุณสามารถซื้อผ่านทางออนไลน์ได้ทันที โดยสามารถกำหนดวันที่เริ่มของกรมธรรม์และให้มีผลคุ้มครองได้ทันทีตามที่คุณต้องการ ที่สำคัญคุณสามารถพิมพ์สำเนาตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของคุณได้ด้วยตัวเอง

หากคุณยังไม่ตัดสินใจซื้อในทันที คุณสามารถเก็บใบเสนอราคาไว้ได้และติดต่อเรากลับในวันหลัง โดยใบเสนอราคาจะมีอายุ 90 วัน

ประกันภัยรถยนต์มีวิธีการคำนวณค่าเบี้ยประกันอย่างไร?

การคำนวณค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ประกอบด้วย การเลือกเงื่อนไขความคุ้มครอง, จำนวนทุนประกันภัย และค่าความเสียหายส่วนแรกที่คุณเลือก และยังมีองค์ประกอบเพิ่มเติมอีกเช่น ประวัติการขับขี่ของคุณ, อายุ, เพศ และสถานภาพสมรส ส่วนลดประวัติดี และจำนวนผู้ขับขี่ระบุชื่อที่มีอายุน้อยกว่าหรือการไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ของคุณ แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดก็ยังคงเป็น ยี่ห้อและรุ่นรถยนต์ที่ทำประกัน, วัตถุประสงค์ของการใช้รถตลอดจนอายุของรถยนต์

ค่าความเสียหายส่วนแรกที่คุณเลือกจะส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันภัยภัยด้วย เช่น ถ้ามีค่าความเสียหายส่วนแรกสูง ค่าเบี้ยประกันภัยก็จะถูกลง (หมายเหตุ: สามารถใช้ได้กับประกันภัยประเภท 1 เท่านั้น)

นอกจากนี้ความคุ้มครองเอกสารแนบท้ายเพิ่มเติม เช่น การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล, วงเงินค่ารักษาพยาบาล และการประกันตัวผู้ขับขี่ก็ส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันภัยเช่นเดียวกัน

ทำไมค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์สำหรับผู้ที่มีอายุน้อยถึงมีราคาสูงกว่า?

ผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยจะจ่ายค่าเบี้ยประกันในราคาที่สูงกว่า เนื่องจากมีประสบการณ์ในการขับขี่น้อย จึงมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากกว่า ดังนั้น ค่าเบี้ยประกันจึงสูงขึ้นตามไปด้วย

เพราะเหตุใดประกันภัยรถยนต์บางคันจึงมีราคาสูงกว่าคันอื่นๆ?

รถยนต์แต่ละคันถูกผลิตขึ้นมาแตกต่างกัน บางคันเหมาะสำหรับใช้งานบนท้องถนนในเมืองเท่านั้น ในขณะที่บางคันสามารถใช้งานบนถนนทุกสภาพพื้นผิว รถยนต์บางคันถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานใดงานหนึ่ง ซึ่งคันอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ อายุของรถยนต์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการคำนวณค่าเบี้ยประกัน รถยนต์ที่ใหม่กว่ามีโอกาสเสียน้อยกว่าเมื่อเทียบรถยนต์ที่เก่าหรือรุ่นที่เก่าแล้ว

หากฉันเพิ่งซื้อรถยนต์มาใหม่ จะสามารถซื้อกรมธรรม์กับบริษัทได้หรือไม่?

ได้ โดยเรายินดีมอบข้อเสนอที่คุ้มค่าสำหรับรถยนต์คันใหม่ของคุณ

เพียงแค่คุณแจ้งกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ว่าจะจัดการเรื่องประกันภัยรถยนต์เอง หากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เสนอประกันอื่นๆ ให้กับคุณ คุณสามารถขอใบเสนอราคาจาก RooJai.com ก่อนตัดสินใจ โดยขอใบเสนอราคาผ่านทางระบบออนไลน์เพียงไม่กี่นาที หรือโทรหาเราที่เบอร์ 02 117 2222

การเลือกซื้อกรมธรรม์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ขับขี่ หมายถึงอะไร?

ผู้ขับขี่หลัก: หมายถึงผู้ที่ขับขี่รถยนต์บ่อยที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของรถหรือเป็นผู้ถือกรมธรรม์

ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์: คือขับขี่รถที่มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์ของคุณ โดยจะต้องมีอายุระหว่าง 20-70 ปี โดยสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ทั้งหมด 4 คน รวมผู้ขับขี่หลักด้วยและผู้ขับขี่ระบุชื่อทั้งหมดต้องมีประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี

ผู้ขับขี่ที่ได้รับอนุญาต: คือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้รถยนต์ของคุณ โดยจะเป็นผู้ใดก็ได้ที่มีประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี และต้องไม่โดนยึด หรือถูกยกเลิกใบอนุญาตขับขี่ใน 5 ปีที่ผ่านมา

ผู้ขับขี่ที่อายุมากกว่า 25 หรือมากกว่า 30 ปี หมายถึงผู้ขับขี่ใดๆทุกคนที่ได้รับอนุญาตให้ขับขี่รถประกันเช่นสมาชิกในครอบครัว เพื่อน ญาติพี่น้อง ซึ่งเจ้าของรถหรือผู้เอาประกันภัยทราบอายุที่แน่นอนของคนขับ

รูปแบบการใช้รถยนต์หมายถึง การเลือกซื้อกรมธรรม์ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้รถ

มี 3 แบบ ได้แก่

  • ใช้รถส่วนบุคคลเท่านั้น
    รถคันนี้ใช้เพื่อประกอบกิจธุระส่วนตัว ขับขี่ระหว่างวันเช่นไปพบปะเพื่อนฝูง รับส่งลูกไปโรงเรียน ไม่ได้ใช้เกี่ยวข้องกับการทำงานใดๆ
  • ใช้ส่วนบุคคลและขับไปกลับที่ทำงาน
    รถคันนี้นอกจากใช้เพื่อประกอบกิจธุระส่วนตัวแล้ว ยังใช้ขับไปกลับที่ทำงานอีกด้วย
  • ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานหรือประกอบธุรกิจ
    รถคันนี้นอกจากใช้เพื่อประกอบกิจธุระส่วนตัวแล้ว ยังใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและประกอบธุรกิจ เช่น การประชุมนัดหมายระหว่างวัน การพบปะลูกค้านอกสถานที่เป็นต้น

ฉันสามารถชำระค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่ซื้อทางออนไลน์จากเว็บไซต์ RooJai.com ได้อย่างไร?

1. ชำระเงินผ่านบัตรเครดิต การชำระเงินผ่านบัตรเครดิตเป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็ว คุณสามารถสั่งซื้อและชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ที่วางใจได้ และมีความปลอดภัยสูง
โปรโมชั่น: รับประกันคืนเงิน 100% หากคุณได้รับข้อเสนอการะประกันภัยรถยนต์แบบเดียวกันที่ถูกกว่า

2. ชำระเงินผ่านธนาคาร เช่น เคาน์เตอร์ธนาคาร, โอนเงินผ่านตู้ ATM Krungsri,KTB, SCB , โทรศัพท์มือถือ, และ อินเตอร์เน็ท

3. ชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์บริการต่างๆ จัสเพย์/เอ็มเพย์/แฟมิลีมาร์ท/เพย์แอทโพสต์/ บิ๊กซี/ เทสโก้ โลตัส /โรบินสัน / เซ็นทรัล หรือโอนเงินผ่านบัตรเอทีเอ็มของธนาคารกรุงศรีฯ, กรุงไทย หรือ ไทยพาณิชย์ และ เคาน์เตอร์เซอร์วิสที่เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วประเทศ

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการซื้อกรมธรรม์ออนไลน์มีอะไรบ้าง?

1. ข้อมูลของรถ ได้แก่ ยี่ห้อ รุ่น ทะเบียนรถ หมายเลขตัวถังรถยนต์ อายุรถ ขนาดเครื่องยนต์

2. หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของคุณ และของผู้ขับขี่ที่ต้องการระบุชื่อในกรมธรรม์

3. กรมธรรม์เดิม หากคุณต้องการโอนส่วนลดประวัติดี

4. ข้อมูลบัตรเครดิตของคุณ

จะทราบได้อย่างไรว่าขั้นตอนการสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์แล้ว?

หลังจากที่คุณสั่งซื้อเสร็จแล้ว คุณจะได้รับอีเมล์ยืนยันพร้อมเลขที่คำสั่งซื้อ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราได้รับคำสั่งซื้อจากคุณแล้ว

หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับการชำระเงินของคุณ เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าของเราจะโทรศัพท์ติดต่อกลับไปหาคุณ แต่ถ้าไม่มีการแจ้งปัญหา แสดงว่าคำสั่งซื้อของคุณได้ถูกดำเนินการแล้ว และเราจะส่งใบเสร็จพร้อมกับกรมธรรม์ของคุณไปตามที่อยู่ที่ระบุไว้

อีกหนึ่งทางเลือกคือคุณสามารถเข้าสู่ระบบบัญชีส่วนตัว (My Account) เพื่อตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ หรือติดต่อมาที่ศูนย์ดูแลลูกค้าเพื่อตรวจสอบสถานะการสั่งซื้อของคุณ

จะต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ถึงจะได้รับกรมธรรม์?

คุณจะได้รับกรมธรรม์ต้นฉบับ หลังจากคุณชำระเงินเรียบร้อยและรถยนต์ไม่ต้องตรวจสภาพเราจะจัดส่งกรมธรรม์ถึงมือคุณภายใน 7 วัน

RooJai.com มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?

คุณสามารถไว้ใจเราได้แน่นอน เพราะบริษัท รู้ใจ จำกัด ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เลขที่จดทะเบียน 0205557039412 และได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยจากคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ทะเบียนนายหน้าเลขที่ ว00022/2558 เราสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย

นอกจากนี้ RooJai.com เป็นส่วนหนึ่งของ Primary Asia Group ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นโดยผู้ชำนาญการด้านประกันวินาศภัย โดยมีความเชื่อว่าหลังจากเกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่รถยนต์ควรสามารถขับรถออกจากที่เกิดเหตุกลับไปบนท้องถนนได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และควรได้รับการบริการที่ดีกว่าบริษัทอื่นๆ ทั่วไป

คำจำกัดความของการประกันภัย?

การประกันภัย คือ การบริหารความเสี่ยงภัยวิธีหนึ่ง ซึ่งจะโอนความเสี่ยงภัยของผู้เอาประกันภัยไปสู่บริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องเสียเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้

สัญญาประกันภัยหมายถึง?

สัญญาประกันภัย คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีวินาศภัย หากมีขึ้น หรือในเหตุอย่างอื่นในอนาคตดั่งได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้ บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่าเบี้ยประกันภัย โดยอาจส่งเงินเป็นงวดหรือเป็นก้อนก็ได้

การประกันภัยรถยนต์ หมายถึง?

การประกันภัยรถยนต์เป็นการประกันภัยความรับผิดส่วนบุคคลที่ให้ความคุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายของผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากอุบัติเหตุจากรถที่เอาประกันภัย หรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถคันประกันภัย

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ พรบ. หมายถึง?

ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) คือประกันภัยที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำประกัน ซึ่งมีความคุ้มครองต่อชีวิต หรือการบาดเจ็บของผู้ขับขี่ รวมถึงบุคคลอื่น แต่ไม่ครอบคลุมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สิน

ใครบ้างที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ(พ.ร.บ) นี้ ?

ทุกคนที่ได้รับการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากอุบัติเหตุจากรถยนต์คันที่มีประกันภัยนี้ เช่น ผู้ขับขี่, ผู้โดยสาร, บุคคลภายนอกรถ, คนเดินเท้า, ฯลฯ

กรมธรรม์การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ(พ.ร.บ) นี้คุ้มครองอะไรบ้าง ?

1. ค่ารักษาพยาบาล กรณีได้รับบาดเจ็บ คุ้มครองวงเงินตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 50,000 บาท

2. ค่าปลงศพหรือค่าจัดการศพ กรณีเสียชีวิต คุ้มครองวงเงินสูงสุด 200,000 บาทต่อคน

3. ค่าสินไหมทุพพลภาพถาวร คุ้มครองวงเงินสูงสุด 200,000 บาทต่อคน

4. ค่าชดเชยการนอนโรงพยาบาล กรณีต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล วันละ 200 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 วัน

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หมายถึง?

ประกันภัยภาคสมัครใจ คือ เป็นการประกันภัยรถที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ซึ่งเป็นคุ้มครองความเสียหายของรถยนต์คันที่เอาประกันภัยรวมถึงความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดจากการเกิดเหตุครั้งนั้น โดยสามารถซื้อเพิ่มจากความคุ้มครองตาม พรบ. นอกจากนี้ยังเป็นการโอนความเสี่ยงภัยของผู้เอาประกันภัยไปสู่บริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องเสียเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

  • ประเภท 1 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก คุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายไฟไหม้,และความเสียหายต่อรถยนต์คันที่เอาประกันภัย
  • ประเภท 2 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก คุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายไฟไหม้
  • ประเภท 3 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น
  • ประเภท 4 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้ง
  • ประเภท 5 ซึ่งมี 2 รูปแบบ ได้แก่
    • 5.1 ประเภท 2+ คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก คุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายไฟไหม้, และความเสียหายต่อตัวรถยนต์กรณีการชนกับยานพาหนะทางบก
    • 5.2 ประเภท 3+ คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และความเสียหายต่อตัวรถยนต์กรณีการชนกับยานพาหนะทางบก

ความคุ้มครองกรณีขายหรือโอนรถยนต์

เมื่อผู้เอาประกันภัยหรือเจ้าของรถได้โอนรถยนต์ให้แก่ผู้อื่น ให้ถือว่าผู้รับโอนเป็นผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ และบริษัทประกันภัยต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อไปตลอดอายุกรมธรรม์ประกันภัยที่เหลืออยู่ หากเจ้าของรถ หรือผู้เอาประกันภัยเดิมไม่ได้แจ้งยกเลิกการประกันภัยก่อนขายหรือโอนรถยนต์ แต่ในกรณีที่ทำประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ ผู้เอาประกันภัยหรือเจ้าของรถเดิม จะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ขับขี่ให้บริษัทประกันภัยทราบ เพื่อจะได้มีการปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันภัยตามสภาพความเสี่ยงภัยที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเมื่อเกิดเหตุจะได้คุ้มครองผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อเพิ่มโดยไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายส่วนแรกกรณีชื่อผู้ขับขี่ไม่ตรงตามระบุในกรมธรรม์

ค่าความเสียหายส่วนแรกคืออะไร

“ความเสียหายส่วนแรก” หมายถึง ส่วนแรกของความรับผิด หรือความเสียหายอันมีการคุ้มครองคุ้มครองตามข้อสัญญา หรือเอกสารแนบท้ายแห่งกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง

โดยค่าเสียหายส่วนแรกมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ตามหมวดความรับผิด ดังนี้

1. ค่าเสียหายส่วนแรกตามหน้าตาราง
จำนวนค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระตามข้อตกลงของการประกันภัย ซึ่งจะปรากฏในตัวกรมธรรม์ประกันภัย อาจมีหรืออาจจะไม่มีก็ได้ โดยจะมีการกำหนดจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอาไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์เลย จำนวนแล้วแต่จะตกลงกันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย ตัวอย่างเช่น หากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของคุณมีเงื่อนไขกำหนดค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท เมื่อมีการแจ้งเคลม และผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด คุณมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถคิดเป็นมูลค่า 3,000 บาท ในกรณีนี้ คุณต้องร่วมรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกที่ 1,000 บาทก่อน ส่วนที่เหลืออีก 2,000 บาท บริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ
การเลือกซื้อกรมธรรม์แบบระบุค่าเสียหายส่วนแรกนี้มีประโยชน์คือทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยถูกลง เนื่องจากผู้เอาประกันภัยตกลงที่จะรับความเสี่ยงไว้เองส่วนหนึ่ง อีกทั้งค่าเสียหายส่วนแรกตามหน้าตารางนี้ ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบจ่ายเฉพาะการชนที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด หากเป็นฝ่ายถูกไม่ต้องเสียแต่อย่างใด

2. ค่าเสียหายส่วนแรก กรณีผิดเงื่อนไขกรมธรรม์
หมาย ถึงจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ กรณีผิดเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์มาตรฐานทุกฉบับจะมีการกำหนดเอาไว้ เช่น

  • (ก) 1,000 บาทแรกของความเสียหายอันมิได้เกิดจาการชนหรือคว่ำ หรือกรณีที่เกิดจากการชนแต่ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้
  • (ข) 6,000 บาทแรกของความเสียหายต่อรถยนต์ ที่เกิดจากการชน การคว่ำ ในกรณีเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุ มิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์ประกันภัย
  • (ค) 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในกรณีเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากความเสียหายนั้นเป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยซึ่งมิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์ประกันภัย
  • (ง) 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สิน ในกรณีที่ใช้รถยนต์ในเวลาเกิดอุบัติเหตุนอกเหนือ จากที่ได้ระบุไว้ในตาราง หรือใช้รถผิดประเภท

ตัวอย่างเช่น
หากคุณแจ้งเคลมว่ารถยนต์คันเอาประกันภัยถูกคู่กรณีเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย แต่คุณไม่สามารถระบุหมายเลขทะเบียนรถคู่กรณีได้ คุณจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท โดยการไปจ่ายเงินที่อู่ซ่อมรถยนต์เมื่อรถซ่อมเสร็จ แต่ทั้งนี้หากคุณสามารถระบุหมายเลขทะเบียนรถคู่กรณีได้ ให้ดำเนินการแจ้งความทางคดีต่อพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ และคัดสำเนาบันทึกประจำวันส่งมอบให้อู่ซ่อม พร้อมเอกสารประกอบการเคลมอื่นๆ คุณจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกกรณีผิดเงื่อนไขนี้

ส่วนลดลูกค้าประวัติดีไม่มีเคลมคืออะไร

ส่วนลดลูกค้าประวัติดีไม่มีเคลม คือส่วนลดที่บริษัทเสนอให้แก่ผู้ทำประกันที่ไม่มีการแจ้งเคลมในช่วงปีที่ผ่านมาสำหรับกรมธรรม์ที่มีการต่ออายุต่อเนื่องกับบริษัทเท่านั้น โดยบริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเป็นลำดับขั้น ดังนี้

  • ขั้นที่ 1 20 % ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการแจ้งเคลม ในการประกันภัยปีแรก
  • ขั้นที่ 2 30 % ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการแจ้งเคลม ในการประกันภัย 2 ปี ติดต่อกัน
  • ขั้นที่ 3 40 % ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการแจ้งเคลม ค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัย 3 ปี ติดต่อกัน
  • ขั้นที่ 4 50 % ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการแจ้งเคลมในการประกันภัย 4 ปี ติดต่อกันหรือกว่านั้น ทั้งนี้ส่วนลดประวัติดี 50% เป็นส่วนลดสูงสุด สำหรับรถยนต์ที่ทำประกันต่อเนื่อง 5 ปีหรือมากกว่า

การยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย ทำได้อย่างไรบ้าง

การยกเลิกกรมธรรม์ เกิดได้ 2 วิธี ได้แก่

1. บริษัทเป็นผู้บอกเลิก
บริษัทอาจบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ได้ด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัยตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้บริษัททราบ ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว ในกรณีนี้บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัย สำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน

2. ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้บอกเลิก
ผู้เอาประกันภัยอาจบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้ได้ โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับ ณ วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกเลิก หรือวันที่ระบุไว้ในหนังสือบอกเลิก แล้วแต่ว่าวันใดเป็นวันหลังสุดในกรณีนี้ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืน ตามอัตราการคืนเบี้ยประกันภัยแบบระยะสั้น

วิธีการแจ้งเหตุ?

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ คุณต้องตั้งสติให้มั่น หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ต้องรีบให้ความช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น เคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน โดยโทรหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน หมายเลข 1669 และหลังจากนั้น โทรแจ้งสายด่วนอุบัติเหตุ 02-117-4444 เพื่อจะได้ประสานงานเจ้าหน้าที่สำรวจภัยไปช่วยเหลือคุณ ณ ที่เกิดเหตุ รวมทั้งการดำเนินการแจ้งความ กรณีมีคนเจ็บเกี่ยวข้องในอุบัติเหตุครั้งนี้ กรุณาอย่าเพิ่งแสดงการรับผิดชอบใดๆ หากไม่แน่ใจ หรือ การเคลื่อนย้ายรถก่อนที่จะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ ข้อมูลเบื้องต้นที่ต้องเตรียมก่อนโทรหาประกัน เพื่อจะได้คำแนะนำที่รวดเร็ว ได้แก่อะไรบ้าง?

  • รายละเอียดรถประกัน: เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ ยี่ห้อ/รุ่นรถ
  • รายละเอียดการเกิดเหตุ: ชื่อ เบอร์โทรผู้ขับขี่ วันเวลาเกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุ
  • ลักษณะการเกิดเหตุคร่าวๆ
  • รายละเอียดพยานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ

ทำอย่างไรเมื่อรถยนต์เกิดเหตุ

เมื่อมีอุบัติเหตุรถยนต์เกิดขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ หรือผู้พบเห็นเหตุการณ์ ควรปฏิบัติดังนี้

  • 1. กรณีมีผู้บาดเจ็บ
    • นำคนเจ็บเข้ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและสะดวกที่สุดก่อน
    • แจ้งเหตุที่เกิดให้ตำรวจทราบ และขอสำเนาประจำวันตำรวจเก็บไว้
    • แจ้งเหตุบริษัทประกันภัยทราบ แจ้งวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ
    • ให้ชื่อ ที่อยู่ ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์เพื่อช่วยเหลือในการเป็นพยานให้แก่คนเจ็บ
    • อย่าเจรจาเรื่องค่าสินไหมทดแทนเอง จนกว่าเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันจะไปถึง
  • 2. กรณีท่านไม่ใช่ฝ่ายผิด
    • จดเลขทะเบียน ชื่อ ที่อยู่ ใบขับขี่ และหมายเลขโทรศัพท์ของคู่กรณีที่ทำผิด
    • จดรายละเอียดของพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)
    • แจ้งเหตุบริษัทประกันภัยทราบ แจ้งวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ
    • ขณะรอเจ้าหน้าที่ ให้ถ่ายภาพความเสียหายของรถทุกคันและสภาพแวดล้อมของที่เกิดเหตุ(หากสามารถทำได้)
  • 3.ในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด
    • แจ้งเหตุบริษัทประกันภัยทราบ แจ้งวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ
    • อย่าลงนามในเอกสารใดก่อนที่บริษัทประกันของคุณจะมาถึงที่เกิดเหตุ
    • เคลื่อนย้ายรถไปยังที่ที่ไม่กีดขวางการจราจร หลังจากที่ยอมรับความผิด
    • ให้ชื่อและที่อยู่ของคุณแก่คู่กรณี ถ้าอีกฝ่ายขอ

เมื่อกระจกหน้ารถหรือหน้าต่างเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ ข้อมูลเบื้องต้นที่ต้องเตรียมก่อนโทรหาประกัน เพื่อจะได้คำแนะนำที่รวดเร็ว ได้แก่อะไรบ้าง?

รายละเอียดรถประกัน: เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ ยี่ห้อ/รุ่นรถ ใบรับประกันฟิล์มหรือยี่ห้อฟิล์มติดรถยนต์

  • รายละเอียดการเกิดเหตุ: ชื่อ เบอร์โทรผู้ขับขี่ วันเวลาเกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุ
  • ลักษณะการเกิดเหตุคร่าวๆ
  • สถานที่ปัจจุบันของรถยนต์หรือสถานที่นัดหมายสำหรับการบริการเคลื่อนที่

กรณีที่ท่านสามารถถ่ายภาพความเสียหาย นำส่งให้เจ้าหน้าที่รับแจ้งทางอีเมล์ จะเป็นการช่วยลดขั้นตอนให้รวดเร็ว และสามารถพิจารณาบาดแผลได้ว่า ความเสียหายของกระจกสามารถซ่อมแซมแทนเปลี่ยนกระจกใหม่ได้ ซึ่งถ้าท่านเลือกวิธีซ่อมแทนเปลี่ยน ท่านจะไม่เสียประวัติเคลมฝ่ายผิด อันจะไม่กระทบต่อค่าเบี้ยประกันกรณีต่ออายุกับบริษัท

เมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อยและไม่มีรถยนต์คู่กรณีเกี่ยวข้อง ฉันควรทำอย่างไรเมื่อต้องการแจ้งเคลม?

ลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ไม่มีคู่กรณีเกี่ยวข้อง เช่น

  • ชนต้นไม้, ชนรั้ว,ชนเสา,ชนกำแพง,ชนสุนัข
  • สิ่งของตกใส่รถ,กิ่งไม้ตกใส่
  • รถยนต์ตกข้างทาง,รถยนต์ตกหลุม,ยางแตก

กรณีเหล่านี้ถ้าความเสียหายเล็กน้อยไม่เกิน 3 ชิ้น และรถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้ คุณสามารถเตรียมเอกสารประกอบเคลมเบื้องต้น พร้อมนำรถยนต์ติดต่อแจ้ง เคลมที่อู่ซ่อมแนะนำใกล้บ้านคุณ โดยอู่ซ่อมจะบริการท่านด้วยขั้นตอนของการแจ้งเคลมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว ดูรายชื่ออู่แนะนำคลิกที่นี่

ฉันควรทำอย่างไรเวลาที่รถเสียกลางทาง?

กรณีรถเสียไม่สามารถแก้ไข ณ จุดเกิดเหตุ รู้ใจจะจัดหาช่างผู้ชำนาญการเพื่อไปบริการท่านที่จุดเกิดเหตุ โดยระยะทางไม่ควรเกิน 25 กิโลเมตร ใช้บริการได้ปีละ 1 ครั้ง หากกรณีรถเสียโดยช่างที่ส่งไปช่วย ณ ที่เกิดเหตุไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เราจะเคลื่อนย้ายรถของท่านจากจุดเกิดเหตุรถเสียไปยังอู่ซ่อมใกล้เคียงที่สุด