คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์

ประกันรถยนต์ออนไลน์

การประกันภัย คือ การบริหารความเสี่ยงภัยวิธีหนึ่ง ซึ่งจะโอนความเสี่ยงภัยของผู้เอาประกันภัยไปสู่บริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นบริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้
ัสัญญาประกันภัย คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีที่เกิดวินาศภัยดั่งได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้ บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่าเบี้ยประกันภัย โดยอาจส่งเงินเป็นงวดหรือเป็นก้อนก็ได้
การประกันภัยรถยนต์ คือ การประกันความสูญเสียหรือเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ รวมถึงความสูญเสียหรือเสียหายที่รถยนต์ก่อให้เกิดขึ้นแก่ชีวิตร่างกาย และ ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ตลอดจนบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถยนต์นั้นด้วย โดยบริษัทประกันจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) คือ ประกันภัยที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำ ซึ่งมีความคุ้มครองต่อชีวิต หรือการบาดเจ็บของผู้ขับขี่ รวมถึงบุคคลอื่น แต่ไม่ครอบคลุมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สิน
ทุกคนที่ได้รับการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากรถยนต์คันที่มีประกันภัยนี้ เช่น ผู้ขับขี่, ผู้โดยสาร, บุคคลภายนอกรถ, คนเดินเท้า, ฯลฯ
  1. ค่ารักษาพยาบาลตามจริงกรณีบาดเจ็บ คุ้มครองสูงสุด 80,000 บ. ต่อคน
  2. ค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ* คุ้มครอง 200,000 – 300,000 บ.
  3. ค่าทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร คุ้มครอง 300,000 บ. ต่อคน
  4. ค่าชดเชยรายวันกรณีนอนโรงพยาบาล 200 บ. ต่อวัน (สูงสุดรวมไม่เกิน 20 วัน)
ประกันภัยภาคสมัครใจ คือ ประกันภัยรถที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ซึ่งคุ้มครองความเสียหายของรถยนต์คันที่เอาประกันภัยรวมถึงความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดจากการเกิดเหตุครั้งนั้น โดยสามารถซื้อเพิ่มจากความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ถือเป็นการโอนความเสี่ยงภัยของผู้เอาประกันภัยไปสู่บริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นบริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้ระบุความคุ้มครองไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
  • ประเภท 1 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ และความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย
  • ประเภท 2 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้
  • ประเภท 3 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น
  • ประเภท 4 คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้ง
  • ประเภท 5 มี 2 รูปแบบ ได้แก่
    • 5.1 ประเภท 2+ คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ และความเสียหายต่อตัวรถยนต์กรณีการชนกับยานพาหนะทางบก
    • 5.2 ประเภท 3+ คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และความเสียหายต่อตัวรถยนต์กรณีการชนกับยานพาหนะทางบก
นอกเหนือจากประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ที่รถยนต์ทุกคันต้องมีตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว คุณควรจัดทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเติม เพื่อช่วยเพิ่มความคุ้มครองความเสี่ยงภัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและเกินความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. เช่น ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ หรือความรับผิดต่อความเสียหายของคู่กรณีสำหรับชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน ซึ่งผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด กรมธรรม์รถยนต์ภาคสมัครใจบางประเภทยังให้คุ้มครองในกรณีที่รถยนต์สูญหายหรือถูกโจรกรรม, น้ำท่วม รวมถึงภัยธรรมชาติอื่น ๆ ตลอดจนค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือค่าชดเชยอื่น ๆ ในรูปแบบของค่าสินไหมทดแทน
รถยนต์ที่มีประกันก็เปรียบเสมือนมีเกาะป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ช่วยบรรเทาความสูญเสียทางการเงินของคุณได้อย่างมากเมื่อเกิดอุบัติเหตุ กรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดมักจะคุ้มครองรวมไปถึงอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมต่าง ๆ ด้วย การเลือกประกันภัยประเภทที่ราคาถูกมาก ๆ ต้องพิจารณาในส่วนอื่นด้วย เช่น ประกันภัยประเภท 3 จะไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย แต่ประกันภัยประเภท 1จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมกว่า การที่เราตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยประเภท 3 เพราะดูเหมือนว่าค่าเบี้ยถูกกว่านั้น อาจก็กลายเป็นสิ่งที่แย่เมื่อเคลมประกันแล้วต้องมาจ่ายค่าซ่อมรถเอง ควรเลือกประกันที่คุ้มครองตรงกับความเสี่ยงของคุณ จากนั้นค่อยตัดสินใจเรื่องราคาอีกที
หากคุณพึงพอใจในราคาที่ได้รับแล้ว คุณสามารถซื้อประกันแผนนั้นผ่านทางออนไลน์ได้ทันที โดยกำหนดวันเริ่มต้นความคุ้มครองของกรมธรรม์ตามที่ต้องการ หรือหากคุณยังไม่ตัดสินใจซื้อในทันที คุณสามารถเก็บใบเสนอราคาไว้ก่อน และติดต่อกลับมาหารู้ใจได้ในภายหลัง โดยใบเสนอราคาของคุณจะมีอายุ 90 วัน
ปัจจัยที่ใช้ในการคำนวณค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ประกอบไปด้วย ยี่ห้อ, รุ่นรถยนต์, รูปแบบการใช้รถ, การเลือกเงื่อนไขความคุ้มครอง, จำนวนทุนประกันภัย, ประวัติการขับขี่ของคุณ, อายุ, สถานภาพสมรส, ส่วนลดประวัติดี, จำนวนและอายุผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ และค่าความเสียหายส่วนแรก
นอกจากนี้ยังรวมถึงความคุ้มครองเอกสารแนบท้ายเพิ่มเติม เช่น การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล, วงเงินค่ารักษาพยาบาล และการประกันตัวผู้ขับขี่ ก็ส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันภัยด้วยเช่นกัน
ผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยจะจ่ายค่าเบี้ยประกันในราคาที่สูงกว่า เนื่องจากมีประสบการณ์ในการขับขี่น้อย จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า ดังนั้น ค่าเบี้ยประกันจึงสูงขึ้นตามไปด้วย
รถยนต์แต่ละคันถูกผลิตขึ้นมาแตกต่างกัน รถที่มีมูลค่าสูงกว่าย่อมต้องการความคุ้มครองที่สูงกว่า สำหรับค่าซ่อมหรือค่าอะไหล่ อายุการใช้งานของรถยนต์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการคำนวณค่าเบี้ยประกัน รถยนต์ที่ใหม่กว่าย่อมมีโอกาสเสียน้อยกว่ารถยนต์เก่า
ได้แน่นอน โดยเรายินดีมอบข้อเสนอที่คุ้มค่าสำหรับรถยนต์คันใหม่ของคุณ เพียงแค่คุณแจ้งกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ว่าจะจัดการเรื่องการทำประกันภัยรถยนต์เอง หากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เสนอประกันอื่น ๆ ให้กับคุณ คุณสามารถขอใบเสนอราคาจาก RooJai.com ผ่านทางระบบออนไลน์เพียงไม่กี่นาที หรือโทรหาเราที่เบอร์ 02 582 8888 เพื่อใช้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
ผู้ขับขี่หลัก: คือ ผู้ที่ขับขี่รถยนต์บ่อยที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของรถ หรือเป็นผู้ถือกรมธรรม์ก็ได้
ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์: คือ ผู้ขับขี่รถยนต์ที่ชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์ของคุณ โดยจะต้องมีอายุระหว่าง 20-70 ปี โดยสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ทั้งหมด 4 คน รวมผู้ขับขี่หลักด้วย และผู้ขับขี่ระบุชื่อทั้งหมดต้องมีประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี
ผู้ขับขี่ที่ได้รับอนุญาต: คือ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้รถยนต์ของคุณ โดยจะเป็นผู้ใดก็ได้ที่มีประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี และต้องไม่โดนยึดหรือถูกยกเลิกใบอนุญาตขับขี่ใน 5 ปีที่ผ่านมา
ผู้ขับขี่ที่อายุมากกว่า 25 หรือมากกว่า 30 ปี: คือ ผู้ขับขี่ทุกคนที่มีอายุตามที่กล่าวข้างต้น และได้รับอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกัน เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อน ญาติพี่น้อง เป็นต้น
รูปแบบการใช้รถยนต์ คือ ลักษณะการใช้รถยนต์คันเอาประกัน ซึ่งแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
  1. ใช้เพื่อธุระส่วนตัว ขับขี่ระหว่างวัน เช่นไปพบปะเพื่อนฝูง ซื้อของ รับส่งลูกไปโรงเรียน ท่องเที่ยว ไม่ได้ใช้เกี่ยวข้องกับการทำงานใด ๆ
  2. ใช้เพื่อธุระส่วนตัวและเดินทางไปทำงาน รถคันนี้นอกจากใช้เพื่อธุระส่วนตัวแล้ว ยังใช้ขับไปกลับที่ทำงาน หรือ ขับไปประชุมนัดหมายระหว่างวัน หรือพบปะลูกค้านอกสถานที่ เป็นต้น
  1. ชําระเงินผ่านบัตรเครดิต การชําระเงินผ่านบัตรเครดิตเป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็ว คุณสามารถสั่งซื้อและชําระเงินผ่านระบบออนไลน์ที่วางใจได้ และมีความปลอดภัยสูง
  2. ชําระเงินผ่านธนาคาร สามารถทำธุรกรรมการโอนเงินผ่านธนาคารได้หลายรูปแบบ เช่น ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร, ตู้ ATM, โทรศัพท์มือถือ (Mobile Banking) และผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต(Internet banking) เป็นต้น
  3. ชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ใกล้บ้านคุณ หากคุณเลือกชำระเป็นเงินสด คุณสามารถใช้รหัสชำระเงิน เพื่อไปชำระได้ตามเคาน์เตอร์บริการรับชำระเงินต่าง ๆ หรืออาจจะเข้ามาชำระเงินโดยตรงที่บริษัท รู้ใจ จำกัด

ตรวจสอบวิธีการชำระเงินได้ที่นี่

  1. ข้อมูลของรถ ได้แก่ ยี่ห้อ รุ่น เลขทะเบียน หมายเลขตัวถังรถยนต์ อายุรถ ขนาดเครื่องยนต์
  2. หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของคุณ และของผู้ขับขี่ที่ต้องการระบุชื่อในกรมธรรม์
  3. กรมธรรม์เดิม หากคุณต้องการส่วนลดประวัติดี
  4. ข้อมูลบัตรเครดิตสำหรับการชำระเงินของคุณ
หลังจากที่คุณสั่งซื้อแล้ว คุณจะได้รับอีเมล์ยืนยัน พร้อมเลขที่คำสั่งซื้อ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราได้รับคำสั่งซื้อจากคุณแล้ว หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับการชำระเงินของคุณ เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าของเราจะโทรศัพท์ติดต่อกลับไปหาคุณทันที แต่ถ้าไม่มีการแจ้งปัญหา แสดงว่าคำสั่งซื้อของคุณได้ถูกดำเนินการแล้ว และเราจะส่งใบเสร็จพร้อมกับกรมธรรม์ของคุณไปตามที่อยู่ที่ระบุไว้
คุณจะได้รับกรมธรรม์ต้นฉบับ หลังจากคุณชำระเงินเรียบร้อยและรถยนต์ไม่ต้องตรวจสภาพ โดยเราจะจัดส่งกรมธรรม์ให้ถึงมือคุณภายใน 7 วัน
คุณสามารถไว้ใจเราได้แน่นอน เพราะบริษัท รู้ใจ จำกัด ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เลขที่จดทะเบียน 0205557039412 และได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ทะเบียนนายหน้าเลขที่ ว00022/2558 เราสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย นอกจากนี้ Roojai.com เป็นส่วนหนึ่งของ Primary Asia Group ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นโดยผู้ชำนาญการด้านประกันวินาศภัย โดยมีความเชื่อว่า หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่รถยนต์ควรสามารถขับรถออกจากที่เกิดเหตุกลับไปบนท้องถนนได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และควรได้รับการบริการที่ดีกว่าบริษัทอื่น ๆ ทั่วไป
เมื่อผู้เอาประกันภัยหรือเจ้าของรถได้โอนรถยนต์ให้แก่ผู้อื่น ให้ถือว่าผู้รับโอนเป็นผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และบริษัทประกันภัยต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อไปตลอดอายุกรมธรรม์ประกันภัยที่เหลืออยู่ หากเจ้าของรถหรือผู้เอาประกันภัยเดิมไม่ได้แจ้งยกเลิกการประกันภัยก่อนขายหรือโอนรถยนต์ แต่ในกรณีที่ทำประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ ผู้เอาประกันภัยหรือเจ้าของรถเดิมจะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ขับขี่ให้บริษัทประกันภัยทราบ เพื่อจะได้มีการปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันภัยตามสภาพความเสี่ยงภัยที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเมื่อเกิดเหตุจะได้คุ้มครองผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อเพิ่มโดยไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายส่วนแรกกรณีชื่อผู้ขับขี่ไม่ตรงตามระบุในกรมธรรม์
ความเสียหายส่วนแรก คือ ส่วนแรกของความรับผิด หรือความเสียหายอันมีการคุ้มครองตามข้อสัญญาหรือเอกสารแนบท้ายแห่งกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง โดยค่าเสียหายส่วนแรกมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ตามหมวดความรับผิด ดังนี้
  1. ค่าเสียหายส่วนแรกตามหน้าตาราง
    คือจำนวนค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระตามข้อตกลงของการประกันภัย ซึ่งจะปรากฏในตัวกรมธรรม์ประกันภัย อาจมีหรืออาจจะไม่มีก็ได้ โดยจะมีการกำหนดจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอาไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์เลย จำนวนเงินแล้วแต่จะตกลงกันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย ตัวอย่างเช่น หากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของคุณมีเงื่อนไขกำหนดค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท เมื่อมีการแจ้งเคลม และผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด คุณมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถคิดเป็นมูลค่า 3,000 บาท ในกรณีนี้คุณต้องร่วมรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกที่ 1,000 บาทก่อน ส่วนที่เหลืออีก 2,000 บาท บริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ การเลือกซื้อกรมธรรม์แบบระบุค่าเสียหายส่วนแรกนี้มีประโยชน์คือทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยถูกลง เนื่องจากผู้เอาประกันภัยตกลงที่จะรับความเสี่ยงไว้เองส่วนหนึ่ง อีกทั้งค่าเสียหายส่วนแรกตามหน้าตารางนี้ ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบจ่ายเฉพาะการชนที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ หากเป็นฝ่ายถูกไม่ต้องเสียแต่อย่างใด
  2. ค่าเสียหายส่วนแรกกรณีผิดเงื่อนไขกรมธรรม์
    คือจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ กรณีผิดเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์มาตรฐานทุกฉบับจะมีการกำหนดเอาไว้ เช่น
    • (ก) 1,000 บาทแรกของความเสียหายอันมิได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ หรือกรณีที่เกิดจากการชนแต่ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้
    • (ข) 6,000 บาทแรกของความเสียหายต่อรถยนต์ ที่เกิดจากการชน การคว่ำ ในกรณีเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุ มิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์ประกันภัย
    • (ค) 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในกรณีเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากความเสียหายนั้นเป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยซึ่งมิใช่ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์ประกันภัย
    • (ง) 2,000 บาทแรกของความเสียหายต่อทรัพย์สิน ในกรณีที่ใช้รถยนต์ในเวลาเกิดอุบัติเหตุนอกเหนือ จากที่ได้ระบุไว้ในตาราง หรือใช้รถผิดประเภท
      ตัวอย่างเช่น

หากคุณแจ้งเคลมว่ารถยนต์คันเอาประกันภัยถูกคู่กรณีเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย แต่คุณไม่สามารถระบุหมายเลขทะเบียนรถคู่กรณีได้ คุณจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท เมื่อรถซ่อมเสร็จที่อู่ แต่ทั้งนี้หากคุณสามารถระบุหมายเลขทะเบียนรถคู่กรณีได้ ให้ดำเนินการแจ้งความทางคดีต่อพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ และคัดสำเนาบันทึกประจำวันส่งมอบให้อู่ซ่อม พร้อมเอกสารประกอบการเคลมอื่น ๆ คุณจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกกรณีผิดเงื่อนไขนี้

ส่วนลดลูกค้าประวัติดีไม่มีเคลม คือ ส่วนลดที่บริษัทเสนอให้แก่ผู้ทำประกันที่ไม่มีการแจ้งเคลมในช่วงปีกรมธรรม์ที่ผ่านมาและมีการต่ออายุกรมธรรม์ต่อเนื่องกับบริษัทเท่านั้น โดยบริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเป็นลำดับขั้น ดังนี้

ขั้นที่ 1 ลด 20 % ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการแจ้งเคลมในการประกันภัยปีแรก
ขั้นที่ 2 ลด 30 % ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการแจ้งเคลมในการประกันภัย 2 ปี ติดต่อกัน
ขั้นที่ 3 ลด 40 % ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการแจ้งเคลมในการประกันภัย 3 ปี ติดต่อกัน
ขั้นที่ 4 ลด 50 % ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการแจ้งเคลมในการประกันภัย 4 ปี ติดต่อกันหรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ส่วนลดประวัติดี 50% เป็นส่วนลดสูงสุด สำหรับรถยนต์ที่ทำประกันต่อเนื่อง 5 ปีหรือมากกว่า

การยกเลิกกรมธรรม์ เกิดได้ 2 วิธี ได้แก่
  1. บริษัทเป็นผู้บอกเลิก
    บริษัทอาจบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้ได้ด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันทางไปรษณีย์ โดยลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัยตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้บริษัททราบ ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับ ณ วันพ้นกำหนดดังกล่าว ในกรณีนี้บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัย สำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน
  2. ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้บอกเลิก
    ผู้เอาประกันภัยอาจบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้ได้โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะมีผลให้กรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับ ณ วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกเลิก หรือวันที่ระบุไว้ในหนังสือบอกเลิก แล้วแต่ว่าวันใดเป็นวันหลังสุด ในกรณีนี้ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืน ตามอัตราการคืนเบี้ยประกันภัยแบบระยะสั้น

เกี่ยวกับการเคลม

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ อันดับแรกควรตั้งสติให้มั่น หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ต้องรีบให้ความช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น หรือนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลโดยโทรหาหน่วยแพทย์ฉุกเฉินที่เบอร์ 1669 และหลังจากนั้นให้โทรแจ้งสายด่วนอุบัติเหตุของรู้ใจที่เบอร์ 02 582 8844 เราจะประสานงานเจ้าหน้าที่สำรวจภัยไปช่วยเหลือคุณ ณ ที่เกิดเหตุ และดำเนินการแจ้งความ กรณีมีคนเจ็บเกี่ยวข้องในอุบัติเหตุครั้งนี้ กรุณาอย่าเพิ่งแสดงการรับผิดชอบใด ๆ หากไม่แน่ใจ หรือเคลื่อนย้ายรถก่อนที่จะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
  • รายละเอียดรถประกัน: เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ ยี่ห้อ/รุ่นรถ
  • รายละเอียดการเกิดเหตุ: ชื่อ เบอร์โทรผู้ขับขี่ วันเวลาเกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุ
  • ลักษณะการเกิดเหตุคร่าว ๆ
  • รายละเอียดพยานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ
เมื่อมีอุบัติเหตุรถยนต์เกิดขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ หรือผู้พบเห็นเหตุการณ์ ควรปฏิบัติดังนี้
  1. กรณีมีผู้บาดเจ็บ
    นำคนเจ็บเข้ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและสะดวกที่สุดก่อน แจ้งเหตุที่เกิดให้ตำรวจทราบ และขอสำเนาประจำวันตำรวจเก็บไว้ แจ้งเหตุให้บริษัทประกันภัยทราบ แจ้งวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุให้ชื่อ ที่อยู่ ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์เพื่อช่วยเหลือในการเป็นพยานให้แก่คนเจ็บ อย่าเจรจาเรื่องค่าสินไหมทดแทนเอง จนกว่าเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันจะไปถึง
  2. กรณีคุณไม่ใช่ฝ่ายผิด
    จดเลขทะเบียน ชื่อ ที่อยู่ ใบขับขี่ และหมายเลขโทรศัพท์ของคู่กรณีที่ทำผิด จดรายละเอียดของพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี) แจ้งเหตุบริษัทประกันภัยทราบ แจ้งวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ ขณะรอเจ้าหน้าที่ให้ถ่ายภาพความเสียหายของรถทุกคันและสภาพแวดล้อมของที่เกิดเหตุ (หากสามารถทำได้)
  3. ในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด
    แจ้งเหตุบริษัทประกันภัยทราบ แจ้งวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุอย่าลงนามในเอกสารใดก่อนที่บริษัทประกันของคุณจะมาถึงที่เกิดเหตุ เคลื่อนย้ายรถไปยังที่ที่ไม่กีดขวางการจราจร หลังจากที่ยอมรับความผิด ให้ชื่อและที่อยู่ของคุณแก่คู่กรณีถ้าอีกฝ่ายขอ
-รายละเอียดรถประกัน: เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ ยี่ห้อ/รุ่นรถ ใบรับประกันฟิล์มหรือยี่ห้อฟิล์มติดรถยนต์
-รายละเอียดการเกิดเหตุ: ชื่อ เบอร์โทรผู้ขับขี่ วันเวลาเกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุ
-ลักษณะการเกิดเหตุคร่าว ๆ
-สถานที่ปัจจุบันของรถยนต์หรือสถานที่นัดหมายสำหรับการบริการเคลื่อนที่
-กรณีที่คุณสามารถถ่ายภาพความเสียหาย นำส่งให้เจ้าหน้าที่รับแจ้งทางอีเมล์ จะเป็นการช่วยลดขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้น และสามารถพิจารณาบาดแผลได้ว่าความเสียหายของกระจกสามารถซ่อมแซมแทนเปลี่ยนกระจกใหม่ได้ ซึ่งถ้าคุณเลือกวิธีซ่อมแทนเปลี่ยน คุณจะไม่เสียประวัติเคลมฝ่ายผิด และไม่กระทบต่อค่าเบี้ยประกันกรณีต่ออายุกับบริษัท
ลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ไม่มีคู่กรณีเกี่ยวข้อง เช่น ชนต้นไม้, ชนรั้ว, ชนเสา, ชนกำแพง, ชนสุนัข, สิ่งของตกใส่รถ, กิ่งไม้ตกใส่, รถยนต์ตกข้างทาง, รถยนต์ตกหลุม หรือยางแตก
กรณีเหล่านี้ถ้าความเสียหายเล็กน้อยและรถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้ คุณสามารถเตรียมเอกสารประกอบการเคลมเบื้องต้น พร้อมนำรถยนต์ติดต่อแจ้งเคลมที่อู่ซ่อมแนะนำใกล้บ้านคุณ โดยอู่ซ่อมจะบริการท่านด้วยขั้นตอนของการแจ้งเคลมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว ดูรายชื่ออู่แนะนำคลิกที่นี่
กรณีรถเสียไม่สามารถแก้ไข ณ จุดเกิดเหตุได้ รู้ใจจะจัดหาช่างผู้ชำนาญการเพื่อไปบริการท่านที่จุดเกิดเหตุ โดยระยะทางไม่ควรเกิน 25 กิโลเมตร ใช้บริการได้ปีละ 1 ครั้ง หากกรณีรถเสียโดยช่างที่ส่งไปช่วย ณ ที่เกิดเหตุไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เราจะเคลื่อนย้ายรถของท่านจากจุดเกิดเหตุรถเสียไปยังอู่ซ่อมใกล้เคียงที่สุด