ในยุคที่การเลือกซื้อรถยนต์ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกยานพาหนะเพื่อเดินทางเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์และค่านิยมของผู้ใช้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตในยุคดิจิทัล การเลือกประกันรถแต่ละชั้นจึงมี ‘ปัจจัย’ ที่ควรพิจารณามากมาย รู้ใจจะช่วยให้คุณเข้าใจว่าไลฟ์สไตล์ Gen Z ควรจะเลือกอะไรให้เหมาะสม รวมถึงวิธีการเลือกประกันที่ตอบโจทย์
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
- Gen Z คือใคร? และพฤติกรรมส่วนใหญ่ของชาว Gen Z
- ผลสำรวจสถานะการเงินของชาว Gen Z
- รถยนต์ VS รถไฟฟ้า EV ชาว Gen Z เลือกอะไรดี?
- ประกันรถยนต์แบบไหน? ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Gen Z
- ประกันชั้น 1, 2, 3, 2+ และ 3+ ต่างกันยังไง?
Gen Z คือใคร? และพฤติกรรมส่วนใหญ่ของชาว Gen Z
Gen Z หมายถึงคนที่เกิดประมาณ ปี 1997–2012 เป็นกลุ่มคนที่โตมากับโลกยุคดิจิทัล มีการใช้อินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีความรู้และเชี่ยวชาญในการค้นหาข้อมูล การสื่อสาร รวมถึงแนวคิดใหม่ ๆ มากมาย และเริ่มเข้าสู่การเป็นแรงงานสำคัญของประเทศ โดยพฤติกรรมและนิสัยทั่วไปของชาว Gen Z คือ
- เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์อยู่ตลอด รับข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็ว
- เปิดรับความคิดที่หลากหลาย
- กล้าพูด กล้าตั้งคำถาม กล้าแสดงออก และมั่นใจในตัวเองสูง
- รักความจริงใจ และความโปร่งใส
- นิยมซื้อของออนไลน์
- ไม่ยึดติดกับแบรนด์ เน้นที่คุณภาพสินค้า
ผลสำรวจสถานะการเงินของชาว Gen Z
การจะเลือกประกันให้กับตัวเราเอง นอกจากความคุ้มครอง หรือความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันแล้ว สิ่งที่เป็นตัวหลักในการตัดสินใจเลย คือ ราคา เพราะรายได้ต่อเดือนและภาระหนี้สินยังคงทำให้เกิดความกังวล
อ้างอิงจากผลการสำรวจ Gen Z ของวิจัยกรุงศรี ได้สำรวจชาว Gen Z ทั้งสิ้น 426 คน โดยกว่า 69% ของกลุ่มวิจัยเป็นวัยทำงาน ช่วงอายุ 23-30 ปี ผลชี้ว่า ช่วงรายได้ทั้งหมดต่อเดือนของ Gen Z เฉลี่ย 15,000 – 30,000 บาท ซึ่งในภาพรวม ได้สะท้อนสถานะทางการเงินว่ารายได้อยู่ในระดับ “พอประมาณ” หรือต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดนั่นเอง
โดย Gen Z กลุ่มนี้ยังมีภาระหนี้สิน เช่น ยืมเงินหรือกู้เงินมา หนี้การศึกษา บ้าน รถ บัตรเครดิตเป็นต้น แม้กว่า 64% จะไม่ได้กังวลเรื่องหนี้สิน แต่รายได้ในแต่ละเดือนก็ต้องมีการแบ่งชำระออกไป
ขอบคุณข้อมูล: วิจัยกรุงศรี krungsri.com

รถยนต์ VS รถไฟฟ้า EV ชาว Gen Z เลือกอะไรดี?
คนรุ่นใหม่ที่เกิดในช่วงปี 1997-2012 ถือเป็นกลุ่มที่มีความสนใจในเรื่องของเทคโนโลยี การรักษาสิ่งแวดล้อม และมีแนวโน้มในการเลือกสิ่งที่สามารถช่วยลดผลกระทบต่อโลกได้ ดังนั้นรถไฟฟ้า EV จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะตอบโจทย์ในด้านการช่วยลดมลพิษแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันอีกด้วย
ข้อดีของการเลือกใช้รถไฟฟ้า EV สำหรับ Gen Z
- รักษ์โลก ช่วยลดมลพิษจากการใช้พลังงานน้ำมัน
- ประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าไฟฟ้าถูกกว่าค่าน้ำมัน
- เทคโนโลยีทันสมัย ฟังก์ชันและระบบต่าง ๆ ที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของ Gen Z
แต่หากคุณต้องการรถยนต์ที่มีระยะทางวิ่งได้ไกลกว่า หรือมองหาความสะดวกในการเติมน้ำมัน รถยนต์ทั่วไปอาจจะยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในบางกรณี โดยเฉพาะหากคุณใช้รถยนต์ในระยะทางไกลบ่อย ๆ หรือในพื้นที่ที่ยังไม่มีสถานีชาร์จทรถไฟฟ้า
ประกันรถยนต์แบบไหน? ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Gen Z
ประกันที่จะตอบโจทย์ Gen Z คือ ประกันที่คุ้มค่า ราคาดี คุ้มครองครอบคลุม ผ่อนได้ และน่าเชื่อถือ รวมถึงการปรับแต่งแผนได้เพื่อให้ตอบโจทย์งบที่จำกัดได้
ซื้อออนไลน์ง่าย ไม่ซับซ้อน
เจนซีคุ้นชินกับบริการทุกอย่างผ่านมือถือ ทั้งสั่งอาหาร ทำงาน ซื้อของ ดังนั้นการซื้อประกันออนไลน์ที่ไม่ต้องโทร ภาษาเข้าใจง่าย ซื้อครั้งเดียวจบ คือประสบการณ์ที่ตรงใจสุด ๆ
คุ้มค่าคุ้มราคา
เรื่องของความคุ้มค่าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ประกันภัยต้องราคาดี แจ้งความคุ้มครองชัดเจน และไม่ใช่ประกันที่แค่ราคาถูกที่สุด แต่ต้องคุ้มค่าและตอบโจทย์ที่สุด
ปรับแต่งแผนได้ ตอบโจทย์งบและไลฟ์สไตล์
แม้จะเป็น Gen Z เหมือนกัน แต่แต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน การที่ประกันรถปรับแต่งแผนได้ จะช่วยให้ตอบโจทย์มากขึ้น เหมือนประกันออกแบบมาเพื่อเรา
จริงใจและเชื่อถือได้
ประกันที่บอกข้อมูลชัดเจน ใช้ศัพท์เข้าใจง่าย มีการอธิบายศัพท์ยาก ๆ และดูแลลูกค้าดี ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นเพื่อน มากกว่าแค่คนซื้อประกัน แบบนี้ช่วยตอบโจทย์คน Gen Z มากขึ้น
ผ่อนประกันรถได้
การผ่อนประกัน เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ ทำให้ตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น และเข้าถึงประกันรถในความคุ้มครองที่สูงขึ้นได้
ทำไม Gen Z ถึงเลือกประกันรถยนต์ออนไลน์?
เนื่องจาก Gen Z เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมออนไลน์ตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้ง จองตั๋ว หรือทำธุรกรรมทางการเงิน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเลือกซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ มากกว่าการเดินทางไปติดต่อบริษัทประกันด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ไลฟ์สไตล์ Gen Z คือ ชอบหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ และไม่ยึดติดกับแบรนด์ ดังนั้นการเลือกซื้อประกันออนไลน์จึงตอบโจทย์มาก เพราะสามารถเปรียบเทียบข้อมูลประกันรถแต่ละชั้นได้ง่าย ทั้งจากรีวิวจากผู้ใช้งานจริง บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ช่วยเปรียบเทียบประกันจากหลายบริษัทในที่เดียว
ประกันชั้น 1, 2, 3, 2+ และ 3+ ต่างกันยังไง?
การเลือกประกันรถแต่ละชั้นจะขึ้นอยู่กับความคุ้มครองที่คุณต้องการ ซึ่งประกันรถแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? ตามรู้ใจไปหาคำตอบกันเลย
| รายละเอียดความคุ้มครอง | ประกันรถยนต์ | ||||
|---|---|---|---|---|---|
| ชั้น 1 | ชั้น 2+ | ชั้น 3+ | ชั้น 2 | ชั้น 3 | |
| คุ้มครองบุคคลภายนอก | |||||
| การบาดเจ็บและเสียชีวิตของบุคคลภายนอก | |||||
| ทรัพย์สินของคู่กรณี | |||||
| คุ้มครองรถคันเอาประกัน | |||||
| ความเสียหายของรถ (เมื่อชนแบบมีคู่กรณี) | |||||
| ความเสียหายของรถ (เมื่อชนแบบไม่มีคู่กรณี) | |||||
| รถหาย | |||||
| ไฟไหม้ | |||||
| น้ำท่วม | |||||
| ภัยธรรมชาติ | |||||
| คุ้มครองผู้เอาประกันภัย | |||||
| ค่ารักษาพยาบาล | |||||
| ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล | |||||
| ค่าประกันตัว | |||||
ประกันชั้น 1
ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด หากเปรียบเทียบกับประกันภัยชั้นอื่น ๆ โดยจะคุ้มครองอุบัติเหตุทั้งมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ไฟไหม้ การโจรกรรมรถ รวมถึงคุ้มครองคู่กรณีทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และความคุ้มครองยังมีประกันอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายตามจริงตามส่วนเกินจากพ.ร.บ. และการประกันตัวผู้ขับขี่
เหมาะสำหรับใคร: มือใหม่หัดขับ คนที่ต้องการความคุ้มครองเต็มที่ มีความเสี่ยงภัยธรรมชาติสูง จอดรถไว้ข้างถนนบ่อย ๆ และรถยนต์ที่มีมูลค่าสูง
ประกันชั้น 2+
คุ้มครองลดลำดับลงมาจากประกันชั้น 1 โดยจะไม่คุ้มครองอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี และภัยธรรมชาติ แต่ยังให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี น้ำท่วม ไฟไหม้ การโจรกรรม รวมถึงคุ้มครองคู่กรณีทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และความคุ้มครองยังมีประกันอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายตามจริงตามส่วนเกินจากพ.ร.บ. และการประกันตัวผู้ขับขี่ด้วย
เหมาะสำหรับใคร: คนที่ขับรถปลอดภัย ไม่ชนแบบไม่มีคู่กรณี, คนที่มีความเสี่ยงภัยธรรมชาติอื่น ๆ ต่ำ แต่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมสูง
ประกันชั้น 2
หากรถชนโดยเราเป็นฝ่ายผิด ประกันชั้น 2 จะคุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ทั้งทรัพย์สินและชีวิต แต่ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถเราเอง นอกจากนั้นประกันชั้น 2 ยังคุ้มครองงไฟไหม้ การโจรกรรมรถ ประกันอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายตามจริงตามส่วนเกินจากพ.ร.บ. และการประกันตัวผู้ขับขี่ติดมาด้วย
เหมาะสำหรับใคร: คนที่มั่นใจว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุที่ตนเป็นฝ่ายผิด เพราะประกันจะคุ้มครองแค่รถคู่กรณี แต่รถเราต้องจ่ายค่าซ่อมเอง
ประกันชั้น 3+
หากรถชนโดยเราเป็นฝ่ายผิด ประกันรถชั้น 3+ จะคุ้มครองทั้งรถเรา และคู่กรณี ซึ่งจะคุ้มครองเฉพาะเมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีนั่นเอง นอกจากนั้นยังคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายตามจริงตามส่วนเกินจากพ.ร.บ และการประกันตัวผู้ขับขี่
เหมาะสำหรับใคร: คนที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายประกันให้เหลือเฉพาะความคุ้มครองจากอุบัติเหตุ
ประกันชั้น 3
ประกันชั้น 3 เน้นเฉพาะคุ้มครองคู่กรณี ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยไม่มีส่วนความคุ้มครองค่าซ่อมรถเรา หรือความคุ้มครองอื่น ๆ เลย แต่ยังมีประกันอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายตามจริงตามส่วนเกินจากพ.ร.บ. และการประกันตัวผู้ขับขี่
เหมาะสำหรับใคร: คนที่มีงบประมาณจำกัด และไม่ค่อยใช้งานรถ
สำหรับ Gen Z เลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี ก็ต้องพิจารณาความคุ้มครองที่ต้องการ การใช้งานที่เหมาะสม และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่เน้นการใช้ชีวิตอย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| ไลฟ์สไตล์ | วิถีชีวิต, การดำเนินชีวิต, กิจกรรมที่ชอบทำ |
| ธุรกรรมออนไลน์ | การทำกิจกรรมทางการเงินหรือธุรกรรมอื่น ๆ ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต |
| ความรับผิดต่อคู่กรณี | การที่บุคคลหนึ่งต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นการเยียวยาค่าเสียหายตามกฎหมาย |