ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

เป็นประกันภัยรถยนต์ประเภทที่สามารถเลือกทำได้แบบสมัครใจ นอกเหนือจากประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) แล้ว คุณควรจัดทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเพื่อช่วยเพิ่มความคุ้มครองที่อาจเกิดขึ้นและเกินความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. เช่น ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ ความรับผิดต่อความเสียหายของบุคคลภายนอกสำหรับชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน รถยนต์สูญหายหรือถูกโจรกรรม น้ำท่วม ภัยธรรมชาติ หรือค่าชดเชยอื่น ๆ ในรูปแบบของค่าสินไหมทดแทน ซึ่งการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบ่งออกเป็น 5 ประเภท

ความคุ้มครองที่คุณเลือกได้

ค่าเสียหายส่วนแรก คือจำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่ตกลงไว้ตามกรมธรรม์ ที่ผู้เอาประกันต้องจ่าย กรณีมีการเคลมประกันที่เข้าเงื่อนไขความรับผิด หลังจากนั้นบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าใช้ส่วนที่เกินจากวงเงินค่าเสียหายส่วนแรกนั้นให้กับอู่ซ่อมรถยนต์

กรณีที่คุณเลือกแบบไม่ระบุค่าเสียหายส่วนแรก หมายถึง กรณีมีการเคลมประกันและคุณเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด คุณจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพราะตามหน้าตารางกรมธรรม์ไม่ได้ระบุไว้ ซึ่งการเลือกซื้อแบบนี้ค่อนข้างจะมีความคุ้มครองสูงสุด แต่อย่างไรก็ตาม ราคาค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายมีราคาค่อนข้างแพง วิธีการที่เลือกซื้อกรมธรรม์แบบมีค่าความเสียหายส่วนแรก ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ เป็นวิธีที่ช่วยให้ราคาค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของคุณถูกลง

ตัวอย่างของค่าเสียหายส่วนแรก

  • ค่าเบี้ยประกัน แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาท คือ 10,000 บาท
  • ค่าเบี้ยประกันสำหรับกรณีไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก คือ 12,000 บาท
  • เมื่อเปรียบเทียบกัน แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก จะถูกกว่า 2,000 บาท
  • ถ้ามีการเคลมประกันและเข้าเงื่อนไขที่คุณเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด คุณจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเพียง 3,000 บาท และบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินจากนั้นทั้งหมด
  • คุณจะได้รับค่าเบี้ยที่ถูกลง 2,000 บาท
  • ค่าเสียหายส่วนแรกสำหรับกรณีเคลมฝ่ายผิดเพียง 3,000 บาท
  • สรุปต่างกันเพียง 1,000 บาท
  • ดังนั้นไม่มีสิ่งใดผิดหรือถูกต้องที่สุด แต่ที่รู้ใจดอทคอม คุณสามารถเลือกแผนประกันในแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ปลอดภัยเช่นคุณ
(ตัวเลขที่ระบุตามตัวอย่างด้านล่างเป็นเพียงการยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามสถานการณ์การเกิดเหตุจริง)

คุณสามารถเลือกนำรถยนต์ที่เสียหายจากอุบัติเหตุ เข้าใช้บริการในอู่หรือศูนย์ซ่อมตามแบบที่คุณเลือก

อู่ซ่อมแนะนำ :
อู่ซ่อมรถยนต์มาตรฐาน ภายใต้การแนะนำโดยรู้ใจดอทคอม เป็นอู่ซ่อมรถยนต์ที่ผ่านการคัดเลือกคุณภาพสำหรับการบริการงานซ่อม ให้กับลูกค้าของเราโดยเฉพาะ นอกจากนี้ การเจรจานำส่งรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายเข้าซ่อม ณ อู่ซ่อมมาตรฐานเหล่านี้จำนวนมาก ทำให้อู่ซ่อมไม่คิดอัตราค่าบริการงานซ่อมที่แพงจนเกินไป จึงเป็นผลให้ลูกค้าที่เลือกซื้อแผนซ่อมอู่แนะนำนี้ จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่าแบบซ่อมศูนย์หรืออู่อื่นๆ

ซ่อมศูนย์/อู่อื่นๆ :
ถ้าคุณเลือกแผนนี้ คุณสามารถนำรถยนต์ที่เสียหายจากอุบัติเหตุเข้าใช้บริการ ณ ศูนย์บริการซ่อมสีตัวถังของผู้จำหน่ายรถยนต์หรืออู่ซ่อมนอกเครือใดๆ ที่คุณพอใจ การเลือกแผนนี้ค่อนข้างได้รับความสะดวกเพราะคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้กับศูนย์บริการ ซึ่งค่าบริการซ่อมศูนย์โดยทั่วไปจะมีอัตราค่าบริการที่แพงกว่าซ่อมอู่ภายใต้รูปแบบงานซ่อมเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเบี้ยประกันภัยแบบซ่อมศูนย์/อู่อื่นๆ ยังคงมีอัตราแพงกว่าค่าเบี้ยประกันภัยแบบซ่อมอู่แนะนำ

การเลือกแบบผู้ขับขี่ ที่รู้ใจดอทคอม เราพยามนำเสนอรูปแบบกรมธรรม์ที่เพิ่มความสะดวกรวมทั้งเพิ่มตัวเลือก ในการเลือกซื้อประกันภัย แบบต่างๆ ให้คุณ สำหรับการเลือกแบบผู้ขับขี่รถยนต์ มีรูปแบบกรมธรรม์ที่สอดคล้องกับผู้ขับขี่รถยนต์ให้เลือกถึง 4 แบบ ได้แก่

แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ :
แผนนี้จะคุ้มครองความรับผิด หรือความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดขึ้นในขณะที่มีบุคคลที่ระบุชื่อในกรมธรรม์เป็นผู้ขับขี่ เนื่องจากว่าการที่เจ้าของรถยนต์สามารถระบุชื่อและรายละเอียดผู้ที่มีส่วนร่วมในการขับขี่รถคันเอาประกันภัยได้ จะเป็นการลดความเสี่ยงภัยอย่างหนึ่ง ซึ่งแผนนี้มีค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุดด้วย

แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ :
แผนนี้จะคุ้มครองความรับผิด และความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดในระหว่างการใช้หรือการขับขี่ของบุคคลใดๆก็ตาม โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย อันรวมถึงผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยหรือไม่มีประสบการณ์ในการขับรถยนต์ด้วย แผนนี้ค่อนข้างได้รับความสะดวกโดยไม่ต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ใดๆ แต่ทั้งนี้ ราคาค่าเบี้ยประกันภัยค่อนข้างแพงกว่าแบบระบุชื่อผู้ขับขี่

แบบผู้ขับขี่อายุมากกว่า 25 และผู้ขับขี่อายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป :
สองแผนนี้เหมาะที่สุด สำหรับผู้ขับขี่ใดๆที่ทราบช่วงอายุแน่นอน โดยผู้ขับขี่ใดๆ ที่มีอายุ ตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป สามารถขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยได้ สำหรับแผนนี้ ประโยชน์ที่ได้จากการยืนยันอายุของผู้ขับขี่ร่วมท่านอื่นคือการได้รับค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกลงกว่าแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ รวมทั้งแผนนี้ไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดของผู้ขับขี่ร่วมท่านอื่นอีกด้วย