คำศัพท์ประกันภัยทั่วไป
นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuary)
นักสถิติที่คำนวณความเสี่ยงด้านการประกันภัยและค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทประกันภัยยังคงมีเสถียรภาพทางการเงินและมีผลกำไรเพียงพอที่จะจ่ายเงินให้กับลูกค้าหากเกิดการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โดยพวกเขาจะดูแลการตั้งราคา ติดตามแนวโน้มการขับขี่เพื่อนำมาวิเคราะห์ และกำหนดจำนวนเงินสำรองเพื่อใช้ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนต่าง ๆ
ผู้เจรจาตกลง (Adjuster)
ผู้เชี่ยวชาญที่ทำการตรวจสอบและจัดการเคลมประกันในนามของผู้เอาประกันภัย
ประกันฝ่ายคู่กรณี / บริษัทประกันของคู่กรณี (Adverse carrier)
คำนี้หมายถึง บริษัทประกันภัยของฝ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลมประกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และอีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันภัยของฝ่ายผิด เรียกว่า บริษัทประกันของคู่กรณี
ตัวแทนประกันภัย (Agent)
บุคคลซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทหรือผู้ให้บริการประกันภัย มีหน้าที่แนะนำ ชักชวน และให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าในการเลือกและซื้อกรมธรรม์ที่เหมาะสมตามความต้องการ
คำขอแก้ไขเพิ่มเติม (Amendment)
คำขอแก้ไขเพิ่มเติม หมายถึง การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับสัญญากรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะปรับเปลี่ยนเงื่อนไข, ความคุ้มครอง, หรือผลประโยชน์ของสัญญาเดิม
ผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary)
ประกันรถยนต์ - บุคคลที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อรับสินไหมทดแทนกรณีรถสูญหาย หรือเสียหายสิ้นเชิงต้องคืนทุนประกัน หากไม่ได้ระบุผู้รับผลประโยชน์ หมายความว่าผู้เอาประกันและผู้รับผลประโยชน์ คือคนเดียวกัน
ประกันสุขภาพ - บุคคลหรือนิติบุคคลที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยว่าเป็นผู้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัย สามารถเลือกได้หลายคน กำหนดสัดส่วนที่ต่างกันได้ หากไม่ได้ระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ในกรมธรรม์ ผลประโยชน์จะตกเป็นของทายาทโดยธรรมตามลำดับขั้นที่กฎหมายกำหนดไว้
ผลประโยชน์ (Benefit)
บริการ กระบวนการ หรือรายการที่ได้รับการคุ้มครองตามแผนประกันของคุณ
นายหน้าประกันภัย (Broker)
นายหน้าประกันภัยทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างลูกค้ากับบริษัทประกันภัย ต่างจากตัวแทนประกันภัยที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบริษัท โดยนายหน้าประกันภัยจะเป็นผู้ชี้ช่องหรือจัดการให้ลูกค้าทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท รวมถึงช่วยลูกค้าค้นหากรมธรรม์ประกันภัยที่ดีที่สุดจากผู้ให้บริการหลายราย
การยกเลิกกรมธรรม์ (Cancellation)
การยกเลิกกรมธรรม์ หมายถึง การยกเลิกสัญญาที่ได้ทำไว้กับบริษัทประกัน เป็นการขอยกเลิกกรมธรรม์เดิม โดยอาจเกิดจากฝ่ายบริษัทประกันภัยหรือผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับเงินคืนบางส่วนจากเบี้ยประกันที่ชำระค่าประกันไปก่อนหน้านี้ และกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีเงื่อนไขการเวนคืนกรมธรรม์ที่แตกต่างกัน
ผู้เรียกร้องสิทธิ (Claimant)
ผู้เรียกร้องสิทธิ หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำการเคลมกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งอาจเป็นผู้เอาประกันภัยเองหรือบุคคลอื่นที่ขอรับค่าชดเชยสำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์
ผู้ตรวจสอบหรือประเมินการเรียกร้องสินไหม (Claim examiner / Claim assessor)
คือ เจ้าหน้าที่ที่เป็นตัวแทนของบริษัทประกันภัยหรือผู้ให้บริการประกันภัย รับผิดชอบในการตรวจสอบและชำระค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดการเคลมประกัน โดยจะตรวจสอบรายละเอียดของการเคลม ตรวจสอบความเสียหาย และตรวจสอบว่าการเรียกร้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
เงื่อนไขกรมธรรม์ (Condition)
หมายถึง ข้อกำหนดในสัญญาประกันภัยที่ระบุหน้าที่และความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่าย ได้แก่ ผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย
การสลักหลังกรมธรรม์ / เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ (Endorsement)
คือ ขั้นตอนการเพิ่มเติมข้อกำหนดหรือเงื่อนไขใหม่เข้าไปในสัญญาประกันภัยเดิม เช่น เพิ่มความคุ้มครองอุปกรณ์เสริมในรถ ซึ่งแตกต่างจาก "คำขอแก้ไขเพิ่มเติม (Amendment)" คือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับเนื้อหาของสัญญา
ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess / Deductible)
มีอยู่ 2 ประเภทหลัก ดังนี้
- ค่าเสียหายส่วนแรกตามกรมธรรม์ - จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบจ่ายเองก่อนที่ความคุ้มครองของประกันภัยจะเริ่มขึ้นในแต่ละเหตุการณ์ตามที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ โดยหากเลือกค่าความรับผิดส่วนแรกสูง ค่าเบี้ยประกันจะลดลง
- ค่าเสียหายส่วนแรกตามข้อกำหนดของคปภ. (Regulatory / OIC excess) - จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายต่อเหตุการณ์ ตามหลักเกณฑ์หรือข้อกำหนดของความคุ้มครองจากสำนักงาน คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย)
ข้อยกเว้น (Exclusion)
เงื่อนไขหรือวิธีการรักษาที่ ไม่อยู่ในความคุ้มครอง ของกรมธรรม์ประกันภัย
วันสิ้นสุดความคุ้มครอง (Expiration date)
วันที่ความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยสิ้นสุดลง
การแจ้งเหตุครั้งแรก (First notice of loss; FNOL)
คือ การแจ้งเหตุเบื้องต้นครั้งแรกที่ผู้เอาประกันแจ้งต่อบริษัทประกันภัย เมื่อเกิดเหตุสูญหาย, ถูกโจรกรรม หรือทรัพย์สินที่เอาประกันไว้ได้รับความเสียหาย ขั้นตอนนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเคลมประกัน ซึ่งทำให้ผู้เอาประกันสามารถขอการชดเชยความเสียหายจากบริษัทประกันได้
ระยะเวลาใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย (Free look period)
ระยะเวลาที่กำหนดหลังจากซื้อกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่ ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถทบทวนความคุ้มครอง และเลือกที่จะยกเลิกกรมธรรม์ภายในเวลาที่กำหนดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าปรับ
ระยะเวลาผ่อนผัน (Grace period)
ระยะเวลานับจากวันครบกำหนดชำระค่าเบี้ยประกันภัยที่ยังสามารถชำระได้โดยกรมธรรม์ประกันภัยยังมีผลคุ้มครองต่อเนื่อง
การชดเชยความเสียหาย (Indemnity)
การชดเชยความเสียหายหรือการสูญเสีย เพื่อคืนสถานะทางการเงินของผู้เอาประกันให้กลับมาใกล้เคียงกับสภาพก่อนเกิดความเสียหาย
ประกันภัย (Insurance)
ความคุ้มครองทางการเงินจากความเสียหาย การสูญเสีย หรือการเสียชีวิต ซึ่งฝ่ายหนึ่งให้คำมั่นว่าจะชดเชยความเสียหายให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง โดยแลกกับค่าเบี้ยประกันที่คำนวณตามระดับความเสี่ยง
การเคลมประกัน (Insurance claim)
การส่งคำร้องโดยผู้เอาประกันไปยังบริษัทประกันภัย เพื่อขอรับความคุ้มครองทางการเงินหรือค่าชดเชย เช่น ค่าซ่อมแซม สำหรับความสูญเสียหรือความเสียหายที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย
ความคุ้มครอง (Insurance coverage)
จำนวนความเสี่ยงหรือความรับผิดที่บริษัทประกันภัยให้ความคุ้มครองแก่บุคคลหรือนิติบุคคล เช่น ความรับผิดบุคคลภายนอกของประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ หรือประกันชีวิตที่คุ้มครองเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
กรมธรรม์ประกันภัย (Insurance policy / Policy wording)
สัญญาระหว่างบริษัทประกันภัยกับผู้เอาประกันภัย ที่ระบุข้อตกลงคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อกำหนดทั่วไป เอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ รวมถึงเอกสารประกอบ เช่น ตารางกรมธรรม์ ข้อยกเว้น ใบคำขอ และใบสลักหลังกรมธรรม์ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกันภัย
เบี้ยประกันภัย (Insurance premium)
ราคาที่บริษัทประกันภัยเรียกเก็บจากผู้เอาประกันภัยในการให้ความคุ้มครอง โดยพิจารณาจากลักษณะของรถยนต์และโปรไฟล์ของลูกค้า
ผู้เอาประกันภัย (Insured)
บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งหมายความว่าบุคคลนั้นจะได้รับการคุ้มครองจากความเสี่ยงหรือความสูญเสียตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
บริษัทประกันภัย / ผู้รับประกันภัย (Insurer)
บริษัทที่รับประกันภัยและออกกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยทั่วไปผู้ถือกรมธรรม์ (ผู้ชำระเบี้ยประกัน) และผู้เอาประกันภัยมักเป็นบุคคลเดียวกัน แต่ก็สามารถเป็นคนละคนได้ เช่น ในกรณีที่คุณซื้อประกันสุขภาพให้คู่สมรส คุณคือผู้ถือกรมธรรม์ (Policyholder) ส่วนคู่สมรสของคุณคือผู้เอาประกันภัย (Insured)
การสิ้นสุดความคุ้มครอง (Lapse)
การสิ้นสุดของกรมธรรม์ประกันภัยเนื่องจากผู้เอาประกันภัยไม่ชำระค่าเบี้ยประกันตามกำหนด
ความเสี่ยงทางศีลธรรม (Moral hazard)
สถานการณ์ที่มีประกันภัยคุ้มครอง ส่งผลให้บุคคลหรือองค์กรมีความกล้าเสี่ยงมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะรู้ว่าบริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบค่าเสียหายทางการเงินให้ โดยที่ตนไม่ต้องรับผิดชอบความเสี่ยงนั้น ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนของบริษัทประกันเพิ่มขึ้นและผู้ถือกรมธรรม์ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นด้วย
ผู้ถือกรมธรรม์ (Policyholder)
บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของกรมธรรม์ประกันภัย มีหน้าที่ในการชำระค่าเบี้ยประกัน และมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับรายละเอียดของกรมธรรม์ เช่น การเปลี่ยนแปลงความคุ้มครอง ผู้ถือกรมธรรม์มักจะเป็นบุคคลเดียวกับผู้เอาประกันภัย แต่ก็สามารถเป็นคนละคนกันได้ในบางกรณี
ตารางกรมธรรม์ประกันภัย (Policy schedule)
เอกสารที่สรุปความคุ้มครองในกรมธรรม์ไว้ให้ ซึ่งมักอยู่ช่วงต้นของเอกสารกรมธรรม์ โดยระบุชื่อผู้ถือกรมธรรม์ รายละเอียดทรัพย์สินหรือบุคคลที่ได้รับความคุ้มครอง เงินเอาประกันภัย ข้อยกเว้น ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขการชำระเบี้ย นอกจากนี้อาจมีการระบุข้อกำหนดเพิ่มเติม การรับประกัน และเงื่อนไขเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์อีกด้วย
การผ่อนชำระเบี้ยประกันภัย (Premium instalment)
วิธีการชำระค่าเบี้ยประกันภัยโดยแบ่งยอดรวมทั้งหมดออกเป็นงวด ๆ ตามระยะเวลาที่ตกลงไว้ในสัญญากับบริษัทประกันภัย แทนการชำระเป็นเงินก้อนครั้งเดียว
ใบเสนอราคา (Quote / Quotation)
การประเมินราคาของกรมธรรม์ประกันภัยที่เสนอให้กับผู้สมัคร โดยจะระบุค่าเบี้ยประกัน จำนวนเงินเอาประกันภัย ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขต่าง ๆ ตามข้อมูลของผู้สมัคร ซึ่งใบเสนอราคาช่วยให้สามารถเปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจซื้อได้
แจ้งเตือนการต่ออายุกรมธรรม์ (Renewal notice)
การแจ้งเตือนที่ส่งถึงผู้ถือกรมธรรม์ เพื่อแจ้งว่ากรมธรรม์กำลังจะหมดอายุ และเสนอทางเลือกในการต่ออายุความคุ้มครอง
พื้นที่ให้บริการ (Service area)
พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เครือข่ายแผนประกันภัย เสนอบริการให้กับผู้ถือกรมธรรม์
การชำระค่าสินไหม (Settlement)
การชำระเงินโดยบริษัทประกันภัยให้กับผู้เอาประกันหรือบุคคลภายนอก เพื่อชดเชยความเสียหายหรือการสูญเสียที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์
ทุนประกันภัย (Sum insured / policy limit)
คือ จำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทประกันภัยจะจ่ายตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
ระยะเวลาเอาประกัน / ระยะความคุ้มครอง (Term)
ระยะเวลาหรือช่วงเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับใช้ อาจหมายถึงระยะเวลาที่ให้ความคุ้มครอง เช่น ประกันรถยนต์ที่มีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี หรือประกันสุขภาพที่คุ้มครองตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
โมฆะ / ไม่มีผลบังคับใช้ (Void)
คำที่ใช้เพื่ออธิบายว่ากรมธรรม์ประกันภัยที่ถือไม่ถูกต้องหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้
ทุพพลภาพชั่วคราว (Temporary disability)
ภาวะที่บุคคลไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานในอาชีพประจำได้ตามปกติในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง (Total permanent disability)
ภาวะที่บุคคลไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานใด ๆ ได้ ทั้งในอาชีพประจำและอาชีพอื่น ๆ โดยสิ้นเชิงตลอดไป หรือไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไปได้ด้วยตัวเอง
ประกันบ้าน (Homeowner's insurance coverage)
ความคุ้มครองที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบ้านและทรัพย์สิน เช่น ไฟไหม้ การโจรกรรม ภัยธรรมชาติ หรือการทำลายทรัพย์สิน
ประกันภัยทางทะเล (Marine insurance)
ประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง การสื่อสาร และสินค้าที่อยู่ระหว่างการขนส่ง
ประกันสัตว์เลี้ยง (Pet insurance)
ประกันภัยประเภทหนึ่งที่ช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาสัตว์เลี้ยง เช่น การรักษาโรค อาการบาดเจ็บ รวมถึงการดูแลสุขภาพ
ประกันการเดินทาง (Travel insurance)
ประกันภัยประเภทหนึ่งที่ให้ความคุ้มครองต่อความสูญเสียทางการเงินและค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง เช่น การยกเลิกการเดินทาง สัมภาระสูญหาย หรือการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน
คำศัพท์ประกันรถยนต์และประกันรถมอเตอร์ไซค์
ประกันภัยรถยนต์ (Car insurance)
ประกันภัยรถยนต์ คือ สัญญาระหว่างผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย ซึ่งให้ความคุ้มครองทางการเงินในกรณีที่เกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ การโจรกรรม หรือความเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดกับรถยนต์ โดยทั่วไปจะครอบคลุมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สิน ความรับผิดชอบทางกฎหมาย และค่ารักษาพยาบาล
ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. (Compulsory motor insurance)
คือ ประกันภัยที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี โดยจะให้ความคุ้มครองพื้นฐาน เช่น ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บของผู้โดยสารในรถ และความเสียหายต่อบุคคลภายนอกที่เกิดจากการใช้รถ
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary motor insurance)
ความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ที่ผู้เอาประกันเลือกซื้อเพิ่มเติม โดยไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย ซึ่งมักให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมสำหรับผู้เอาประกันและยานพาหนะ มากกว่าประกันภัยภาคบังคับ
ประกันรถมอเตอร์ไซค์ (Motorcycle insurance)
ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อความเสี่ยงที่เกิดจากการขับขี่หรือการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ โดยอาจให้ความคุ้มครองกรณีชน ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก น้ำท่วม และความเสียหายอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของกรมธรรม์
ประกันอะไหล่รถยนต์ (Extended warranty insurance)
ข้อตกลงที่ให้ความคุ้มครองทางการเงินหรือการรับประกัน สำหรับกรณีที่ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตเกิดการชำรุดเสียหายโดยไม่คาดคิด หลังจากที่พ้นระยะเวลารับประกันจากผู้ผลิตแล้ว
กลุ่มประกันภัยรถยนต์ (Car insurance groups)
รูปแบบหนึ่งของการจัดหมวดหมู่รุ่นรถยนต์ ยี่ห้อรถยนต์ และผู้ขับขี่ โดยบริษัทประกันภัยใช้เพื่อคำนวณและกำหนดเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม การจัดกลุ่มนี้มักดำเนินการโดยผู้รับประกันภัย (underwriter) เพื่อให้ผู้ขับขี่แต่ละคนจ่ายเบี้ยประกันตามระดับความเสี่ยงของตนอย่างเป็นธรรม
การอนุโลมไม่ปรับค่าเบี้ยประกันภัยเนื่องจากอุบัติเหตุ (Accident forgiveness)
การอนุโลมไม่ปรับค่าเบี้ยประกันภัยเนื่องจากอุบัติเหตุ เป็นประเภทหนึ่งของกรมธรรม์ประกันรถยนต์ ซึ่งจะช่วยให้ค่าเบี้ยประกันของคุณไม่สูงขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิดครั้งแรก ซึ่งข้อเสนอความคุ้มครองประเภทนี้ยังไม่แพร่หลายนัก จะมีเพียงบางบริษัทประกันภัยเท่านั้นที่เสนอแก่ผู้เอาประกัน
มูลค่าที่แท้จริง (Actual value)
เรียกอีกอย่างว่า มูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน (Actual Cash Value: ACV) หมายถึง มูลค่าตามราคาตลาดของทรัพย์สิน คิดจากมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นของใหม่หักด้วยค่าเสื่อมราคา ซึ่งแสดงถึงมูลค่าของสิ่งของเมื่อเกิดการสูญหายหรือเสียหาย
อะไหล่หลังการขาย (After-market parts)
อะไหล่หลังการขาย หมายถึง ชิ้นส่วนรถยนต์ใด ๆ ที่เพิ่มเข้าไปในรถหลังการซื้อ ซึ่งไม่ใช่ชิ้นส่วนมาตรฐานโรงงานหรือเป็นอะไหล่จากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ โดยส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนเพิ่มเติมของรถ ไม่ว่าจะเพื่อเพิ่มความสวยงามหรือเพิ่มสมรรถนะ โดยสิ่งนี้อาจส่งผลต่อเบี้ยประกันหรือประเภทความคุ้มครองที่คุณจะทำประกันได้
อุปกรณ์กันขโมย
อุปกรณ์กันขโมย คือ อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อป้องกันหรือยับยั้งการขโมยรถยนต์ ตัวอย่างเช่น ที่ล็อกพวงมาลัย สัญญาณกันขโมย และระบบติดตามรถยนต์ อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงที่รถของคุณจะถูกขโมยหรือถูกงัดแงะ และอาจช่วยให้ได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันอีกด้วย
ระบบเบรก ABS
ระบบเบรก ABS เป็นระบบความปลอดภัยที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งติดตั้งในรถยนต์เพื่อช่วยในการเบรก โดยจะป้องกันการเบรกจน “ล้อล็อก” ซึ่งอาจทำให้รถเสียหลักหรือไถลจนคุมทิศทางไม่ได้ทำให้ผู้ขับขี่สูญเสียการควบคุมรถ ดังนั้นรถที่ติดตั้งระบบ ABS จะปลอดภัยกว่า
เป็นฝ่ายผิด (At-fault)
คำว่า "เป็นฝ่ายผิด" ในบริบทของการประกันภัย หมายถึง การรับผิดชอบต่อการก่อให้เกิดอุบัติเหตุ หากผู้ขับขี่ถูกตัดสินว่าเป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันภัยมักจะคุ้มครองค่าเสียหายและบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุโดยเป็นฝ่ายผิดบ่อยครั้งอาจส่งผลต่อความคุ้มครองหรือเบี้ยประกันปีถัดไป
ความเสียหายต่อรถยนต์ (Auto damage)
คำว่า "ความเสียหายต่อรถยนต์" หมายถึง ความเสียหายทางกายภาพที่เกิดกับยานพาหนะ ซึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุ การทำลายทรัพย์สิน ภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์อื่น ๆ
ความคุ้มครองค่าประกันตัว (Bail bond coverage)
ความคุ้มครองทางการเงินที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการประกันตัวตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หากผู้เอาประกันถูกจับกุมและจำคุก
ความคุ้มครองการบาดเจ็บทางร่างกาย (Bodily injury coverage)
ความคุ้มครองในประกันภัยรถยนต์นี้จะคุ้มครองความเสียหายจากการบาดเจ็บทางร่างกายที่เกิดกับบุคคลอื่นจากอุบัติเหตุที่ผู้ถือกรมธรรม์เป็นฝ่ายทำให้เกิดขึ้น โดยไม่ครอบคลุมการบาดเจ็บของผู้ถือกรมธรรม์เอง
การลักทรัพย์หรือการขโมย (Burglary or theft)
การสูญเสียหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เกิดจากการบุกรุกโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีเจตนาที่จะเข้าไปในยานพาหนะเพื่อขโมย ใช้ หรือครอบครองยานพาหนะที่ได้รับการประกันภัยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกัน
ภัยพิบัติ (Catastrophe)
ภัยพิบัติ หมายถึง เหตุการณ์ทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจง เป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ สูญเสียชีวิต และความเสียหายต่อทรัพย์สินในวงกว้าง ตัวอย่างของภัยพิบัติที่พบบ่อย เช่น สึนามิ พายุเฮอริเคน และอุทกภัยครั้งใหญ่
การชน (Collision)
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณจากการชนกับวัตถุหรือยานพาหนะอื่น ๆ (ตัวอย่างเช่น รถของคุณถอยหลังไปชนวัตถุอย่างไม่ตั้งใจขณะออกจากที่จอดรถ ซึ่งทำให้กันชนของรถที่เอาประกันภัยเกิดความเสียหาย)
ความคุ้มครองจากการชน (Collision coverage)
ความคุ้มครองจากการชน จะจ่ายค่าเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ที่เอาประกันภัย ไม่ว่าจะเกิดจากการถูกชนโดยรถยนต์ วัตถุ หรือการพลิกคว่ำ จำนวนเงินความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ทุนประกัน และข้อกำหนดตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
การประมาณราคางานซ่อม (Competitive estimates)
การประมาณราคางานซ่อม คือ การที่บริษัทประกันภัยขอให้คุณ (ผู้ถือกรมธรรม์) ส่งใบเสนอราคาค่าซ่อมแซมจากหลายแหล่ง เพื่อให้บริษัทพิจารณาประกอบการเคลม ซึ่งอาจหมายถึงการซ่อมรถยนต์หรือการซ่อมแซมทรัพย์สินที่เป็นโครงสร้าง เช่น บ้าน
ความคุ้มครองแบบครบวงจร (Comprehensive coverage)
คือ ความคุ้มครองประกันภัยที่ครอบคลุม โดยให้ความคุ้มครองในกรณีที่รถยนต์ของคุณเกิดการสูญหาย ความเสียหาย หรือการถูกทำลายไม่ว่าจะเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งอาจรวมถึงกรณีน้ำท่วม ไฟไหม้ และ/หรือการโจรกรรม
ประมาทร่วม (Contributory negligence)
เกิดขึ้นเมื่อคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีส่วนในการก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งแปลว่าทั้งสองฝ่ายมีความรับผิดร่วมกันในเหตุการณ์นั้น
แต่งรถ (Customised vehicle)
หมายถึง รถยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งหรือดัดแปลงจากมาตรฐานโรงงานที่ผลิต ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้อาจส่งผลต่อมูลค่าและสมรรถนะของรถ และอาจต้องมีการทำประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม
ค่าเสียหาย (Damages)
หมายถึง จำนวนเงินทั้งหมดที่บุคคลหรือนิติบุคคลต้องชำระให้กับอีกฝ่ายหนึ่งตามกฎหมาย เช่น ในกรณีเกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด คุณจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง
ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)
การลดลงของมูลค่ารถยนต์ จากอายุการใช้งานและการสึกหรอ
ผู้ขับขี่ (Driver / rider)
หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่ขับรถยนต์หรือขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ว่าจะมีประกันภัยหรือไม่ก็ตาม โดยบุคคลนี้อาจเป็นผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยได้ด้วยเช่นกัน
บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Emergency roadside assistance)
คือ ความคุ้มครองประเภทหนึ่งซึ่งมีเพิ่มเป็นบริการเสริม นอกเหนือจากความคุ้มครองทั่วไป เช่น
- การช่วยเหลือโดยช่างกุญแจเมื่อรถล็อก
- การให้บริการลากรถที่ไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ
- การให้บริการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์
- การให้บริการเติมลมหรือเปลี่ยนยางรถยนต์
ความคุ้มครองจากอัคคีภัย (Fire insurance coverage)
ความคุ้มครองประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายหรือการสูญเสียของยานพาหนะที่เกิดจากไฟไหม้
ความรับผิด (Liability)
ภาระผูกพันทางการเงินหรือหนี้สินที่บุคคลหนึ่งต้องรับผิดชอบต่ออีกบุคคลหนึ่ง ในทางประกันภัยหมายถึง ความรับผิดชอบตามกฎหมาย กรณีเกิดความเสียหายหรือบาดเจ็บต่อบุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่น เช่น หากคุณเป็นฝ่ายผิดในอุบัติเหตุรถยนต์ ประกันความรับผิดจะคุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับการบาดเจ็บและความเสียหายต่อทรัพย์สินของอีกฝ่าย
ความเสียหาย (Loss)
ความเสียหายหรือการบาดเจ็บที่ผู้เอาประกันภัยได้รับจากเหตุการณ์ที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ เช่น อุบัติเหตุ การโจรกรรม หรือภัยธรรมชาติ ซึ่งอาจรวมถึงความเสียหายทางทรัพย์สิน หรือการสูญเสียทางการเงิน ซึ่งผู้เอาประกันสามารถยื่นเคลมเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากบริษัทประกันภัยได้
มูลค่าตลาด (Market value)
ราคาประเมินที่รถจะสามารถขายได้ในตลาดปัจจุบัน ซึ่งคำนวณจากหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อ รุ่น อายุรถ สภาพรถ ระยะทางที่ใช้งาน และความต้องการในตลาด ซึ่งบริษัทประกันภัยจะใช้มูลค่าตลาดนี้ในการประเมินค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้ผู้เอาประกันได้รับเงินชดเชยอย่างเหมาะสม
ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล (Medical expense coverage)
จำนวนเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ซึ่งสามารถนำมาใช้จ่ายสำหรับค่ารักษาพยาบาลกรณีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ (Named driver / rider)
บุคคลที่มีรายชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยว่าเป็นผู้ขับขี่หลักหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถคันนี้ โดยทั่วไปบริษัทประกันภัยจะอนุญาตให้ระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ไม่เกิน 3 คน หากมีผู้ที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์เป็นคนขับรถ อาจมีบทลงโทษซึ่งอาจส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ในการเคลมประกัน นอกจากนั้นการเคลมโดยผู้ขับขี่ระบุชื่อที่ไม่ใช่ผู้ขับขี่หลักอาจกระทบต่อส่วนลดประวัติดี (No Claims Bonus) ของผู้ขับขี่หลัก
ความประมาทเลินเล่อ (Negligence)
การละเลยหรือไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในสถานการณ์ที่บุคคลทั่วไปควรใช้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายหรืออันตรายโดยไม่ตั้งใจ
อู่ซ่อมรถในเครือ (Network garage)
อู่ซ่อมรถยนต์ที่มีข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย ซึ่งช่วยให้ผู้เอาประกันสามารถนำรถเข้าซ่อมได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเอง โดยบริษัทประกันจะชำระค่าใช้จ่ายโดยตรงกับอู่ซ่อม
ส่วนลดประวัติดี (No Claims Bonus - NCB)
ส่วนลดค่าเบี้ยประกันที่บริษัทประกันมอบให้ผู้เอาประกันที่มีประวัติการขับขี่ที่ดีและไม่เคลมโดยเป็นฝ่ายผิด ซึ่งเป็นรางวัลให้กับผู้ขับขี่ปลอดภัยและสามารถลดค่าเบี้ยประกันได้
หนังสือแจ้งความเสียหาย (Notice of loss)
เอกสารแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรที่ผู้เอาประกันส่งให้บริษัทประกัน เพื่อรายงานเหตุการณ์ความเสียหายที่อาจเข้าข่ายได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน (Property damage)
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัยหรือบุคคลภายนอก ซึ่งอาจเกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือการกระทำโดยเจตนา
ค่าซ่อมแซม (Repair cost)
จำนวนเงินที่บริษัทประกันภัยต้องจ่ายเพื่อซ่อมหรือเปลี่ยนทรัพย์สินที่เสียหาย โดยยึดตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ออกให้กับผู้เอาประกัน
ความเสี่ยง (Risk)
ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหายหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่กรมธรรม์ประกันภัยออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครอง เช่น อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การโจรกรรม หรือการเจ็บป่วย ที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใด ๆ
การประเมินความเสี่ยง (Risk assessment)
กระบวนการระบุ ประเมิน และวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการรับประกันบุคคลหรือทรัพย์สิน โดยเกี่ยวข้องกับการประเมินปัจจัยต่าง ๆ เช่น โอกาสในการเกิดเหตุการณ์ และความรุนแรงของผลกระทบ เพื่อกำหนดความคุ้มครองและอัตราเบี้ยประกันให้เหมาะสม
ภาษีรถยนต์ (Road tax)
ภาษีประจำปีที่ต้องชำระให้กรมการขนส่งทางบก โดยขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ของรถยนต์ ซึ่งเมื่อชำระแล้วจะได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม / เบี้ยประกันเพิ่ม (Surcharge)
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เรียกเก็บโดยบริษัทประกันภัย โดยมักเกิดจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการกระทำของผู้ขับขี่ เช่น การเกิดอุบัติเหตุจากความผิดของผู้ขับขี่ โดยทั่วไปจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเป็นเวลา 1 ปีขึ้นไปหรือจนกว่าผู้ขับขี่จะแสดงพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีขึ้น
ประกันภัยค้ำจุน (Surety insurance)
ประกันภัยค้ำจุน คือ การที่บริษัทประกันภัยเข้ามารับรองหรือค้ำประกันความรับผิดชอบของผู้เอาประกันต่อบุคคลภายนอกหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์
เทเลเมติกส์ (Telematics)
เทคโนโลยีที่ใช้ระบบ GPS และเซนเซอร์ในรถยนต์เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่ง พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพของรถ บริษัทประกันภัยนำข้อมูลนี้มาใช้ในการเสนอค่าเบี้ยประกันแบบเฉพาะบุคคล (Personalised premiums) มอบสิทธิประโยชน์ให้ผู้ขับขี่ปลอดภัย และบริหารจัดการการเคลมประกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การโจรกรรมรถ (Theft / vehicle theft)
การสูญหายของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือยานพาหนะอื่น ๆ จากการโจรกรรม ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของประกันภัยประเภทความคุ้มครองความเสียหายแบบครบวงจร (comprehensive)
บุคคลภายนอก (Third-party)
บุคคลหรือนิติบุคคลที่ไม่ใช่ผู้เอาประกันภัยหรือบริษัทประกันภัย
ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third-party liability coverage)
ความคุ้มครองทางการเงินที่ให้การชดใช้ค่าเสียหาย หากพบว่าผู้ขับขี่หรือเจ้าของมีความรับผิดชอบในการก่อให้เกิดความเสียหายหรือบาดเจ็บต่อบุคคลภายนอก เช่น ผู้ขับขี่คันอื่น คนเดินถนน ผู้โดยสาร หรือทรัพย์สินของผู้อื่น
ผู้รับประกันภัย (Underwriter)
บุคคลหรือองค์กรที่ประเมินและรับความเสี่ยงทางการเงินเพื่อแลกกับค่าธรรมเนียม ซึ่งมักพบในประกันภัย สินเชื่อ หรือการลงทุน โดยในสัญญาประกันภัย ผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง กำหนดเบี้ยประกันและเงื่อนไข และตกลงชดเชยหรือจ่ายเงินตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
การพิจารณารับประกันภัย (Underwriting)
กระบวนการวิเคราะห์ ประเมิน และคำนวณความเสี่ยงของผู้สมัครประกันภัย โดยอาศัยข้อมูลส่วนบุคคล ประวัติการใช้รถ และรายละเอียดของรถ เพื่อกำหนดค่าเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม หรืออาจปฏิเสธการรับประกัน
ความเสี่ยงที่ไม่สามารถรับประกันภัยได้ (Uninsurable risk)
ความเสี่ยงที่บริษัทประกันภัยพิจารณาว่ามีความเสี่ยงสูงเกินไปในการให้ความคุ้มครอง โดยมักเกิดจากมีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อย หรือมีมูลค่าสูงเกินกว่าที่จะคาดการณ์หรือจัดการได้
ประกันภัยตามพฤติกรรมการใช้งาน (Usage-based insurance)
ประกันภัยรถยนต์ประเภทหนึ่งที่กำหนดค่าเบี้ยประกันตามพฤติกรรมการขับขี่ของผู้เอาประกัน โดยใช้เทคโนโลยีการติดตามข้อมูล เช่น อุปกรณ์เทเลเมติกส์ (Telematics)
การประเมินมูลค่า (Valuation)
กระบวนการในการกำหนดมูลค่าทรัพย์สินหรือสินทรัพย์เพื่อวัตถุประสงค์ในการประกันภัย
การตรวจสภาพรถยนต์ (Vehicle inspection)
การตรวจสอบสภาพรถโดยบริษัทประกันภัยก่อนออกกรมธรรม์ เพื่อประเมินสภาพรถในปัจจุบัน ระบุความเสียหายที่มีอยู่ก่อนแล้ว และใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดเบี้ยประกันภัยอย่างเหมาะสม
คำศัพท์ประกันด้านสุขภาพ
ประกันชีวิต (Life insurance coverage)
ความคุ้มครองที่ให้หลักประกันทางการเงินแก่คนที่คุณรักหรือผู้ที่อยู่ในความดูแลของคุณ ในกรณีที่คุณเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยผู้เอาประกันสามารถระบุผู้รับผลประโยชน์ (ผู้รับเงินเอาประกัน) เพื่อให้เงินผลประโยชน์จากการเสียชีวิตได้รับการจัดการตามความต้องการของคุณ
ประกันชีวิตตลอดชีพ (Whole life insurance)
ประกันชีวิตแบบถาวรประเภทหนึ่งที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีวิตของผู้เอาประกันภัย หรือจนกว่าจะเสียชีวิต โดยไม่มีระยะเวลาหมดอายุเหมือนประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา
ประกันสุขภาพ (Health insurance)
ความคุ้มครองทางการเงินที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ซึ่งเกิดจากการบาดเจ็บ เจ็บป่วย หรือโรคภัยที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งร่างหรือบางส่วน
ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ (Senior health insurance)
แผนประกันสุขภาพที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพที่มักพบในวัยนี้โดยเฉพาะ
ประกันมะเร็ง (Cancer insurance)
เป็นประกันสุขภาพ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเมื่อผู้เอาประกันตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็ง โดยประกันนี้จะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ประกันสุขภาพทั่วไปอาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด เช่น ค่ารักษาที่ต้องจ่ายเอง (Co-pay), ความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductibles), ค่าชดเชยรายวัน รวมถึงค่ารักษาด้วยวิธีทางเลือกหรือการรักษาทดลอง ทั้งนี้ ความคุ้มครองอาจแตกต่างกันไปตามแผนประกันของแต่ละบริษัท
ประกันโรคร้ายแรง (Critical Illness Insurance)
เป็นประกันภัยที่คุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน หรือโรคอื่น ๆ ที่กรมธรรม์กำหนด โดยทั่วไปบริษัทประกันจะจ่ายเงินก้อน ซึ่งเงินที่ได้รับสามารถนำไปใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล ชดเชยรายได้ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ประกันสุขภาพทั่วไปไม่คุ้มครอง
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal accident insurance)
ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดจากการบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดย ไม่คุ้มครอง ภาวะที่มีอยู่ก่อนทำประกัน โรคเรื้อรัง หรือการเจ็บป่วยทั่วไป
ผู้อยู่ในอุปการะ (Dependent)
บุคคลที่ได้รับการดูแลหรือสนับสนุนทางการเงินจากผู้เอาประกันภัยตลอดมา เช่น คู่สมรสหรือบุตร ซึ่งผู้เอาประกันเป็นผู้รับผิดชอบดูแล หากผู้เอาประกันเสียชีวิต ทำให้ผู้อยู่ในอุปการะได้รับความเดือดร้อนเพราะขาดความอุปการะ นอกจากนั้นในประกันภัยบางประเภท ผู้อยู่ในอุปการะอาจได้รับความคุ้มครองภายใต้แผนประกันภัยของผู้ถือกรมธรรม์หลัก
การวินิจฉัย / การวินิจฉัยทางการแพทย์ (Diagnosis / Medical diagnosis)
การพิจารณาวินิจฉัยโรคและชี้ขาดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งต้องได้รับการยืนยันด้วยการตรวจสอบร่างกาย การตรวจสอบอื่น ๆ และต้องเป็นไปตามบรรทัดฐานของการวินิจฉัย
โรงพยาบาลในเครือ (Network hospital)
โรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญากับบริษัทประกันภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการรักษาแก่ผู้เอาประกัน
สภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-existing conditions)
โรค อาการบาดเจ็บ หรือภาวะสุขภาพอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รักษาให้หายก่อนวันที่ประกันสุขภาพเริ่มมีผลบังคับเป็นครั้งแรก เช่น โรคเรื้อรัง มะเร็ง เบาหวาน ภาวะซึมเศร้า หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง โดยจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เว้นแต่ผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบและบริษัทได้ยินยอมรับความเสี่ยง โดยไม่มีเงื่อนไขยกเว้นความคุ้มครองดังกล่าว
ระยะเวลารอคอย (Waiting period)
เป็นช่วงเวลาหลังจากที่กรมธรรม์ประกันสุขภาพมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้ ซึ่งบริษัทประกันภัยจะกำหนดระยะเวลารอคอยของแต่ละโรคไม่เท่ากัน เช่น โรคทั่วไป 30 วัน หรือโรคร้ายแรง 90-180 วัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569