การเลือก Wall Charger ยี่ห้อไหนดี และการเตรียมตัวสำหรับการติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน เป็นสิ่งที่เจ้าของรถไฟฟ้าควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การใช้งานเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านสะดวกและปลอดภัย หากคุณกำลังมองหาที่ชาร์จรถไฟฟ้าดี ๆ รวมถึงคำแนะนำเกี่ยวกับตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รู้ใจรวบรวมเรื่องที่น่าสนใจมาให้แล้ว
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
- ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ราคาเท่าไหร่?
- เลือก Wall Charger ยี่ห้อไหนดี?
- ใช้เครื่องชาร์จตามสถานี vs ติดตั้งโฮมชาร์จเจอร์ แบบไหนดีกว่า?
ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ราคาเท่าไหร่?
ก่อนจะไปเลือกแบรนด์ที่ชาร์จ ไปเตรียมตัวกันก่อนกับค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ที่คุณต้องเตรียมไว้ และบอกก่อนว่าราคาค่าติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. ค่าเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
ค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่ต้องเตรียม คือ ค่าเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีราคาแตกต่างกันตามขนาดกำลังไฟและแบรนด์ผู้ผลิต โดยเครื่องขนาด 3.6 kW มีราคาเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 15,000 บาท เครื่องขนาด 7.4 kW ราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท และเครื่องขนาด 11 kW ถึง 22 kW อาจมีราคาตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท

2. ค่าเพิ่มขนาดมิเตอร์ หรือติดตั้งใหม่
สำหรับเจ้าของรถไฟฟ้าที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ต้องติดต่อการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อขออนุญาตติดตั้งหรือเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ โดย กฟน. อนุโลมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดตั้ง Home Charger เพิ่มจากโหลดการใช้ไฟฟ้าเดิมได้ ทั้งนี้ จะมีค่าตรวจสอบในการขอเพิ่มมิเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ 700-2,500 บาท ส่วนใครที่ต้องการเปลี่ยนประเภทมิเตอร์เป็นแบบ TOU อาจมีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตั้งแต่ 6,600-7,300 บาท
ส่วนอยู่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถติดต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบเฉลี่ยที่ 700-1,500 บาท ส่วนมิเตอร์ TOU จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ประมาณ 3,700-5,300 บาท
3. ค่าติดตั้งอุปกรณ์ และการวางระบบไฟฟ้า
มีค่าใช้จ่ายในการเดินสายไฟ และติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ นั้น ขึ้นอยู่กับระยะทางการเดินสาย ลักษณะของไซต์งานและผู้ให้บริการแต่ละราย โดยสามารถเลือกผู้ให้บริการได้ตามความพึงพอใจของเจ้าของบ้าน ซึ่งอาจมีทั้งการบริการเสริมจากแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า
เลือก Wall Charger ยี่ห้อไหนดี?
การเลือก EV Charger โดยเฉพาะการติดตั้งที่บ้าน เป็นเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ตั้งแต่ความปลอดภัย การติดตั้งที่สะดวก และการรองรับรถไฟฟ้าหลายรุ่น ซึ่งในตลาดปัจจุบันมีโฮมชาร์จเจอร์ให้เลือกหลายแบรนด์ แต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นที่ต่างกันออกไป ดังนี้
1. Siemens
ราคา : 65,000 – 85,000 บาท
ยี่ห้อดังจากประเทศเยอรมนี ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย เช่น ถ้ากำลังไฟไม่พอเครื่องชาร์จก็จะไม่ทำงาน แต่น่าเสียดายที่ยี่ห้อนี้มีแอปพลิเคชันที่รองรับเฉพาะค่าย Andriods เท่านั้น แต่สำหรับ iOS ก็สามารถใช้งานผ่าน Cloud แทนได้ ซึ่งใช้สั่งงานและดูสถานะเครื่องชาร์จได้
อย่างไรก็ตามแม้จะมีข้อจำกัดด้านการรองรับแอปพลิเคชันสำหรับ iOS แต่จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของแบรนด์นี้คือ การเน้นไปที่ความทนทาน และเรื่องการควบคุมการใช้พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Management) เครื่องชาร์จที่มาพร้อมกับมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่นในระดับสูง (เช่น IP54/IP55) รวมถึงยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Load Management เพื่อควบคุมปริมาณการใช้ไฟฟ้าไม่ให้เกินพิกัดของมิเตอร์บ้าน (Anti-Tripping)

2. Arun+
ราคา : 56,710 – 73,830 บาท
Arun+ หรือ Arun Plus พัฒนาโดยกลุ่ม ปตท. ของไทย สำหรับรุ่นที่ใช้ที่บ้านมีออกมาให้เลือกใช้ 2 รุ่น คือ ECO และ SMART โดยรุ่น ECO จะเป็นรุ่นเริ่มต้นไม่ได้มีฟังก์ชันพิเศษเริ่มต้น ส่วนรุ่น SMART จะสามารถเชื่อมต่อการใช้งานกับสถานี on-ion ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งของ ปตท. ด้วยเช่นกัน
3. Wallbox
ราคา : 34,500 – 79,000 บาท
Wallbox เป็นแบรนด์จากสเปนที่เน้นโซลูชันชาร์จ EV สำหรับบ้าน โดยมีรุ่นเด่นคือ Pulsar Plus, Pulsar Max และ Pulsar Pro รองรับกำลังไฟ 7.4–22 kW พร้อมดีไซน์กะทัดรัดและเชื่อมต่อผ่านแอป Wallbox รุ่นเริ่มต้นเหมาะสำหรับใช้งานพื้นฐาน ส่วนรุ่น Max และ Pro เพิ่มฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น IP55, RFID, OCPP และการเชื่อมต่อ 4G เหมาะทั้งบ้านและธุรกิจที่ต้องการระบบอัจฉริยะและการจัดการหลายจุด
4. Enel X
ราคา : 59,000 – 69,000 บาท
Enel X ที่ชาร์จรถไฟฟ้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรุ่น Juicebox มีฟังก์ชันพิเศษ คือ สามารถสั่งงานและเช็กสถานะเครื่องชาร์จผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ตโฟนได้ทันที ชาร์จเร็วชาร์จแรงไม่แพ้สถานีชาร์จด้วยขนาด 22 kW (ไฟ 3 เฟส) มีแอพฯ ให้ใช้เพื่อถูกสถานะการชาร์จและตั้งเวลาชาร์จหรือยกเลิกการชาร์จได้ ครบทุกความสมบูรณ์แบบในการใช้งานของ Wall-Box ยุคนี้เลยทีเดียว
5. Schneider
ราคา : 59,000 – 69,000 บาท
แบรนด์จากฝั่งยุโรปที่มีชื่อเสียงมายาวนานจากฝรั่งเศสในฐานะผู้นำด้านพลังงานและระบบไฟฟ้า ก็ส่ง Home Charger รุ่น EV Link มาแข่งในตลาดด้วยเช่นกัน โดยขายความน่าเชื่อถือจากตัวแบรนด์เป็นหลัก EV Link Home มีตัวเลือกกำลังชาร์จมาตรฐาน 7.4 kW (ไฟ 1 เฟส) และ 11 kW (ไฟ 3 เฟส) เพื่อตอบโจทย์บ้านส่วนใหญ่
จุดเด่นของแบรนด์นี้คือ การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการจ่ายไฟที่เสถียร มัดรวมมาไว้กับมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP55 และการป้องกันแรงกระแทก IK10 ทำให้ติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร
6. EVlomo
ราคา : สอบถามกับทางบริษัทโดยตรง
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากประเทศสหรัฐอเมริกาอีกเช่นกัน ซึ่งแบรนด์นี้จับมือเป็นพันธมิตรกับ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ที่ประกาศวางเป้าหมายติดเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน 50,000 หลัง สำหรับฟังก์ชันพิเศษของยี่ห้อนี้ คือ สามารถสั่งงานผ่านสมาร์ตโฟนได้ ตัวเครื่องมีหน้าจอโหมดภาษาไทยให้ใช้งานอีกด้วย
นอกจากการติดตั้ง Wall Charger แล้ว อย่าลืมเลือกประกันรถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มครองทั้งรถ แบตรถ และครอบคลุมยันเครื่องชาร์ตติดผนังที่บ้าน จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ารถไฟฟ้า EV ได้รับการปกป้อง ลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด ทำให้การเป็นเจ้าของรถ EV สักคันสะดวกสบายไร้กังวลมากขึ้น
ใช้เครื่องชาร์จตามสถานี vs ติดตั้งโฮมชาร์จเจอร์ แบบไหนดีกว่า?
จริง ๆ แล้วการใช้งานทั้งสองแบบ ถือว่ามีความสะดวกและข้อดีคนละแบบ แต่โดยส่วนมากผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะเลือกติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน เพราะมีความสะดวกสบายมากกว่า สามารถชาร์จไฟเวลาไหนก็ได้ไม่ต้องรอคิว ยิ่งถ้าใช้ควบคู่กับมิเตอร์ TOU ก็ยิ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในระยะยาว
สำหรับการชาร์จที่สถานีชาร์จ EV ก็มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายติดตั้งที่บ้าน ไม่ต้องซ่อมแซมหากหัวชาร์จเสีย แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ต้องรอคิวซึ่งยังเป็นปัญหาหลัก ๆ ของคนใช้รถไฟฟ้า และราคาแพงกว่าไฟบ้าน
การติดตั้ง Home Charger ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยในการชาร์จรถไฟฟ้า ผู้ใช้รถควรเตรียมตัวเรื่องขนาดมิเตอร์ ประเภทหัวปลั๊ก และตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะสม ในส่วนของราคาตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน เริ่มตั้งแต่ 15,000-100,000 บาท ขึ้นกับกำลังไฟและแบรนด์
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| มิเตอร์ TOU | มิเตอร์ไฟฟ้าดิจิทัลที่คิดค่าไฟตามช่วงเวลาการใช้ โดยแบ่งเป็นช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง (On-Peak) และช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ (Off-Peak) ซึ่งมีอัตราค่าไฟแตกต่างกัน เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถปรับพฤติกรรมการใช้ไฟไปอยู่ในช่วง Off-Peak เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย |
| IP55 | IP55 คือ มาตรฐานการป้องกัน (Ingress Protection) ที่บอกระดับการกันฝุ่นและน้ำของอุปกรณ์ โดย
|