8 December, 2016
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

นอกจากจะเข้าสู่เทศกาลปีใหม่แล้ว ยังเป็นช่วงแห่งความสุขของบรรดามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่จะได้รับโบนัส หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานกันมาตลอดทั้งปี ซึ่งหลายคนก็อยากจะมองหารถป้ายแดงรุ่นใหม่ที่เป็นโมเดลของปี 2017 มาขับให้ดูทันสมัยไม่ตกยุค ลองมาดูกันคร่าวๆ ว่ามีรถอะไรบ้างที่น่าสนใจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้

ฮุนได ทูซอน

ฮุนได ทูซอน

เริ่มจากค่ายเกาหลี เปิดตัวฮุนได ทูซอน ใหม่ ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนจากรุ่นเดิมทั้งในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก และภายในห้องโดยสาร เพิ่มความทันสมัย และความหรูหรา แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ โดยภายในได้รับการออกแบบ และเลือกสรรวัสดุ ที่มีความหรูหราและคุณภาพสูง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพื่อการขับขี่และการใช้งาน ติดตั้งมาเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายรูปแบบ เช่น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ที่มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ  ระบบความปลอดภัยต่างๆ ก็ได้รับการติดตั้งมาอย่างครบครันเพื่อความปลอดภัยสูงสุด   ฮุนได ทูซอน ใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง มากับเทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 185 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,750 รอบต่อนาที เชื่อมต่อกับระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift Mode ที่ผู้ขับขี่ สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการ ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ McPherson Strut พร้อมคอยล์สปริง

ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ Multilink ที่ยึดเกาะในทุกสภาพถนน มอบความมั่นใจ ความนุ่มนวลในการขับขี่ในทุกรูปแบบ พร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ เช่น ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DBC (Downhill Brake Control), ระบบ Auto Hold ที่ช่วยหยุดรถไว้ในขณะที่จอดติดไฟแดง โดยที่ผู้ขับขี่ ไม่จำเป็นต้องเหยียบแป้นเบรกค้าง เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น, เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง ขณะถอยจอด, ระบบ Rear Cross Traffic Alert ที่ช่วยหยุดรถอัตโนมัติมั่นใจยิ่งขึ้น ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Full-time on demand ที่สามารถควบคุมได้จากปลายนิ้ว เพียงกดปุ่มควบคุมบริเวณแผงควบคุมด้านใต้คันเกียร์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อก็จะทำงาน เพื่อความมั่นใจในการขับขี่บนถนนที่ต้องการการควบคุมเป็นพิเศษ สำหรับราคาและแคมเปญพิเศษติดต่อได้ที่โชว์รูมฮุนไดทุกแห่งทั่วประเทศ

โตโยต้า อัลติส

โตโยต้า อัลติส

ค่ายยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า ได้เปิดตัว โคโรลล่า อัลติส รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Futuristic Prestige เพื่อยกระดับความโดดเด่น ทันสมัย ด้านดีไซน์ ทั้งภายนอกและภายใน เพิ่มเติมฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ตลอดจนระบบความปลอดภัยที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น

ในรุ่นท็อปโดดเด่นที่ออฟชั่นภายในห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth ความบันเทิงด้วยเครื่องเล่น DVD/ CD/ MP3/ WMA หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และลำโพง 6 จุด ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า 1 จุด และตอนหลัง 2 จุด ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start) สวิตซ์การขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode Switch) เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ ตอบสนองอัตราเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อความสนุกเร้าใจที่มากขึ้นกว่าเดิม

เบาะนั่งคู่หน้าสไตล์รถแข่ง (Bucket Seat) ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าด้านคนขับ ตลอดจนแป้นเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) เร้าใจทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อม Meter WOW ทันทีที่กดปุ่ม Push Start เข็มวัดความเร็วและเข็มวัดรอบจะตีไปและกลับแสดงถึงความพร้อมต่อการเดินทางทุกรูปแบบ รวมถึงกล้องมองหลัง (Back Camera) ถอยรถเข้าจอดปลอดภัย และแม่นยำยิ่งขึ้นด้วยกล้องที่ติดอยู่ท้ายรถ ซึ่งจะแสดงภาพผ่านจอ LCD เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง

มีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 รุ่น เครื่องยนต์ 2ZR-FBE DUAL VVT-i 4 สูบ 16 วาล์ว 1.8 ลิตร พร้อมระบบ ACIS (Acoustic Control Induction System) ช่วยเพิ่มแรงบิดให้ดีขึ้น ในทุกระดับความเร็ว แรงม้าสูงสุด (EEC net) 104 กิโลวัตต์ (141 แรงม้า) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (EEC net) 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กิโลกรัม-เมตร) ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85 ได้อย่างเต็มสมรรถนะ และประหยัดยิ่งกว่า สามารถเติมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำมันหมดถัง เครื่องยนต์ 1ZR-FE DUAL VVT-i 4 สูบ 16 วาล์ว 1.6 ลิตร แรงม้าสูงสุด (EEC net) 90 กิโลวัตต์ (122 แรงม้า) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (EEC net) 154 นิวตัน-เมตร (15.70 กิโลกรัม-เมตร) ที่ 5,200 รอบต่อนาที

และในแบบติดตั้งแก๊สมาจากโรงงาน Bi-Fuel Type 1ZR-FE (CNG) DUAL VVT-i 4 สูบ 16 วาล์ว 1.6 ลิตร แรงม้าสูงสุด (EEC net) 90 กิโลวัตต์ (122 แรงม้า) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (EEC net) 154 นิวตัน-เมตร (15.70 กิโลกรัม-เมตร) ที่ 5,200 รอบต่อนาที

ราคา โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ใหม่ รุ่น 1.8 V Navi 1,079,000 บาท, รุ่น ESPORT OPTION 979,000 บาท, รุ่น ESPORT 939,000 บาท, รุ่น 1.8E    874,000 บาท, รุ่น 1.6G 869,000 บาท, รุ่น 1.6E CNG    969,000 บาท และรุ่น 1.6 J 799,000 บาท

โตโยต้า อินโนวา คริสต้า

โตโยต้า อินโนวา คริสต้า

โตโยต้าบุกตลาดรถเอนกประสงค์สไสตล์เอ็มพีวีในเมืองไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว อินโนวา คริสต้า แบบเปลี่ยนโฉมไปจากอินโนวารุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยรุ่นที่แนะนำเป็นรุ่นท็อปสุด 2.8 V A/T  โดยการออกแบบเน้นแนวทางหลัก ประกอบด้วย Advance Styling การออกแบบที่โดดเด่น Utility Package อรรถประโยชน์ เปลี่ยนห้องโดยสารเป็นห้องทำงานด้วยที่นั่งแถวสองแบบ Captain Seat พร้อม Seat Back Table และช่องจ่ายไฟฟ้า 12 โวลต์ Driving Performance สมรรถนะในการขับ และ Ensuring Safety ความปลอดภัยทั้งเชิงป้องกันและแก้ไข

เครื่องยนต์รหัส 1GD-FTV บล็อกเดียวกับ โตโยต้า รีโว่ และ ฟอร์จูนเนอร์ เป็นแบบดีเซล 4 สูบ คอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ลดแรงเสียดทานในกระบอกสูบ กระโปรงลูกสูบเคลือบเรซิน รองรับน้ำมันดีเซล B7 มีกำลังสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 36.6 กก.-ม. ที่ 1,200-3,400 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ โอเวอร์ไดรฟ์ที่เกียร์ 5 และ 6 ขับเคลื่อนล้อหลัง ถังน้ำมันจุ 55 ลิตร ช่วงล่างหน้าอิสระ ปีกนกคู่ คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังคานแข็ง คอยล์สปริง โฟร์ลิงก์ ระบบเบรกหน้าดิสก์ขนาด 296 x 30 มิลลิเมตร ด้านหลังดรัมเบรกขนาด 254 มิลลิเมตร มาพร้อมตัวช่วย ABS, EBD, BA, TRC และ VSC พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS

เพิ่มความเงียบในห้องโดยสารด้วยการติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรอบคัน ที่ผนังห้องเครื่อง หลังซุ้มล้อหน้าบริเวณบานพับประตู เสาหน้า เสากลาง และพื้นรถ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น จอสัมผัสที่คอนโซลกลางขนาด 8 นิ้ว เป็นจอสำหรับกล้องมองหลัง ที่มาพร้อมเส้นกะระยะแบบแปรผันตามการหมุนพวงมาลัย มาตรวัด Optitron MID TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบ Smart Entry และ Push Start เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า ความปลอดภัยผ่านมาตรฐาน ASEAN NCAP 5 ดาว พร้อมแอร์แบ็ก 7 ใบ

ราคาจำหน่ายรุ่น V เกียร์อัตโนมัติ (เครื่องยนต์ดีเซล) 1,399,000 บาท, G เกียร์อัตโนมัติ (เครื่องยนต์ดีเซล) ราคา 1,235,000 บาท และE เกียร์ธรรมดา (เครื่องยนต์เบนซิน) ราคา    1,129,000 บาท

MG GS 1.5 ลิตร เทอร์โบ

MG GS 1.5 ลิตร เทอร์โบ

หลังจากที่บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัว MG GS ในรุ่น 2.0 ลิตร Turbo 218 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch ไปแล้ว MG ได้เสนอตัวเลือกใหม่ที่ยังความเป็นสปอร์ต SUV กับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่มาพร้อมสมรรถนะที่เร้าใจและยังประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ยังมีการปรับจูนระบบส่งกำลังและระบบช่วงล่างต่างๆ เพื่อรองรับกับเครื่องยนต์ใหม่

MG GS รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ TGI-TECH ระบบหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 890,000 บาท

BMW M4 GTS

BMW M4 GTS

เอาใจเศรษฐีกระเป๋าหนักกันหน่อยกับ M4 GTS เป็นยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 700 คันทั่วโลก เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีของรถยนต์สปอร์ตระดับตำนานอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู M3 ที่ได้เริ่มผลิตเป็นครั้งแรกในปี 1986  บีเอ็มดับเบิลยู M4 GTS มากับขุมพลังเทอร์โบ 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร รุ่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู M3 และ M4 รุ่นเดิม แต่เสริมสมรรถนะอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีระบบหัวฉีดน้ำ (water injection) ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก หลังจากที่ช่วยขับเคลื่อนให้รถแข่ง บีเอ็มดับเบิลยู M4 DTM ของนักขับชาวเยอรมัน มาร์โก วิทแมนน์ สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันทัวริ่งคาร์รายการ DTM (Deutsche Tourenwagen Masters) ประจำปี 2014 และ 2016 ไปครองได้สำเร็จ

เทคโนโลยีหัวฉีดน้ำนี้ช่วยให้เครื่องยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู M4 GTS มีพละกำลังสูงสุดถึง 500 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ M DCT (M Double Clutch Transmission) 7 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ในเวลาเพียง 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 305 กม.ต่อชม. โดยที่ยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe รุ่นมาตรฐาน

เหนือกว่าเดิม ด้วยตัวถังน้ำหนักเบาที่มีอัตราน้ำหนักต่อกำลังขับที่ 3.0 กิโลกรัมต่อแรงม้า โดยในส่วนกระโปรงหน้า-หลัง หลังคา สปลิตเตอร์หน้า และสปอยเลอร์ เลือกใช้วัสดุล้ำยุคอย่าง CFRP (carbon-fibre-reinforced plastic) ที่ทั้งแข็งแรงและมีน้ำหนักเบา  การออกแบบภายในเน้นการใช้วัสดุน้ำหนักเบา และเพิ่มความหรูในสไตล์สปอร์ตพันธุ์แท้ ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาสีส้ม Acid Orange รุ่น 666 M Styling เสริมความมั่นใจบนทุกเส้นทางด้วยระบบช่วงล่างแบบ M coilover และเบรกคาร์บอนเซรามิก

 

 

บีเอ็มดับเบิลยู M4 GTS มาพร้อมกับการวิวัฒนาการเทคโนโลยีไฟท้ายแบบ OLED (BMW Organic Light) สำหรับการผลิตซีรี่ส์รถยนต์เป็นครั้งแรกในโลก โดยระบบไฟแบบ OLED นี้ ให้แสงสว่างบนพื้นผิวแบบกระจายตัวทั่วๆกัน แทนที่จะเป็นแบบจุดเฉพาะเช่นไฟ LED ทั่วไป ผ่านวัสดุเซมิคอนดัคทีฟบางเฉียบ สร้างแสงไฟท้ายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน  สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู M4 GTS ทางบีเอ็มดับเบิลยู ไทยแลนด์ ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 13,999,000 บาท

เล็งรถใหม่ไว้แล้ว อย่าลืมซื้อประกันคุ้มครองรถของคุณ ให้ “รู้ใจ” ได้อยู่เคียงข้างคุณ ด้วยบริการดีๆ มากมาย การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที โทรหาเราที่ 02 582 8888 หรือคลิกเช็คเบี้ย

โทร 02 582 8888

แชร์บทความนี้บน: