หลายคนอาจคิดว่า ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ก็เหมือน ๆ กันหมด “คุ้มครองครอบคลุมที่สุด” แต่เมื่อถึงเวลาต้องใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ รถเสียกลางทาง หรือเหตุไม่คาดฝัน บรรดาเหตุเหล่านี้แหละที่จะทำให้คุณกระจ่าง เห็นความต่างในด้านรายละเอียด เงื่อนไข และจุดเด่นของแต่ละบริษัทประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มาดูกันว่าแต่ละบริษัทแตกต่างกันที่ตรงไหน และจะตัดสินใจเลืออกยังไง
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
ประกันรถยนต์ชั้น 1 คืออะไร คุ้มครองอะไรบ้าง?
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า “ประกันชั้น 1” คือประกันที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุดในบรรดาประกันรถยนต์ทุกประเภท เหมาะกับรถใหม่ รถราคาแพง หรือผู้ที่ต้องการความอุ่นใจแบบรอบด้าน
ความคุ้มครองของประกันรถยนต์ชั้น 1 มีหลัก ๆ ดังนี้
- คุ้มครองความเสียหายรถเรา (ชนแบบมีคู่กรณี/ไม่มีคู่กรณี)
- คุ้มครองคู่กรณี (ทั้งค่าซ่อมรถ และการบาดเจ็บทางร่างกาย)
- คุ้มครองไฟไหม้
- คุ้มครองโจรกรรมรถ
- คุ้มครองภัยธรรมชาติ และน้ำท่วม
- คุ้มครองค่าประกันตัวผู้ขับขี่
- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของเราและผู้โดยสารจากอุบัติเหตุ
สำหรับประกันชั้น 1 ของรถยนต์ไฟฟ้าก็มีความคุ้มครองหลักเหมือนกัน แต่จะมีเพิ่มความคุ้มครองแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

ประกันชั้น 1 แต่ละบริษัท ต่างกันตรงไหน?
แม้ความคุ้มครองหลัก ๆ ของประกันชั้น 1 จะไม่แตกต่างกัน แต่แต่ละบริษัทประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ก็มีความแตกต่างกัน ดังนี้
1. ทุนประกัน (Sum insured)
ทุนประกันคือจำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทประกันจะจ่ายให้เราเวลารถเสียหายหนักหรือหาย ซึ่งแต่ละบริษัทตั้งไม่เท่ากัน
- หากทุนประกันต่ำกว่ามูลค่ารถ – ทำให้เบี้ยถูก เราจ่ายสบายขึ้น แต่ถ้าเกิดเหตุใหญ่จริง ๆ เงินชดเชยก็จะได้เท่าทุนประกันซึ่งน้อยกว่ามูลค่ารถ
- บางที่ตั้งทุนสูงหรือใกล้เคียงมูลค่ารถจริง – เบี้ยอาจจะแพงกว่า แต่เวลามีปัญหา เราจะได้เงินชดเชยมากกว่า
สรุปง่าย ๆ คือ เบี้ยถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับทุนที่ตั้งไว้ และมันจะมีผลชัดตอนเคลม ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับรถตัวเอง ไม่ถูกเกินจนได้ไม่คุ้ม และไม่ต้องแพงเกินความจำเป็น
2. เบี้ยประกัน (ราคา)
แม้จะเป็น “ประกันชั้น 1” เหมือนกัน แต่บริษัทประกันจะใช้สูตรคำนวณความเสี่ยงของตัวเอง ทำให้ราคาเบี้ยออกมาต่างกัน โดยปัจจัยที่จะนำมาคิดเบี้ยประกัน ตัวอย่างเช่น ยี่ห้อรถ/รุ่นรถ อายุรถ ประวัติการเคลม พื้นที่ใช้งานรถ ฯลฯ เป็นต้น
อ่านบทความเพิ่มเติม เบี้ยประกันรถยนต์ถูก-แพงขึ้นอยู่กับอะไร?
3. รูปแบบการซ่อม อู่และศูนย์ซ่อมในเครือ
การเลือกอู่และศูนย์ซ่อมเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องหารีวิวก่อนที่จะทำประกัน โดยเฉพาะการหาอู่หรือศูนย์ซ่อมใกล้บ้านที่บริการดี คุณภาพงานซ่อมดี แล้วเช็คกับประกันว่าอยู่ในเครือประกันหรือไม่ ถ้าอยู่ในเครือประกันจะเป็นผลดีเพราะหากถึงเวลาต้องซ่อม ประกันสามารถประสานงานกับอู่ได้โดยตรง และหลาย ๆ บริษัทไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน
และที่สำคัญคือ หากคุณอยากให้รถซ่อมที่ศูนย์ รถอายุสัก 5-6 ปี บางบริษัทอาจไม่มีตัวเลือกซ่อมศูนย์ให้รถเราแล้ว ดังนั้นอย่าลืมเช็คกับหลาย ๆ บริษัทก่อนทำประกันว่ามีตัวเลือกซ่อมศูนย์หรือไม่

4. อายุรถ
สำหรับอายุรถที่เกิน 10 ปี อาจมีบางบริษัทที่ไม่เปิดให้ทำประกันชั้น 1 อย่าเพิ่งตกใจและลองหาตัวเลือกจากหลาย ๆ บริษัทก่อน อย่างประกันชั้น 1 ที่รู้ใจ ขยายความคุ้มครองให้รถอายุสูงสุดถึง 15 ปี
5. บริการเสริมต่าง ๆ
เช่น รถใช้ระหว่างซ่อม บริการเสริมช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชม. เป็นต้น ต้องซื้อเพิ่มหรือไม่ ราคาเท่าไหร่ ลองเปรียบเทียบจากหลาย ๆ บริษัท เพราะจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน และอย่าลืมเช็ครรายละเอียดเงื่อนไขว่าการจำกัดจำนวนครั้งต่อปี
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม บริการเสริมช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชม.
6. รีวิวประสบการณ์ของลูกค้า
ประสบการณ์ลูกค้าคนอื่น ๆ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้แต่ละบริษัทประกันแตกต่างกัน แนะนำให้ดูรีวิวจากลูกค้าเคลม เช่น บริการเป็นยังไง ติดต่อยากหรือเปล่า และที่สำคัญคือ “ตอนเคลม” ดูแลดีแค่ไหน มีวิธีการแจ้งเคลมยังไง
7. ช่องทางการขาย
ช่องทางการขาย เช่น ประกันผ่านออนไลน์ หรือโทรเพื่อขายประกัน ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้แต่ละบริษัทต่างกัน
- บางบริษัทเน้นประกันผ่านออนไลน์ ทำให้สะดวก มีเวลาตัดสินใจไม่กดดัน เปรียบเทียบง่าย ซื้อได้เลย
- บางที่ขายผ่านการโทรหรือมีพนักงานให้คำแนะนำ จะเหมาะกับคนที่อยากสอบถามรายละเอียดก่อนตัดสินใจ ได้คุย ได้ถามข้อสงสัยแบบตรง ๆ
เราสามารถเลือกแบบที่ถนัดได้เลย จะกดซื้อเองง่าย ๆ หรืออยากมีคนช่วยดูแลก็แล้วแต่ความสบายใจของแต่ละคน
เลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 ยังไงให้เหมาะกับตัวเองที่สุด?
การเลือกประกันรถชั้น 1 ทั้งรถไฟฟ้าและรถน้ำมัน ไม่ได้ดูแค่ “ถูกหรือแพง” แต่ควรดูให้ครบว่าแบบไหนเหมาะกับการใช้งานของเราจริง ๆ
- ดูทุนประกัน ว่าตั้งไว้เท่าไหร่ เทียบกับมูลค่ารถของเราแล้วโอเคมั้ย
- ดูรีวิวและชื่อเสียงของบริษัท ลองเช็คว่าคนอื่นพูดถึงยังไง โดยเฉพาะเรื่องเคลม เพราะประกันจะมีค่าที่สุดก็ตอนที่เราต้องใช้จริง
- เช็คความคุ้มครองและเงื่อนไข เช่น มีค่าเสียหายส่วนแรกมั้ย คุ้มครองกรณีไหนบ้าง และข้อยกเว้นกรมธรรม์
สุดท้ายคือ เลือกให้เหมาะกับการใช้รถของเรา ถ้าใช้รถทุกวัน จอดไม่ประจำที่ หรือขับบ่อย ประกันที่ครอบคลุมสูง บริการดี เคลมไวและสะดวก จะตอบโจทย์กว่า
สุดท้ายแล้วจะเห็นได้ว่า บริษัทประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แตกต่างกันมากกว่าแค่ตัวเลขเบี้ยประกันรถยนต์ แต่รวมถึงคุณภาพการบริการ ความสะดวกในการเคลมประกันรถยนต์ เครือข่ายอู่ซ่อมรถยนต์ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินที่พร้อมดูแลคุณในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน การเลือกบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่เลือกค่าเบี้ยถูกที่สุด แต่คือ “คุ้มที่สุดสำหรับคุณ” เมื่อพิจารณาจากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| คุณภาพงานซ่อม | ความถูกต้องสมบูรณ์ของการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์ ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด |
| บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน | บริการเสริม ที่ให้ความช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดหรือสถานการณ์เร่งด่วนที่เป็นไปตามที่กำหนด เช่น รถเสีย รถล็อก หรือน้ำมันหมด |