Roojai

สรุปสถิติ 2568 คนไทยใช้รถ EV มากแค่ไหน? ใครใช้รถ EV มากกว่ากัน?

Article Roojai Verified
เปิดสถิติ แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ปี 2568 | โดยรู้ใจประกันภัย

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย กำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่อีกครั้ง จากภาพจำว่าเป็น “รถของคนรุ่นใหม่รายได้สูง” วันนี้กลับขยายฐานสู่กลุ่มครอบครัว มนุษย์เงินเดือน และเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว โดยเราจะพาคุณไปเจาะลึกผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคตลาดยานยนต์ไทยว่า ใครคือกลุ่มหลักที่ใช้รถไฟฟ้า EV มากที่สุด ทำไมพวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนจากรถน้ำมัน และอนาคตของแนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า จะเดินไปทางไหน ตามไปดูเต็ม ๆ กันเลยในบทความนี้

สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!

ภาพรวมรถยนต์ไฟฟ้าในไทยปีล่าสุด เป็นยังไง?

ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา รถยนต์ไฟฟ้าในไทย เติบโตแบบก้าวกระโดด

ยอดจดทะเบียนปี 2568 ของรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

คุณสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เปิดเผย ยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงในไทย เดือนมกราคม–ธันวาคม 2568 พบว่า

  • รถ BEV (รถไฟฟ้า100%) ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่ง 122,123 คัน (+74.70%)
  • รถ HEV (รถไฮบริด) ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่ง 136,706 คัน (+7.94%)
  • รถ PHEV (รถปลั๊กอินไฮบริด) ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่ง 18,416 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 96.48% จากปีก่อน

ภาพรวมตลาด หากรวมรถทุกประเภท ของทั้ง BEV, HEV และ PHEV ตลอดปี 2568 ปีเดียวมีถึง 303,526 คัน สะท้อนการเติบโตต่อเนื่องของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของไทย

ขอบคุณข้อมูล: mreport.co.th

HEV BEV PHEV รถยนต์ไฟฟ้าแบบไหนที่ครองตลาดปัจจุบัน?

จากข้อมูลยอดรวมรถไฟฟ้าทุกคันที่วิ่งบนถนนเมืองไทยในปัจจุบัน (ยอดจดทะเบียนสะสมทั้งหมด ยอดรวม ณ 30 พ.ย. 2568) พบว่า

  • รถ BEV (รถไฟฟ้า100%) สะสม 354,480 คัน โตขึ้น 60.81%
  • รถ HEV (รถไฮบริด) สะสม 596,945 คัน โตขึ้น 28.75%
  • รถ PHEV (รถปลั๊กอินไฮบริด) สะสม 80,528 คัน โตขึ้น 28.50%

คนไทยเลือกใช้รถพลังงานไฟฟ้าแบบไหนมากที่สุด?

อันดับ 1 รถไฮบริด (HEV)

รถยนต์ไฮบริด HEV ยังคงเป็นรถที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้รถไฮบริดยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของคนไทย ด้วยการใช้งานที่ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ต้องชาร์จไฟ และมีความประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นจากรถเครื่องยนต์ทั่วไป ทำให้รถยนต์ไฮบริด HEV มียอดใช้งานสะสมสูงที่สุดในตลาด และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยรถ HEV มียอดจดทะเบียนมากที่สุด ทั้งในปี 2568 สูงถึง 136,706 คัน และมียอดจดทะเบียนสะสม 596,945 คัน (ข้อมูลในเดือน พ.ย. 2568)

อันดับ 2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV)

รถยนต์ไฟฟ้า 100% มาแรง ในฐานะรถที่กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดรถยนต์ของไทย รถยนต์ไฟฟ้า EV เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่ยอดจดทะเบียนใหม่และการรับรู้ โดยเฉพาะการเติบโตของตลาดรถ EV ในปี 2568 ที่ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งสูงถึง +74.70% รวมกับการพัฒนาของนวัตกรรม การแข่งขันของตลาด ทำให้ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น มีการขยายสถานีชาร์จต่อเนื่อง ดีไซน์และภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ทำให้ BEV เป็นกลุ่มที่ “มาแรงในกระแส” เป็นอันดับต้น ๆ ของไทย

อันดับ 3 รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

รถยนต์ PHEV เติบโตต่อเนื่องในตลาดเฉพาะกลุ่ม 

รถปลั๊กอินไฮบริดเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในปี 2568 ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่ง 18,416 คัน เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 96% และมียอดใช้งานสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม PHEV ยังคงเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคกลุ่มเฉพาะ ถ้าเทียบจำนวนยอดจดทะเบียนสะสมก็ยังน้อยที่สุดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 

แม้ปัจจุบันยอดรถไฮบริดจะมีจำนวนจดทะเบียนและสะสมมากที่สุดในไทย แต่การเติบโตของรถ EV และรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ก็สูงขึ้นมากเช่นกัน โดยในปี 2568 เติบโตถึง 74.70% และ96.48% ตามลำดับ

ไม่ว่าจะรถยนต์ไฟฟ้า BEV, รถไฮบริด หรือ รถปลั๊กอินไฮบริด ประกันรถที่พร้อมคุ้มครองคุณและรถคู่ใจก็เป็นสิ่งสำคัญ ประกันรถยนต์และประกันรถยนต์ไฟฟ้าที่รู้ใจ พร้อมดูแลคุณ เช็คราคาออนไลน์ง่ายตลอด 24 ชม. ไม่ต้องโทร ปรับแต่งแผนได้ตามใจ คุ้มครองทั่วไทย

ประเภทรถพลังงานไฟฟ้าที่คนไทยเลือกใช้มากที่สุด 2568 | โดยรู้ใจประกันภัย

คนในเมือง vs. ต่างจังหวัด ใครใช้รถ EV มากกว่า?

ภาพรวมในปัจจุบันยังสะท้อนชัดว่า “คนในเมือง” เป็นกลุ่มผู้ใช้หลัก ขณะที่ “ต่างจังหวัด” กำลังกลายเป็นแรงขับสำคัญของการเติบโตในระยะถัดไป แม้จำนวนรถ EV ที่ใช้งานจริงจะยังไม่เท่ากัน แต่ทิศทางการเปลี่ยนแปลงเริ่มเห็นได้ชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ

กรุงเทพฯ และปริมณฑล

การใช้รถ EV ยังคงกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองเป็นหลัก โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถือเป็นฐานผู้ใช้หลักของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปัจจุบัน เหตุผลหลักคือ

  • โครงสร้างพื้นฐานพร้อมกว่า ทั้งสถานีชาร์จมีพร้อม และขยายตัวต่อเนื่อง คอนโดมีสถานีชาร์จบริการ และสามารถติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้านได้ง่าย
  • ใช้ขับขี่ระยะสั้น เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้า
  • มีกำลังซื้อสูง และเปิดรับเทคโนโลยีใหม่เร็ว

ต่างจังหวัด

ยังใช้น้อยกว่า โดยจะกระจุกตัวที่ หัวเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี สงขลา ขอนแก่น ภูเก็ต ฯลฯ แม้สัดส่วนรวมจะยังตามหลังเมืองใหญ่ แต่การขยายสถานีชาร์จและราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ทำให้การใช้ EV ในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

เปิดผลสำรวจ ใครบ้างที่เลือกใช้รถ EV

ตามรายงานข่าวในปี 2024 นีลเส็นไอคิว (ประเทศไทย) ได้เปิดเผยผลสำรวจ พบว่า คนที่ใช้รถ EV ในไทย

  • อายุต่ำกว่า 40 ปี ถึง 66% ซึ่งเป็นวัยทำงานส่วนใหญ่
  • มีรายได้เกิน 95,000 บาท ต่อเดือน สูงถึง 41%
  • กว่า 81% ของคนที่ใช้รถ EV เคยใช้รถยนต์น้ำมันมาก่อน แสดงให้เห็นว่าเป็นการเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่การตัดสินใจใช้รถคันแรก

ขอบคุณข้อมูล thestandard.co

เจาะลึกพฤติกรรมผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทย แรงจูงใจคืออะไร?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภคที่เลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ได้เปลี่ยนจาก “แค่ความสนใจ” มาเป็น “การตัดสินใจซื้อจริง” ในจำนวนที่มากขึ้นอย่างชัดเจน ที่น่าสนใจคือแรงจูงใจเบื้องหลังไม่ได้เกิดจากเหตุผลเดียว แต่เป็นการผสานกันของหลายปัจจัย ตั้งแต่เหตุผลเรื่องค่าใช้จ่าย ประโยชน์เชิงเทคโนโลยี ไปจนถึงภาพลักษณ์ส่วนบุคคลที่ผู้ซื้อให้ความสำคัญ เช่น

1. ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้บริโภคไทยตัดสินใจเลือกรถไฟฟ้า EV คือ การมองภาพค่าใช้จ่ายในระยะยาว เนื่องจาก

  • ค่าพลังงานถูกกว่า ค่าไฟฟ้าสำหรับชาร์จรถโดยเฉลี่ยถูกกว่าน้ำมันมาก ทำให้ต้นทุนต่อกิโลเมตรลดลง
  • ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า รถ EV ไม่มีระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน เช่น ปั๊มน้ำมันเครื่องหรือห้องเกียร์ที่ต้องดูแลบำรุงบ่อย
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวขึ้น ปัจจุบันแบตเตอรี่มีการรับประกันและคุณภาพดีขึ้น
  • ประหยัดภาษีและสิทธิพิเศษ หลายรุ่นได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีจากภาครัฐ ลดภาระต้นทุนการซื้อ
เจาะลึกพฤติกรรมผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทย | โดยรู้ใจประกันภัย

2. เทคโนโลยีล้ำสมัยและฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์

อีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทย คือ ฟีเจอร์และเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยกว่า เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่และคนที่ชอบเทคโนโลยี เช่น

  • ระบบช่วยขับและความปลอดภัย เช่น ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็ว, ระบบช่วยเปลี่ยนเลน
  • จออินโฟเทนเมนต์ทันสมัย เช่น หน้าจอแสดงผล, การเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน, ระบบนำทาง
  • ขับขี่เงียบและนุ่มนวล ไม่เหมือนเสียงสั่นของเครื่องยนต์ปกติ
  • โหมดการขับขี่ที่ปรับได้ ตั้งแต่โหมดประหยัดพลังงานไปจนถึงโหมดสปอร์ต

ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” นี่คือเหตุผลที่ แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า มีความเติบโตสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนที่สนใจเทคโนโลยี

3. ไลฟ์สไตล์และตัวตนของผู้ขับขี่ยุคใหม่

สำหรับหลายคนการเลือกซื้อรถไฟฟ้า EV ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกยานพาหนะ แต่เป็น “การแสดงตัวตน” ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น

  • ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • เป็นเทรนด์ใหม่ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีคอนเทนต์มากมายเกี่ยวกับการใช้รถไฟฟ้า ทั้งข้อดีข้อด้อย รีวิวจากคนใช้จริง ทริคต่าง ๆ เทรนด์เหล่านี้ทำให้คนตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น

จากตัวเลขในปี 2568 แสดงให้เห็นชัดเลยว่า รถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนไทยอีกต่อไป ยอดจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ความสนใจที่ขยายจาก “คนกลุ่มเล็ก” ไปสู่ “ผู้ใช้ทั่วไป” สะท้อนว่าตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญว่าคนไทยไม่ได้มองรถไฟฟ้าเป็นเพียงทางเลือก แต่กำลังมองว่าเป็นคำตอบของการใช้รถในระยะยาวต่อไป

​​สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ​ประกันภัย​ต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือ​เพิ่มเพื่อนทาง LINE​ ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)

คำจำกัดความ

จออินโฟเทนเมนต์ ระบบหน้าจอแสดงผลและควบคุมการทำงานต่าง ๆ ภายในรถยนต์ ที่รวมทั้ง ข้อมูล (Information) และ ความบันเทิง (Entertainment) ไว้ในหน้าจอเดียว โดยมักติดตั้งอยู่ บริเวณคอนโซลหน้ารถ หรือจอตรงกลางแดชบอร์ด
แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า ทิศทางการเติบโต ความนิยม และพัฒนาการของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า