ช่วงสงกรานต์คือช่วงเวลาที่หลายคนรอคอย ทั้งการกลับบ้าน ท่องเที่ยว เล่นน้ำ และร่วมประเพณีสงกรานต์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง แต่ในอีกมุมหนึ่งช่วงวันสงกรานต์ก็ถูกขนานนามว่าเป็น “7 วันอันตราย” โดยเฉพาะสำหรับคนที่เลือกขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะเป็นรถเล็กหรือบิ๊กไบค์
รู้ใจจะพาคุณไปเปิดมุมมองใหม่ของความเสี่ยง ทั้งความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง และความเสี่ยงที่หลายคน “นึกไม่ถึง” ในช่วงงานสงกรานต์และวันไหลสงกรานต์ พร้อมแนวคิดเพื่อช่วยให้คุณเดินทางปลอดภัยมากขึ้น
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
- เมาแล้วขับ
- ไม่ใส่หมวกกันน็อค
- ขับเร็ว-ขี่มอเตอร์ไซค์เดินทางไกล
- ถนนเปียกคือกับดัก
- ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ช่วงสงกรานต์ เสี่ยงกว่าที่คิด
- บิ๊กไบค์ ใหญ่ แรง แต่ไม่ได้ปลอดภัยกว่า
ทำไมการขี่มอเตอร์ไซค์ช่วงสงกรานต์ ถึงเสี่ยงกว่าที่คิด?
อ้างอิงจากสถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ รถมอเตอร์ไซค์เป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด โดยข้อมูล 7 วันอันตราย วันที่ 11-17 เมษายน 2568 พบว่ารถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดถึง 83.34% และสาเหตุหลักคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด เมาแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยบนถนนทางหลวงและถนนในหมู่บ้าน
(ที่มา: ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ณ วันที่ 18 เมย. 68)
โดยสาเหตุของอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ช่วงสงกรานต์ นอกจากตามสถิติแล้ว ยังมีดังนี้
1. เมาแล้วขับ
แม้จะมีการรณรงค์ทุกปี แต่สถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ก็ยังคงสูง โดยเฉพาะอุบัติเหตุเมาแล้วขับที่เกี่ยวข้องกับมอเตอร์ไซค์ หลายคนคิดไปเองว่า ไม่เมา ขี่ไหว หรือดื่มแล้วขับกลับนิดเดียวไม่เป็นไร เป็นต้น
ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะไม่ดื่มก็ยังอาจเจอความเสี่ยงจากคนอื่น ๆ ที่เมาแล้วขับ ดังนั้น เมื่อขับขี่ช่วงเทศกาลจึงต้องมีสติและระมัดระวังมากขึ้น
นอกจากการเมาแล้วขับจะเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูง ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอีกด้วย โดยหากเป่าแล้วมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมีมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขณะขับขี่ จะได้รับโทษ ดังนี้
- ทำผิดครั้งแรก จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000–20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ทำผิดซ้ำใน 2 ปี จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 50,000–100,000 บาท
- ถ้าไม่ยอมเป่า ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และถือว่าเมาแล้วขับ (จำคุกไม่เกิน 1 ปี / ปรับ 5,000–20,000 บาท / หรือทั้งจำทั้งปรับ)
2. ไม่ใส่หมวกกันน็อก
เวลาไม่ใส่หมวกกันน็อกแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนเยอะ รถเยอะ และถนนลื่นง่าย ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง เพราะการไม่ใส่หมวกกันน็อกแล้วหัวกระแทกพื้นแรง ๆ เสี่ยงบาดเจ็บรุนแรง พิการทางสมอง หรือเสียชีวิตได้เลย
โดยมีผลสถิติที่ชี้ว่า หมวกกันน็อกช่วยลดโอกาสตายและเจ็บหนักได้จริง ดังนี้
- คนจำนวน 75.6% จากผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากมอเตอร์ไซค์ ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อค
- หมวกกันน็อคช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บศีรษะและสมอง ถึง 69%
- หมวกกันน็อคลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตของคนขับ และคนซ้อนท้าย ถึง 39%
(ที่มา: สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก)
รู้มั้ย? หมวกกันน็อกดี ต้องเลือกให้มี มอก.
หมวกกันน็อคคือตัวช่วยสำคัญ ลดความเสี่ยงบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตได้ แต่รู้มั้ยการเลือกหมวกกันน็อคที่มีคุณภาพต้องมี มาตรฐาน มอก. เพราะ
- ใช้งานได้ทุกสภาพอากาศ ร้อน ฝน หนาว เพราะผ่านการทดสอบปรับอุณหภูมิหลากหลายก่อนตรวจความแข็งแรง
- ทดสอบโดยใช้เครื่องวัดยกหมวกกันน็อกขึ้นสูง 3 เมตร แล้วปล่อยให้ตกลงมาบนทั่งเลียนแบบพื้นถนนจริง
- ทนการทิ่มแทงได้ ผ่านการทดสอบปล่อยวัสดุปลายแหลมจากความสูง 3 เมตร
- ออกแบบให้ลื่นไถลดี ไม่กระชากคอเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- โดนบีบอัดหนัก 120 กิโลกรัม ก็ยังคงรูป ไม่ยุบผิดรูป
- สายรัดคางแข็งแรง ทนแรงกระชากเทียบเท่า 200 กิโลกรัม และไม่ยืดเกิน 2.5 ซม.
- ตัวล็อกใช้งานได้ยาว ๆ ผ่านการทดสอบเปิด–ปิดมากกว่า 5,000 ครั้ง
- แผ่นบังหมวกผ่านการทดสอบแสง แรงเจาะ ลม น้ำ และการเกิดฝ้า เพื่อให้มองเห็นชัดในทุกสถานการณ์
(ที่มา: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ: thaihealth.or.th )
3. ขับเร็ว-ขี่มอเตอร์ไซค์เดินทางไกล
หลายคนเลือกขี่มอเตอร์ไซค์เดินทางไกลในช่วงสงกรานต์ เพราะคล่องตัวและประหยัด แต่การเร่งความเร็วบนถนนที่เต็มไปด้วยรถและผู้คน เพิ่มความเสี่ยงแบบทวีคูณ เพราะยิ่งขับรถเร็วมากเท่าไหร่ เรายิ่งมีเวลาในการตัดสินใจเฉพาะหน้าน้อยลงเท่านั้น ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้มาก โดยความเร็วที่เหมาะสมคือ
- ในเขตเมือง หรือเขตชุมชน – ขับมอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 60 กม./ชม.
- นอกเขตเมือง – ขับมอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 70 กม./ชม.
4. ถนนเปียกคือกับดัก
ช่วงประเพณีสงกรานต์ ถนนไม่ได้เปียกจากแค่น้ำสะอาด แต่ยังมีแป้ง น้ำผสมดิน คราบน้ำมัน และเศษขยะจากงานสงกรานต์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ล้อเสียการยึดเกาะ โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ที่ต้องทรงตัวตลอดเวลา

5. ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ช่วงสงกรานต์ เสี่ยงกว่าที่คิด
การซ้อนท้ายในช่วงปกติอาจดูไม่อันตราย แต่ในช่วงวันไหลสงกรานต์ความเสี่ยงกลับเพิ่มขึ้นหลายเท่า โดยปัญหาที่มักเกิดกับคนซ้อนท้ายมีดังนี้
- ไม่ได้สวมหมวกกันน็อก เสี่ยงบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตหากหัวกระแทกพื้น
- ตัวเปียก ลื่น เกาะไม่แน่น เสี่ยงลื่นออกจากเบาะนั่ง
- เสียสมดุลเมื่อโดนสาดน้ำแรง ๆ
6. บิ๊กไบค์ ใหญ่ แรง แต่ไม่ได้ปลอดภัยกว่า
หลายคนเชื่อว่าการขี่บิ๊กไบค์ปลอดภัยกว่า เพราะรถใหญ่ หนัก และมั่นคง แต่ในความเป็นจริงช่วงสงกรานต์กลับเป็นข้อเสีย โดยมีเหตุผลดังนี้
- น้ำหนักรถมาก ควบคุมยากเมื่อถนนลื่น
- ระยะเบรกยาวกว่ารถเล็ก
- ชิ้นส่วนราคาแพง หากล้มก็เสียหายหนัก
หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องการลดความเสี่ยง เพิ่มความคุ้มครองในช่วงประเพณีสงกรานต์ ประกันมอเตอร์ไซค์ที่รู้ใจพร้อมดูแลคุณ ซื้อง่ายทางออนไลน์ ปรับแต่งแผนได้ตามใจ การันตีด้วยคะแนนรีวิวความพึงพอใจของลูกค้าจริง 4.9/5 เช็คราคาและความคุ้มครองได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ขี่มอเตอร์ไซค์ช่วงสงกรานต์ไม่ใช่แค่ขับช้า แต่ต้องคิดเผื่อ
การเดินทางปลอดภัยในช่วงวันสงกรานต์ วันไหลสงกรานต์ ไม่ใช่แค่ลดความเร็ว แต่ต้องปรับวิธีคิด ไม่ว่าจะเป็นการคิดเผื่อว่าคนอื่นอาจพลาดจนเราบาดเจ็บ, คิดเผื่อว่าถนนอาจลื่นกว่าที่เห็น และคิดเผื่อว่าการหยุดรถต้องใช้ระยะมากขึ้น ฯลฯ
เทคนิคขี่มอเตอร์ไซค์ให้ปลอดภัยช่วงสงกรานต์
- ขับตามความเร็วที่เหมาะสม ระมัดระวังมากขึ้น
- เว้นระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติ
- ใช้เบรกหน้า-หลังอย่างนุ่มนวล
- หลีกเลี่ยงเส้นทางงานสงกรานต์หากไม่จำเป็น
การขี่มอเตอร์ไซค์ช่วงสงกรานต์ไม่ใช่เรื่องผิด และประเพณีสงกรานต์ก็ไม่ใช่ต้นเหตุของอุบัติเหตุทั้งหมด แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อเราไม่ระมัดระวังหรือไม่มีสติขับรถ หากหลีกเลี่ยงได้ การเลี่ยงเส้นทางงานสงกรานต์คือทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะถนนลื่น คนคาดเดายากกว่าปกติ และสถานการณ์เปลี่ยนเร็วในเสี้ยววินาที แต่ถ้าจำเป็นต้องขี่จริง ๆ อย่าลืมว่า “ถึงช้า ดีกว่าไม่ถึง”
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| รณรงค์ | การต่อสู้ โฆษณา หรือชักชวนอย่างต่อเนื่องด้วยกิจกรรมและข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อโน้มน้าวผู้คนให้เปลี่ยนความคิด พฤติกรรม หรือสนับสนุนเป้าหมายบางอย่าง |
| มอก. | มอก. ย่อมาจาก “มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม” เป็นตรารับรองคุณภาพสินค้าที่ออกโดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมของไทย |