แดดร้อนแรง อากาศร้อนจัด จนแทบไม่อยากก้าวออกจากบ้าน กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ต้องเผชิญในทุกวัน อากาศที่ร้อนเกินไปไม่ใช่แค่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ มาดูกันว่าเมืองไทยร้อนแค่ไหน มีคนล้มป่วยและเสียชีวิตจากอากาศร้อนมาก-น้อยเท่าไหร่ รวมถึงวิธีดูแลตัวเอง ทั้งสำหรับคนที่สุขภาพแข็งแรง กลุ่มเสี่ยง รวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วย
สนใจอ่านแค่บางเรื่องก็เลือกได้เลย!
- เมืองไทยร้อนขนาดไหน? ทำไมรู้สึกร้อนกว่าปกติ?
- เปิดสถิติปี 2568 อากาศร้อนจัดทำให้คนไทยเจ็บป่วย-เสียชีวิต
- อากาศร้อนจัด ต้องระวังอะไรบ้าง?
- วิธีป้องกันการขาดน้ำ เพลียแดด และฮีทสโตรก
เมืองไทยร้อนขนาดไหน? ทำไมรู้สึกร้อนกว่าปกติ?
อ้างอิงข้อมูลจาก นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เปิดเผยข้อมูลจากการวิเคราะห์จากกรมอุตุนิยมวิทยา โดยสรุปได้ว่า
คาดการณ์ช่วงอากาศร้อนจัดที่สุด
- คาดว่าจะอยู่ช่วง ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ประมาณวันที่ 8–9 เมษายน 2569
- พื้นที่เสี่ยงอุณหภูมิสูงสุด คือ ภาคเหนือ และ ภาคกลางตอนบน
- อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 41–42 องศาเซลเซียส
ทำไมปีนี้ถึงรู้สึกอากาศร้อนจัดกว่าปกติ?
แม้ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิอาจใกล้เคียงปีก่อน ๆ แต่มีหลายปัจจัยที่ทำให้ความรู้สึกของเรา รู้สึกร้อนและทรมานมากขึ้น ดังนี้
- มีความร้อนสะสมต่อเนื่อง จากแดดแรงและเมฆน้อยตั้งแต่กลางมีนาคม
- ลักษณะของเมืองที่มีตึกและคอนกรีตกักเก็บความร้อน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ
- ในกทม. จะ “ร้อนชื้น” โดยจะรู้สึกเหนียวตัวและอึดอัดมากขึ้น เกิดจากลมใต้และตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามา
(ที่มา: thairath.co.th)
เปิดสถิติปี 2568 อากาศร้อนจัดทำให้คนไทยเจ็บป่วย-เสียชีวิต
จากข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคของกรมควบคุมโรค พบว่า ในปี พ.ศ. 2568 มี
- ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยจากความร้อน 182 คน
- มีผู้เสียชีวิต 21 คน
ส่วนใหญ่เป็น
- เพศชาย วัยทำงานอายุ 15–34 ปี
- คนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น คนงานรับจ้าง ทหาร และแรงงานทั่วไป
- พบผู้ป่วยมากที่สุดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีภาวะเพลียแดด, เป็นลมจากความร้อน, ตะคริวจากความร้อน, และโรคลมร้อน (Heat Stroke) ตามลำดับ
- แม้โรคลมร้อนจะพบไม่มาก แต่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง
ทั้งนี้ พบว่ามีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในช่วงเดือนเมษายน ถึงร้อยละ 57 ซึ่งเป็นเดือนที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดของปี (ที่มา: thaigov.go.th)
อากาศร้อนจัด ต้องระวังอะไรบ้าง?
1. ร่างกายขาดน้ำ (Dehydration)
เกิดจากกการที่ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่มากกว่าที่ได้รับ หรืออธิบายง่าย ๆ ก็คือเกิดจากเหงื่อออกมากในอากาศร้อน แต่ไม่ได้ดื่มน้ำชดเชย ทำให้มีน้ำไม่พอต่อการทำงานปกติร่างกาย
อาการคือ
- กระหายน้ำ ปากแห้ง
- เวียนหัว อ่อนเพลีย ปวดหัว
- ปัสสาวะน้อย สีเหลืองเข้ม
- ยังรู้สึกตัวดี แต่อาจไม่มีแรง
หากตากแดดหรือเจออากาศร้อนแล้วปวดหัวหรือมีอาการข้างต้น วิธีแก้คือต้องเข้าร่มโดยเร็วในห้องแอร์ยิ่งดี และดื่มน้ำบ่อย ๆ ประคบเย็นที่คอและหน้าผาก คลายเสื้อผ้าออก เฝ้าระวังอาการหากผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
2. เพลียแดด (Heat Exhaustion)
อาการเพลียแดด เกิดจากการอยู่ในที่ร้อนหรือแดดจัดนานเกินไป จนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่
อาการที่พบบ่อย ๆ
- เหงื่อออกมากผิดปกติ ตัวเย็นชื้น หน้าซีด
- อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หน้ามืด
- คลื่นไส้ อาเจียน
วิธีรับมือ
- หากมีอาการข้างต้น ควรรีบหยุดกิจกรรมกลางแจ้งทันที โดยให้หลบจากแดดร้อนไปที่ที่ระบายอากาศได้ดี มีแอร์หรือพัดลม ค่อย ๆ ดื่มน้ำเย็นหรือเกลือแร่ หากอาการไม่ดีขึ้นใน 30 นาทีหรือ หมดสติ ชัก อุณภูมิร่างกายสูงจัด ส่งโรงพยาบาลทันที
- หากไม่ดูแลหรือปฐมพยาบาลทันที มีโอกาสพัฒนาเป็นโรคลมแดด หรือ Heat stroke ได้
3. โรคลมแดด / ฮีทสโตรก (Heat Stroke) เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต!
เกิดจากการที่ร่างกายมีอุณหภูมิร่างกายสูง จนไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายได้ตามปกติ ส่วนใหญ่เกิดจากการอยู่กลางแดดร้อนจัดนาน ๆ มีอุณภูมิร่างกายเกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งภาวะฮีทสโตรก อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น ส่งผลกระทบต่อสมอง หัวใจ และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ ภาวะฮีทสโตรกเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาโดยแพทย์ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีมีโอกาสเสียชีวิตได้
สัญญาณอันตรายที่ควรระวัง
- ตัวร้อนจัด ผิวหนังแห้งหรือแดง แต่เหงื่อไม่ออก
- มีอาการมึนงง สับสน พูดไม่รู้เรื่อง ปวดหัว
- หน้ามืด เป็นลม หมดสติ หรือมีอาการชัก
วิธีรับมือ
- รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ร้อนหรือแดดจัด
- คลายเสื้อผ้า และช่วยลดอุณหภูมิร่างกายเบื้องต้น เช่น พัดลม ประคบเย็น ดื่มน้ำ
- รีบพาส่งโรงพยาบาลทันทีหรือติดต่อเบอร์ฉุกเฉิน 1669 เรียกรถพยาบาล เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเจออากาศร้อนจัด
แม้เราจะหลีกเลี่ยงอากาศร้อนได้ยาก แต่เราดูแลตัวเองและคนที่เรารักได้ มาดูวิธีดูแลตัวเองสำหรับคนที่แข็งแรง กลุ่มเสี่ยง รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่บ้านหนึ่งในสมาชิกครอบครัวของเราด้วยเช่นกัน ดังนี้
วิธีดูแลตัวเองในอากาศร้อนจัดสำหรับคนทั่วไป ที่มีสุขภาพแข็งแรง
- ควรจิบน้ำสะอาดเป็นระยะตลอดวัน แม้ยังไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม
- เมื่อต้องออกนอกบ้าน อย่าลืมหมวก แว่นกันแดด ยาดม พัดลมพกพา ทาครีมกันแดด หรือซื้อเสื้อกันยูวีติดไว้สักตัวก็ช่วยลดความแสบร้อนจากแดด
- เลือกสวมเสื้อผ้าสีอ่อน เนื้อผ้าบาง เบา ใส่สบาย และช่วยระบายอากาศได้ดี
- พยายามลดหรือเลี่ยงกิจกรรม หรือออกกำลังกาย กลางแจ้งในช่วงที่แดดจัดหรือร้อนจัด
- เลี่ยงชา กาแฟ แอลกอฮอล์
- หมั่นสังเกตสีปัสสาวะ หากมีสีเหลืองเข้มหรือออกส้ม แสดงว่าร่างกายกำลังขาดน้ำ ควรดื่มน้ำทันที
วิธีดูแลตัวเองในอากาศร้อนจัดสำหรับกลุ่มเสี่ยง
ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยง?
ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คนที่น้ำหนักเกิน หญิงตั้งครรภ์ คนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง มีวิธีป้องกันเพิ่มเติมจากคนทั่วไป คือ
- คนทำงานกลางแจ้ง: พยายามเลี่ยงการทำงานช่วง 11.00-14.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แดดร้อนที่สุด ดื่มน้ำบ่อย ๆ โดยไม่ต้องรอกระหาย นอนหลับอย่างเพียงพอ ใส่เสื้อผ้าที่คลุมตัวแต่ระบายอากาศได้ดี หาเวลาหลบแดดเรื่อย ๆ และที่สำคัญคือต้องสังเกตตัวเองและเพื่อนร่วมงานบ่อย ๆ
- คนท้อง ตั้งครรภ์ แม่ให้นมลูก: ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อบอ้าวและอากาศร้อนจัด
- เด็ก: อย่าปล่อยให้อยู่ในที่ร้อนจัดลำพัง เช่น ในรถยนต์ที่จอดตากแดด และมีคนเฝ้าดูเมื่อเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง

วิธีดูแลสำหรับน้องหมา น้องแมว เมื่ออากาศร้อนจัด
สัตว์เลี้ยงที่บ้านอย่างน้องหมาน้องแมวก็มีความเสี่ยงต่อโรคฮีทสโตรกเช่นเดียวกับคน ท่ามกลางอากาศร้อนจัดของเมืองไทย อย่าลืมดูแลอีกหนึ่งชีวิตในครอบครัว โดยมีวิธีป้องกันฮีทสโตรกสำหรับหมาแมว ดังนี้
- ควรมีน้ำวางให้น้องดื่มตลอดเวลา และเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ สามารถให้น้ำเย็นได้
- จัดพื้นที่พักผ่อนให้อยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทดี หลีกเลี่ยงแดดจัด และไม่อบร้อน
- หลีกเลี่ยงพาน้องออกไปกลางแจ้ง ในช่วงกลางวันหรือบ่ายที่อากาศร้อนจัด แดดแรง
- อย่าทิ้งหมาแมวไว้ในรถยนต์เด็ดขาด โดยเฉพาะหากจอดกลางแจ้ง เพราะอุณหภูมิอาจสูงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
- หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรเลือกช่วงเช้าหรือเย็น และหลีกเลี่ยงพื้นถนนที่ร้อนจัด ซึ่งอาจทำให้อุ้งเท้าน้องไหม้
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น หายใจเร็ว ลิ้นห้อย น้ำลายไหลมาก อ่อนแรง หรือซึมผิดปกติ
- หากสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการฮีทสโตรก ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
อากาศร้อนจัด ส่งผลเสียต่อตัวเรามากกว่าที่คิด การดูแลตัวเอง พักผ่อนเพียงพอ และเตรียมอุปกรณ์บางอย่างติดไว้ เช่น ยาดม พัดลมพกพา ร่ม ก็ช่วยให้เราลดอาการร้อนในร่างกายได้ส่วนหนึ่ง หรือการทำประกันสุขภาพติดไว้ก็ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินด้วยเช่นกัน ที่สำคัญคือการใส่ใจสัญญาณเตือนจากร่างกาย หากรู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืด หรือไม่สบาย ควรหยุดพักทันที ก่อนที่อาการจะหนักจนพัฒนาไปเป็นโรคลมแดดเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิต
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| หมดสติ | คือภาวะที่บุคคล สูญเสียการรับรู้ตัวและการตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวชั่วคราวหรือเป็นเวลานาน ไม่สามารถควบคุมร่างกาย พูดคุย หรือรับรู้สิ่งกระตุ้นได้ตามปกติ โดยมักเกิดจากการที่สมองได้รับเลือดหรือออกซิเจนไม่เพียงพอ |
| กลุ่มเสี่ยง | กลุ่มบุคคลที่มีโอกาสเกิดปัญหาด้านสุขภาพหรือเจ็บป่วย มากกว่าคนทั่วไป เมื่อเผชิญปัจจัยบางอย่าง เช่น อากาศร้อนจัด เนื่องจากร่างกายมีข้อจำกัดในการปรับตัวหรือมีโรคประจำตัว |