เมื่อฤดูหนาวมาเยือนประเทศไทย อากาศเย็น ๆ ที่ใครอาจเหงาอยู่ภายในไม่พอ ยังเป็นช่วงที่ต้องระวังสุขภาพให้มากขึ้นด้วย การดูแลสุขภาพหน้าหนาว เสี่ยงพังได้ทั้งกายใจ ไม่ว่าจะเรื่องปัญหาผิวแห้งหรือภูมิคุ้มกันที่ลดลง โรคหน้าหนาวและโรคที่มากับหน้าหนาว แม้จะเจอทุกปีแต่จะกี่ปีก็ไม่ยักคุ้นเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง รู้ใจจึงรวบรวมเคล็ดไม่ลับ วิธีดูแลสุขภาพช่วงหน้าหนาว และเรื่องที่ควรรู้มาให้ทำความเข้าใจ ถ้าพร้อมแล้วตามไปเจาะลึกพร้อม ๆ กันเลย
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
- ดูแลสุขภาพในหน้าหนาวยังไง?
- โรคที่ควรระวังในฤดูหนาว มีอะไรบ้าง?
- กลุ่มวัยทำงาน ออกกำลังกายยังไง ให้เหมาะกับหน้าหนาว?
ดูแลสุขภาพในหน้าหนาวยังไง?
อากาศที่เย็นลงอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพได้ง่าย หากไม่มีการเตรียมพร้อมหรือเรียนรู้วิธีดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม อาจทำให้พบปัญหาเกี่ยวกับโรคหน้าหนาวหรือแม้กระทั่งปัญหาสุขภาพจิตรุมเร้าไม่รู้ตัว เช่น ความเครียดและความเศร้า ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่วงนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ กายดี จิตดีรับหนาวนี้ ไปดูวิธีการดูแลตัวเองกัน
1. รักษาความอบอุ่นของร่างกาย
- สวมเสื้อผ้าที่ช่วยเก็บความอบอุ่น เช่น เสื้อแจ็คเก็ตหรือเสื้อไหมพรม
- ดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ เช่น ชา กาแฟ หรือซุป เพื่อเพิ่มความอบอุ่นจากภายใน
- ใช้ผ้าพันคอ หมวก และถุงมือ เพื่อปกป้องส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจากความเย็น
2. ป้องกันการเจ็บป่วยครบด้าน
- ล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรค
- รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม หรือผักใบเขียว
- พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ
3. “กินดี” มีคุณภาพ
- รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว เพื่อเพิ่มพลังงาน
- ทานขิงหรือเครื่องเทศร้อน ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่น
- เลือกอาหารที่มีไขมันดี เช่น อะโวคาโด ปลาแซลมอน และน้ำมันมะกอก

4. อย่าลืมดูแลสุขภาพผิว
- ใช้ครีมบำรุงผิวที่มีมอยช์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นจากภายใน
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัด เพราะอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
โรคที่ควรระวังในฤดูหนาว มีอะไรบ้าง?
เนื่องจากฤดูหนาวเป็นช่วงที่อากาศเย็นลงมาก ๆ อาจทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย นอกจากนี้สภาพอากาศที่เย็นยังเอื้อต่อการแพร่กระจายของไวรัสมากที่สุด จึงจำเป็นต้องเตรียมตัวรับมือ และดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคเหล่านี้
1. ไข้หวัด
เรียกได้ว่าเป็น ‘โรคพื้นฐาน’ ที่เป็นได้แทบทุกฤดูกาล แต่ฤดูหนาวจะเป็นง่ายกว่าปกติ 2 เท่า เพราะไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ โดยจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไกล ไอจาม และคันคอ
วิธีป้องกันโรคไข้หวัด
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
- หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
2. ไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่มีอาการคล้ายกับโรคไข้หวัดธรรมดาแต่รุนแรงกว่า และถ้าหากปล่อยไว้จนมี ‘อาการแทรกซ้อน’ อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ในระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการหนาวสั่น ไข้ขึ้นสูง เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และศีรษะอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
วิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
- ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
- ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว ช้อนส้อม
ใครควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่?
สามารถฉีดได้ทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มคน ดังนี้
- ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
- ผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคหัวใจ และระบบไหลเวียนเลือด
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคไต โรคเบาหวาน
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
- เด็กอายุ 6 เดือน – 8 ปี ที่รับประทานยาแอสไพรินเป็นประจำ เนื่องจากถ้าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่อาจเกิดตับอักเสบ และสมองอักเสบได้
- ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 และ 3
- ผู้ที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือชุมชน เช่น แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ทำงานในสถานดูแลผู้ป่วยสูงอายุ เป็นต้น
โดยการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ โรคที่มากับหน้าหนาว ควรฉีดก่อนถึงช่วงที่จะมีการระบาดของโรค เนื่องจากเมื่อฉีดไปแล้ว 2 สัปดาห์ ร่างกายจะเกิดภูมิคุ้มกันโรค และภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นอยู่ได้ 1 ปี จึงควรฉีดปีละครั้ง
3. ปอดบวม
เป็นภาวะปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้มีหนองและสารปนเปื้อนภายในถุงลม มักจะมีอาการไอ จาม มีเสมหะ แน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก คัดจมูก หนาวสั่น ซึ่งมักพบหลังจากการเป็นไข้หวัดเรื้อรัง และในผู้ป่วยโรคหอบหืด
วิธีป้องกันโรคปอดบวม
- ดูแลความอบอุ่นให้ร่างกายอยู่เสมอ
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด รวมถึงสถานที่ที่มีควันบุหรี่ หรือควันไฟ
4. ผิวแห้ง แสบ ลอก
เมื่อความชื้นในอากาศลดลง ความชื้นที่ผิวหนังจะลดลงตามไปด้วย ทำให้ผิวแห้ง ลอก และคัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีภาวะแห้งหรือต่อมไขมันทำงานลดลง และกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากปล่อยไว้นานอาจทำให้กำเริบจนผิวหนังอักเสบได้
วิธีป้องกันโรคผิวหนังแห้ง
- อาบน้ำหน้าหนาวด้วยสบู่อ่อน ๆ ไม่ขัดผิว และไม่อาบน้ำนานเกินไป หรือแช่น้ำอุ่นนาน ๆ
- หลังจากอาบน้ำเสร็จควรทาโลชั่นบำรุงผิวในขณะที่ผิวยังหมาด
- ทาลิปมันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นที่ริมฝีปากด้วย

5. อุจจาระร่วงในเด็กเล็ก
เกิดจากการ ‘ติดเชื้อไวรัสโรต้า’ ส่วนใหญ่พบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และกลุ่มที่พบบ่อยคือเด็กอายุ 6-12 เดือน เพราะวัยนี้ยังมีภูมิต้านทานต่ำ และมักมีพฤติกรรมหยิบสิ่งของเข้าปาก อาการคือมีไข้ ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง และอาเจียนอย่างหนัก หรืออาจเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงจนถึงขั้นช็อกหรือเสียชีวิตได้
วิธีป้องกันโรคอุจจาระร่วงในเด็กเล็ก
- เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะสะอาด ปลอดภัย และทำให้เด็กมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรค
- ให้เด็กเล็กรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ ๆ และดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำ
- ผู้ที่ดูแลเด็กเล็กต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร
กลุ่มวัยทำงาน ออกกำลังกายยังไง ให้เหมาะกับหน้าหนาว?
เจาะลึกสักหน่อยกับกลุ่มวัยทำงาน ช่วงอายุตั้งแต่ 25-59 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และมีภาระที่ต้องดูแลครอบครัว การไม่เจ็บป่วยและดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ หนึ่งในการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดคือ การออกกำลังกาย ที่ช่วงวัยทำงานนี้จะยิ่งช่วยได้มากให้ร่างกายไกลโรค สร้างภูมิคุ้มกันได้ดียิ่งกว่ายาบำรุงหลากแขนงเสียอีก หนาวนี้ต้องปรับการออกกำลังกายยังไงกันบ้าง ตามไปดูเลย
1. วอร์มอัพให้ถึง
วอร์มอัพจึงต้องทำให้นานเป็นพิเศษ คืออย่างน้อย 10-15 นาที โดยเริ่มจากการยืดเหยียดเบา ๆ ตามด้วยการเคลื่อนไหวแบบแอโรบิกเบื้องต้น เช่น การเดินเร็วอยู่กับที่ หรือการวิ่งเหยาะ ๆ เพื่อค่อย ๆ เพิ่มอุณหภูมิร่างกาย
2. เลือกเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสม
ควรเลือกช่วงเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงช่วงเช้ามืดที่อากาศเย็นจัด และหากอากาศภายนอกเย็นหรือมีลมแรงมาก ควรเปลี่ยนไปออกกำลังกายในที่ร่มหรือในบ้านทดแทน เช่น การฝึกโยคะ หรือคาร์ดิโอแบบ Home Workout ไม่เช่นนั้นแทนที่จะได้สุขภาพดี จะกลายเป็นการทำตัวเองไปเสี่ยงป่วยเสียมากกว่า
3. ระวังอาการขาดน้ำ
อากาศเย็น อากาศดีจะทำให้คุณไม่รู้สึกกระหายน้ำเท่าฤดูร้อน แต่ยังไงร่างกายยังคงสูญเสียน้ำผ่านทางการหายใจ ควรจิบน้ำอุ่นหรือน้ำในอุณหภูมิห้องบ่อย ๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
ดูแลตัวเองดีให้พร้อมรับมือกับหน้าหนาว ครบรอบด้านทั้งการกิน การใช้ชีวิต มั่นใจได้ว่าโรคที่มากับหน้าหนาวจะไม่มาเยือน แต่ที่วางใจไม่ได้ 100% คืออุบัติเหตุ เพราะชีวิตที่ว่าชัวร์แค่ไหนก็เสี่ยงได้กับภัยนี้ทุกคน มีประกันอุบัติเหตุติดไว้ย่อมดีกว่า จะร้อนหรือหนาวแค่ไหนก็อุ่นใจได้ทุกฤดู
ยิ่งหนาวยิ่งเสี่ยงโรคที่มากับหน้าหนาว แค่ไอ แค่จาม หรือแค่สัมผัสกันก็ติดได้ง่าย ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด ฯลฯ ควรดูแลสุขภาพหน้าหนาวเป็นพิเศษ ทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ รวมถึงออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อให้ร่างกายสดใส แข็งแรง ต้านทานโรคร้าย และโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| เชื้อไวรัสโรต้า | เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วง อาเจียน และปวดท้องในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี |
| อาการแทรกซ้อน | ภาวะปัญหาหรืออาการที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมจากโรคหรือการบาดเจ็บที่มีอยู่เดิม |