ในแต่ละช่วงชีวิต คำถามที่อาจจะเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ตามวัยคือ “อายุเท่าไหร่ ควรเริ่มวางแผนประกัน?” และ “ประกันแบบไหนดี ถึงจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย?” เพราะความเสี่ยงของชีวิตไม่เคยเท่ากันในแต่ละช่วงอายุ ตั้งแต่วัยเรียนที่ยังไม่มีรายได้ แข็งแรงพร้อมลุย วัยทำงานที่มีภาระเพิ่มขึ้น เริ่มมีความเสี่ยงจากโรคไม่คาดคิดที่แอบแฝง กระทั่งวัยเกษียณที่เงินออมอาจเป็นที่พึ่งพาสุดท้าย วันนี้รู้ใจเลยจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยกัน ว่าควรทําประกันสุขภาพในช่วงอายุไหนดีที่สุด บอกครบตามช่วงวัย วางแผนไว้ยังไงก็ดีกว่าไม่มีแผนเลย
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
- อายุเท่าไหร่ควรเริ่มวางแผนประกัน? เริ่มเร็ว ดีกว่าคิดช้า
- วัยเรียน (15–22 ปี)
- วัยทำงานตอนต้น (23-30 ปี)
- วัยสร้างครอบครัว (30-45 ปี)
- วัยก่อนเกษียณ (45-60 ปี)
- วัยเกษียณ (60 ปีขึ้นไป)
อายุเท่าไหร่ควรเริ่มวางแผนประกัน? เริ่มเร็ว ดีกว่าคิดช้า
หนึ่งในความเข้าใจผิดในบ้านเราเกี่ยวกับเรื่องประกันที่น่าเสียดายคือ การมองว่าประกันคือเรื่องของคนมีครอบครัวหรือคนใกล้เกษียณ ทั้งที่จริง ๆ “ยิ่งเริ่มเร็ว เบี้ยยิ่งถูก” และเงื่อนไขสุขภาพยิ่งผ่านง่าย เนื่องจากอายุน้อยยังไม่มีโรคร้ายแรงที่เสี่ยงต่อชีวิต หรือยังไม่มีปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อเบี้ยประกัน โดยเหตุผลที่ควรเริ่มตั้งแต่วัยหนุ่มสาว คือเบี้ยประกันต่ำกว่าเมื่ออายุมากขึ้น และยัง
- สุขภาพแข็งแรง ผ่านการพิจารณาง่าย
- ได้รับความคุ้มครองระยะยาว
- ลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ฉุกเฉิน
- ป้องกันปัญหาเรื่องโรคเรื้อรังในอนาคต
การเริ่มต้นเร็วช่วยลดความกังวลระยะยาว และทำให้คุณมีอิสระทางการเงินมากขึ้นในทุกช่วงชีวิต
วัยเรียน (15–22 ปี) ยังไม่มีรายได้ ทำประกันแบบไหนดี?
แม้จะเป็นช่วงวัยเรียน ที่ยังไม่ได้มีรายได้เป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ควรมีความคุ้มครอง โดยเฉพาะในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นทุกปี ดังนั้นในวัยนี้ก็ควรทําประกันสุขภาพเอาไว้เช่นกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้นั่นเอง
- ทําประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย
- ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
วัยนี้ยังไม่มีภาระหนี้สิน แต่มีความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุ จากกีฬา หรือกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองมีประกันติดไว้ จะช่วยลดภาระค่ารักษาเมื่อลูกเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ

วัยทำงานตอนต้น (23-28 ปี) เริ่มมีรายได้ ประกันแบบไหนดีถึงจะคุ้ม?
เมื่อเข้าสู่วัยทำงานช่วงแรก เริ่มมีรายได้เข้ามา แต่รายได้ไม่สูงมากนัก และยังมีแรงกายแรงใจทำมาหากินเต็มที่ ความเสี่ยงหลัก ๆ คือ อุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง การเดินทางท่องเที่ยวต่าง ๆ การเจ็บป่วยจากการทำงาน และวัยนี้จะเริ่มต้นวางแผนสำหรับอนาคตอีกด้วย
วิธีเลือกประกัน สำหรับวัยเริ่มทำงาน
- เรื่องสุขภาพมาก่อน
- กันความเสี่ยงที่จะมากระทบรายได้
- เลือกประกันที่จ่ายเบี้ยไหวได้ต่อเนื่อง ไม่เครียด
- ไม่จำเป็นต้องมีครบ แต่ต้องเลือกที่เหมาะสมกับตัวเอง
วัยเริ่มทำงาน เลือกประกันแบบไหนดี?
- ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล – คนวัยทำงานต้องเดินทางเพื่อไปทำงาน ทำให้เสี่ยงอุบัติเหตุได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ไม่มีรถ เพราะถนนในประเทศไทยก็ไม่ได้เฟลนลี่สำหรับคนเดินเท้า แต่ก็เลี่ยงการเดินได้ยาก เพราะขนส่งสาธารณะไม่ได้สะดวกในซอยหรือยังมีจุดที่ยังเชื่อมโยงได้ไม่ถึงกัน
- ประกันรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถมอเตอร์ไซค์ – ควรมีติดไว้สักฉบับ โดยเฉพาะคนที่เดินทางด้วยรถหรือมอเตอร์ไซค์ส่วนตัว เพราะรถเป็นทรัพย์สินมูลค่าสูง และเราเองก็อาจยังมีเงินสดไม่มากพอที่จะจ่ายค่าซ่อมรถด้วยตนเองได้โดยไม่เดือดร้อน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ดังนั้น การจ่ายเบี้ยประกันอาจคุ้มกว่าการต้องมาจ่ายค่าซ่อมในอุบัติเหตุใหญ่ครั้งหนึ่ง
- ประกันสุขภาพ – การเจ็บป่วยจากการทำงานเป็นเรื่องที่เลี่ยงยากกว่าที่คิด เชื่อว่าวัยทำงานจะเข้าใจอย่างดี ทั้งออฟฟิศซินโดรม ป่วยเมื่อยล้าเรื้อรัง ไมเกรน ตาพร่าตามัวจากการจ้องคอม กรดไหลย้อน เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ ทำประกันสุขภาพติดไว้ดีกว่า ป้องกันความเสี่ยงทางการเงินจากโรคใกล้ตัว
- ประกันชดเชยรายได้ – อย่าลืมเด็ดขาด โดยเฉพาะสายฟรีแลนซ์ที่ไม่มีเงินเดือน ซึ่งการชดเชยรายได้จะสามารถซื้อเสริมจากประกันอุบัติเหตุหรือสุขภาพ ใช้เมื่อเราต้องนอน รพ. ก็จะได้เงินชดเชยรายวัน ประมาณ 300-1,000 บาท/วัน ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์
หากเป้าหมายองเราคือ “เจ็บป่วยไม่เดือดร้อนใคร” ประกันข้างต้นเพียงพอสำหรับวัยทำงานช่วงต้น แต่หากอยาก “วางแผนชีวิตระยะยาว” เริ่มทำประกันชีวิตตลอดชีพหรือประกันบำนาญระยะสั้นไว้บ้าง ก็เป็นแผนระยะยาวที่ดีเช่นกัน เพราะตอนนี้เรายังมีพลังและกำลังในการทำงานเพื่อหาเงินเพิ่มได้อีก

วัยสร้างครอบครัว (29-45 ปี) ภาระเพิ่ม ต้องวางแผนให้รัดกุม
ช่วงนี้คือวัยที่ความรับผิดชอบพุ่งสูงสุด ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เลี้ยงลูก และดูแลพ่อแม่ แต่ข้อดีคือ รายได้เริ่มมั่นคง และยังมีกำลังที่จะหารายได้เพิ่ม ถามว่า “ประกันแบบไหนดี” จึงต้องคิดรอบด้านมากขึ้น
วิธีเลือกประกัน สำหรับวัยสร้างครอบครัว
- สุขภาพต้องครอบคลุมขึ้น เพราะค่ารักษาแพงกว่าที่คิด
- หากป่วยต้องไม่กระทบเงินภาระที่มี หรือกระทบน้อยที่สุด
- ต้องปกป้อง “รายได้” เพราะมีคนและภาระที่ต้องพึ่งพาเรา
- เริ่มมองเรื่องการเงิน/ภาษี
- ไม่จำเป็นต้องรีบลงทุนยาว ถ้าเบี้ยทำให้ชีวิตตึงเกินไป
- ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกประกัน ซื้อเท่าที่ไหว และตอบโจทย์ตัวเราเอง
วัยสร้างครอบครัว เลือกประกันแบบไหนดี?
ย้ำอีกครั้งว่า เราไม่จำเป็นต้องทำประกันทั้งหมดทุกประเภท เลือกให้เหมาะและตอบโจทย์ตัวเรา ที่สำคัญคือ ต้องไม่เดือดร้อนตัวเองจนเกินไป เพราะจะทำไม่ได้ระยะยาว โดยประกันสำหรับวัยสร้างครอบครัว มีดังนี้
- ประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ – เพราะเป็นวัยที่จะมีมักเริ่มมีปัญหาสุขภาพ และยังมีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ รวมถึงเจ็บป่วยแล้วต้องกระทบเงินเก็บและภาระที่บ้านน้อยที่สุด หากมีงบจำกัดหรือไม่จำเป็นต้องซื้อเพื่อลดหย่อนภาษี การซื้อประกันมาเสริมจากความคุ้มครองที่มีอยู่ เช่น ประกันกลุ่ม ประกันสังคม บัตรทอง ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน
- ประกันรถ ประกันมอเตอร์ไซค์ ประกันบ้าน – เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินมูลค่าสูง อย่างบ้าน รถ มอเตอร์ไซค์ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
- ประกันการเดินทาง – เมื่อรายได้เริ่มมั่นคง การออกไปเที่ยวทั้งในและต่างประเทศก็เป็นเรื่องธรรมดา ก่อนออกไปเที่ยวอย่าลืมมีความคุ้มครองสักนิด ข้อดีคือประกันท่องเที่ยวต่อทริปเบี้ยจะไม่แพงมาก เมื่อเทียบกับความคุ้มครอง
- ประกันโรคร้ายแรง ประกันมะเร็ง – เพราะโรงร้ายแรงและมะเร็ง เกิดขึ้นในคนอายุน้อยลงมากขึ้น ทำประกันแบบเจอจ่ายจบ รับเงินก้อน เราจะสามารถนำเงินก้อนไปบริหารเองได้ ทั้งค่ารักษา ค่าบ้าน หรือค่ารถ
- ประกันเพื่อวางแผนการเงิน / ภาษี – โดยเลือกเฉพาะที่จำเป็น สำคัญคือต้องไม่ให้ประกันมาเป็นภาระเพิ่ม ไม่ต้องรีบ และไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยเบี้ยสูง เลือกแบบที่ราคาโอเค ให้เรายังเหลือเงินใช้ชีวิต
- ประกันของลูก หรือพ่อแม่ – เพราะวัยเด็กและผู้สูงอายุ เป็นวัยที่เปราะบาง ป่วยง่าย และผลกระทบรุนแรง เช่น แค่ล้มก็อาจบาดเจ็บหนักได้ ซึ่งทำให้ค่ารักษาพยาบาลสูงตามไปด้วย
อายุเท่าไหร่ ควรเริ่มทําประกันชีวิตให้พ่อแม่?
ไม่แปลกที่ส่วนใหญ่ชุดความคิดเรื่องทําประกันชีวิตให้พ่อแม่ ตอนเราอายุสัก 30+ จะผุดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ในเมื่อเริ่มมีรายได้มั่นคงมากขึ้น และยิ่งพ่อแม่อายุมากเบี้ยยิ่งสูง ดังนั้นการวางแผนล่วงหน้าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นกว่าเดิม
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนทำประกันสุขภาพผู้ใหญ่
- อายุและสุขภาพของพ่อแม่
- ประวัติโรคประจำตัว
- วงเงินคุ้มครองที่ต้องการ
- ความสามารถในการจ่ายเบี้ยระยะยาว
หากพ่อแม่เข้าสู่วัย 50-60 ปี ควรเน้นประกันสุขภาพผู้ใหญ่ที่ครอบคลุมโรคร้ายแรง เพราะความเสี่ยงเพิ่มขึ้นชัดเจน
วัยก่อนเกษียณ (45-60 ปี) ปรับแผนใหม่ให้มั่นคง
เข้าสู่ช่วงที่เริ่มคิดเรื่องเกษียณจริงจัง รายได้สูงสุด แต่สุขภาพเริ่มถดถอย หากถามว่า “ประกันแบบไหนดี” คำตอบคือประกันที่เน้นความคุ้มครองค่ารักษาและความมั่นคงระยะยาว เพื่อไม่ต้องเครียดในช่วงบั้นปลายชีวิต
วิธีเลือกประกัน สำหรับวัยวัยก่อนเกษียณ
- เน้นประกันที่คุ้มครองยาวจนถึงหลังเกษียณ
- วงเงินค่ารักษาครอบคุลม
- ความคุ้มครองโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ไขมัน ความดัน
- เริ่มมองเรื่องการเงิน/ภาษี
- คุ้มครองโรคร้ายแรง
- ไม่ควรจ่ายเบี้ยหนักหลังเกษียณ
ประกันสำหรับวัยก่อนเกษียณ
เชื่อว่าหลายคนในวัยก่อนเกษียณ คงทำประกันกันไว้แล้ว ไม่มากก็น้อย ดังนั้นจึงจะเน้นทบทวนว่าความคุ้มครองที่มีอยู่ ตอบโจทย์หรือเปล่า ดังนี้
1. ประกันสุขภาพ ต้องครอบคลุมค่ารักษาจริง
- วงเงินต้องพอสำหรับค่ารักษาปัจจุบัน
- อย่าลืมเช็คเรื่องโรคเรื้อรัง และข้อยกเว้นให้ชัด
- เลือกแบบที่ยังจ่ายไหวต่อเนื่องจนหลังเกษียณ
2. ทบทวนประกันชีวิต
- ลดความคุ้มครองที่ไม่จำเป็นออก
- เน้นไม่ให้คนข้างหลังเดือดร้อน และไม่เป็นภาระใคร
3. ประกันโรคร้ายแรง ประกันมะเร็ง
- สำหรับคนที่ยังไม่มี มีติดไว้เพื่อกันเงินก้อน ไม่ให้เงินเก็บหายไปกับค่ารักษา โดยประกันทั้งสองประเภทนี้ ยิ่งเริ่มทำเร็วเท่าไหร่ เบี้ยยิ่งไม่แพงเท่านั้น
4. วางแผนเงินหลังเกษียณ
- โดยมองระยะยาว ว่าเกษียณไปจะมีเงินเก็บเท่าไหร่ เงินที่จะเพิ่มมาต่อเดือนเท่าไหร่
- มองหา ประกันเงินบำนาญ แบบจ่ายเบี้ยระยะสั้น เพราะวัยนี้ยังมีรายได้ที่เพียงพอที่จะจ่ายเบี้ยประกัน และเลือกระยะสั้นเพราะไม่อยากให้กระทบเงินเก็บหลังเกษียณ
วัยเกษียณ (60 ปีขึ้นไป) ประกันยังจำเป็นไหม?
เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ การมีประกันติดไว้ช่วยได้มาก ๆ เพราะเป็นกลุ่มที่จะใช้ค่ารักษาพยาบาลสูงที่สุด ยิ่งอีกด้านรายได้ประจำที่อาจไม่มีแล้ว จะเอาเงินมาจ่ายต่อรอบที่เข้าโรงพยาบาลยิ่งลำบาก การทำประกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวัยนี้มากที่สุด วางแผนเรื่องประกันไว้ยังไงก็สบายใจยามเกษียณมากกว่า
ประกันสำหรับวัยก่อนเกษียณ
- ประกันสุขภาพ ผู้สูงอายุ
- ประกันอุบัติเหตุ
- ประกันโรคร้ายแรง
- แผนดูแลระยะยาว (Long-term care)
แม้เบี้ยจะสูงกว่าในวัยหนุ่มสาว แต่ยังคุ้มค่าหากสุขภาพและอายุยังผ่านเกณฑ์ เพราะค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลเอกชนในปัจจุบันสามารถสูงถึงหลักหมื่นหรือแสนต่อครั้ง
คำถามว่า “อายุเท่าไหร่ควรทำประกัน” ไม่มีคำตอบเดียวตายตัว แต่หลักสำคัญคือยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้เปรียบ และการเลือกว่าประกันแบบไหนดีต้องพิจารณาตามช่วงชีวิตและความเหมาะสมของแต่ละคน หากคุณวางแผนอย่างเหมาะสมตั้งแต่วันนี้ คุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงวัย
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รวมถึงประกันภัยออนไลน์ต่าง ๆ จากรู้ใจได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือคลิกที่นี่เพื่อเพิ่มเราเป็นเพื่อนใน LINE ได้เลย (Official Line ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| วัยเกษียณ | ช่วงเวลาที่บุคคลสิ้นสุดระยะเวลาการทำงานประจำตามอายุที่กำหนด (โดยทั่วไปคือ 60 ปี) |
| ถดถอย | ท้อถอย, ท้อใจ, ลดน้อยลง, เช่น กำลังถดถอย |
| โรคประจำตัว | ภาวะความเจ็บป่วย ความผิดปกติทางร่างกาย หรือโรคเรื้อรังที่บุคคลเป็นอยู่ก่อนแล้ว ทั้งที่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษามาก่อน |