เมื่อความเร็วของอินเทอร์เน็ตหมุนนำโลก นิยามของการทำงานกว้างใหญ่กว่าแค่ในออฟฟิศ การก้าวเข้ามาของไลฟ์สไตล์แบบ Digital Nomad ได้เปลี่ยนโฉมหน้าการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะคุณสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ สิ่งที่ตามมาพร้อมกับความอิสระคือ ความรับผิดชอบในงานรวมถึงการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ และอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง
การเลือกซื้อประกันเดินทาง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำตามกฎระเบียบการขอวีซ่า แต่เป็นโครงข่ายรองรับความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับคนใช้ชีวิตบนเส้นทางนี้ คำถามที่มักตามมา คือ ระหว่างประกันเดินทางรายเที่ยว และประกันเดินทางรายปี แบบไหนที่คุ้มค่า และครอบคลุมความต้องการของชาวโนแมดได้ดีกว่ากัน? เราจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยกันเลย!
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
Digital Nomad อาชีพอะไร และทำงานอะไรบ้าง?
Digital Nomad คือ คนที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำงาน และสามารถเดินทางหรือใช้ชีวิตอยู่ที่ใดก็ได้ โดยไม่ต้องผูกติดกับออฟฟิศหรือสถานที่ทำงานประจำ
หากถามว่า Digital Nomad มีงานอะไรบ้าง? ส่วนใหญ่มักจะเป็นสายงานที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล และไม่ต้องเข้าออฟฟิศ อย่างเช่น
- งานฟรีแลนซ์ในสายงานต่าง ๆ เช่น นักเขียนคอนเทนต์, กราฟิกดีไซเนอร์ หรือนักการตลาดออนไลน์ (Digital Marketing)
- นักพัฒนาซอฟต์แวร์และโปรแกรมเมอร์ (Software Developers)
- Online Teacher หรือ Tutor ที่สอนออนไลน์
- YouTuber, Blogger หรือ Influencer ที่ต้องเดินทางเพื่อสร้างคอนเทนต์
ด้วยลักษณะงานที่ยืดหยุ่น ทำให้การใช้ชีวิต สามารถผสมผสานระหว่างการทำงาน และการเดินทางท่องเที่ยวได้ หลายคนอาจมีแพลนการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อหาประสบการณ์ ทำงาน ถ่ายคอนเทนต์ หรือ พักผ่อน มาดูว่าประกันเดินทางแบบไหนที่ช่วยคุ้มครองเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างทริป และเหมาะกับชาว Digital Nomad แบบเรากัน
ชาว Digital Nomad มีมากน้อยแค่ไหน และเป็นใครบ้าง?
รู้หรือไม่? ปัจจุบันทั่วโลก มีจำนวน Digital Nomad เกินกว่า 40 ล้านคนแล้ว และมีการคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงเกิน 60 ล้านคนภายในปี 2030 แล้วพวกเขาเป็นใคร มาดูสถิติทั่วโลกกัน
- อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 37 ปี (ไม่ใช่เด็กจบใหม่ แต่เป็นกลุ่มคนวัยทำงาน)
- มีกลุ่ม Gen Z ประมาณ 26% และกลุ่ม Gen Y อีก 38% คิดเป็น 64% ของทั้งหมด
- กว่า 90% จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยขึ้นไป
- ส่วนใหญ่เป็นฟรีแลนซ์ (35%) รองลงมาคือพนักงานประจำ (32%) และเจ้าของธุรกิจ (14%)
- นักเดินทางดิจิทัลส่วนใหญ่มีความสุขกับงานของตน โดย 79% พอใจมาก 12% พอใจ และมีเพียง 4% ที่ไม่พอใจ
ขอบคุณข้อมูล passport-photo.online
ประกันแบบไหนตอบโจทย์ Digital Nomad?
สำหรับชาวดิจิตอลโนเมด ที่เดินทางไปต่างประเทศ หรือเดินทางในประเทศบ่อย ๆ มาดูกันว่ามีประกันเดินทางแบบไหนที่ตอบโจทย์บ้าง
1. ประกันเดินทางรายเที่ยว
หากคุณเป็น Digital Nomad ที่ปกติปักหลักอยู่ที่ใดที่หนึ่งนาน ๆ และมีการเดินทางไปต่างประเทศเพียงปีละ 1-2 ครั้ง การซื้อประกันเดินทางรายเที่ยวจะประหยัดและคุ้มค่ามากกว่า โดยข้อดีคือ
- คุ้มครองตลอดระยะเวลาของการเดินทางในครั้งนั้น
- ช่วยป้องกันความเสี่ยงระหว่างทริป เช่น ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยฉุกเฉิน การสูญหายของสัมภาระ ความล่าช้าของเที่ยวบิน
- จ่ายเบี้ยประกันเฉพาะช่วงเวลาที่เดินทางจริง โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายของความคุ้มครองตลอดทั้งปีที่อาจไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
ประกันเดินทางรายเที่ยว ไม่เหมาะกับใคร?
- คนที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อย มากกว่า 3-4 ครั้งต่อปี ค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงกว่าประกันรายปี
- คนที่ไม่อยากซื้อประกันเดินทางใหม่ทุกครั้งที่ออกทริป

2. ประกันเดินทางรายปี
ประกันเดินทางรายปี คือ ประกันที่จ่ายเบี้ยครั้งเดียวแต่คุ้มครองการเดินทางทุกครั้งภายใน 1 ปี หากคุณมีการเดินทางมากกว่า 3-4 ครั้งต่อปี เบี้ยประกันเฉลี่ยต่อทริปจะถูกลงอย่างเห็นได้ชัด โดยประกันเดินทางรายปี โดยข้อดีคือ
- คุ้มครองการเดินทาง ไม่จำกัดจำนวนครั้งใน 1 ปี แต่การเดินทางแต่ละครั้ง ต้องไม่เกินจำนวนวันที่กำหนด (เช่น ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง)
- ป้องกันความเสี่ยงระหว่างทริป เช่น ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยฉุกเฉิน การสูญหายของสัมภาระ ความล่าช้าของเที่ยวบิน
- ไม่ต้องกลัวลืมซื้อประกันก่อนขึ้นเครื่อง สมัครเพียงครั้งเดียว คุ้มครองตลอดทั้งปี
- เหมาะมากสำหรับคนที่มีงานฟรีแลนซ์ ที่ต้องบินไปพบลูกค้า หรือเปลี่ยนสถานที่ทำงานบ่อย ๆ
ประกันเดินทางรายปีไม่เหมาะกับใคร?
- มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนวันต่อการเดินทาง 1 ครั้ง (มักจะไม่เหมาะกับคนที่อยู่ประเทศเดียวนานเกิน 3-6 เดือน)
- เบี้ยประกันเริ่มต้นค่อนข้างสูง ถ้าไปเพียง 1-2 ทริป เบี้ยรายทริปอาจถูกกว่า
สำหรับชาว Digital Nomad แล้ว การเดินทางคือส่วนหนึ่งของการทำงาน ไม่ว่าคุณจะเลือกประกันเดินทางรายเที่ยว ที่เน้นความยืดหยุ่น หรือการเลือกความสบายคุ้มค่า ด้วยประกันเดินทางรายปี สิ่งสำคัญที่สุด คือ การไม่ละเลยการทำประกัน โดยเฉพาะเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ที่บางประเทศค่ารักษาอาจสูง หรือเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างเดินทาง เช่น กระเป๋าเดินทางหาย พลาดต่อเที่ยวบิน ประกันจะเข้ามาช่วยซัพพอร์ตช่วยให้อุ่นใจได้มากกว่า
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| Gen Z | คนที่เกิดประมาณ ปี 1997–2012 อายุปัจจุบันประมาณ 14–29 ปี |
| Gen Y | คนที่เกิดประมาณ ปี 1981–1996 อายุปัจจุบันประมาณ 30–45 ปี |
| ฟรีแลนซ์ | ปแบบการทำงาน โดยรับงานอิสระ ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ มีรายได้จากลูกค้าหลายราย เวลาและสถานที่ทำงานยืดหยุ่น |