6 สัญญาณจากรถที่กำลังบอกว่าใกล้ได้เวลาซ่อมแล้ว

รถก็เหมือนร่างกายคนที่ต้องมีวันเจ็บไข้จนต้องหาหมอกันบ้าง ซึ่งหากละเลยอาการเหล่านั้นก็จะทวีคูณปัญหาไปเรื่อยๆ ส่งผลกระทบกับตรงนั้นตรงนี้และใช้ไม่ได้ในที่สุด ดังนั้นเมื่อรถมีบางอย่างผิดปกติเจ้าของรถอย่างเราก็ต้องใส่ใจและพารถยนต์เข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนหรือแก้ไขให้ไวที่สุดเพื่อปัญหาอื่นจะได้ไม่ตามมา สำหรับอาการที่บ่งบอกว่ารถควรจะได้เวลาซ่อมแล้ว มีดังต่อไปนี้

1. มีสัญญาณไฟเตือน

เมื่อเกิดสัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัดรถให้รู้ไว้เลยว่าเกิดปัญหากับสิ่งนั้นแล้ว เช่น ไฟเตือนรูปเบรก ABS ก็แสดงว่าระบบเบรก ABS ของคุณกำลังมีปัญหา หรือผ้าเบรกกำลังจะหมด ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่ อาจหมายถึงแบตเตอรี่กำลังจะหมด หากเป็นสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์สว่างขึ้นอาจเตือนว่า ระบบเครื่องยนต์มีปัญหา  หากเป็นรูปหยดน้ำมันสว่างขึ้นบนหน้าจอก็เป็นสัญญาณเตือนว่า คุณขับรถโดยไม่มีน้ำมันหล่อลื่น ควรจอดรถและดับเครื่องยนต์ทันที เพราะหมายความว่า น้ำมันเครื่องในระบบไม่มีการหมุนเวียนแล้วเป็นต้น ทางที่ดีเมื่อไฟพวกนี้เตือนควรนำรถเข้าอู่โดยเร็วจะดีที่สุด

2. รถสตาร์ทติดยาก

โดยปกติรถยนต์ทั่วไปเมื่อสตาร์ทจะต้องติดทันทีหรืออย่างมากก็ครั้งหรือสองครั้ง แต่ถ้าสตาร์ทยากมากๆ แบบนี้ อาจจะเป็นไปได้ทั้งในกรณีที่แบตเตอรี่รถยนต์หมดอายุ หรือ แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม หรือขั้วแบตเตอรี่มีปัญหา ดังนั้น ลองตรวจดูแบตเตอรี่หน่อยดีไหม หรือหากไม่ชำนาญก็นำรถเข้าอู่ให้ช่างดูก็ได้

3. มีควันขาวออกจากท่อ

หากรถของคุณมีควันออกจากท่อแบบผิดปกติ เช่น ควันมีสีดำอาจบ่งบอกว่ามีการอุดตันบางอย่างเกิดขึ้น หรือหากมีควันสีขาวออกมากเกินไป อาจหมายถึงระบบการเผาไหม้ของเครื่องยนต์กำลังมีปัญหา หรือมีน้ำมันเครื่องหลุดลอดเข้าไปในห้องเครื่องรถยนต์ แล้วเกิดการเผาไหม้ผสมไปกับเชื้อเพลิงก็ได้ ทางที่ดีควรนำรถเข้าพบช่าง สบายใจที่สุด

4. เกิดเสียงดังผิดปกติ

เสียงที่ว่าอาจจะเป็น เสียงเครื่องยนต์ เสียงกระแทก เสียงเอี๊ยด หรือเสียงที่ได้ยินเป็นพักๆ ซึ่งเสียงเหล่านี้จะบ่งบอกว่า เครื่องยนต์หรืออุปกรณ์ภายในบางอย่างขัดข้อง ที่สำคัญหากกดเบรกแล้วเสียงผิดปกติดังมาจากในรถ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลังรถก็ตาม อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า ผ้าเบรกใกล้หมดอายุการใช้งาน ให้นำรถเข้าอู่เพื่อทำการเปลี่ยนผ้าเบรกให้เร็วที่สุด เพราะหากทิ้งระยะไว้นานอาจเกิดปัญหาตามมาได้

5. เมื่อขับรถแล้วรู้สึกนุ่มนวลผิดปกติ

ใครๆ ก็ชอบให้รถยนต์ของตนเองขับขี่อย่างนุ่มนวล แต่ถ้ามันนุ่มนวลเกินไปก็มีปัญหาได้อีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ลมยางอ่อนเกินหรือรถยางรั่ว ระบบช่วงล่างบางชิ้นอย่างสปริงหรือโช๊คเสื่อมสภาพ เพื่อความไม่ประมาทรีบนำรถเข้าตรวจเช็คที่อู่หรือศูนย์ซ่อมที่ใกล้ที่สุดทันทีจะดีกว่า

6. เกียร์ไม่เข้าตามตำแหน่ง

มาดูที่เกียร์กันบ้าง หากเกียร์ไม่ยอมเข้าตามตำแหน่ง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความผิดพลาดทางเทคนิค หรือ น้ำมันเกียร์มีปริมาณต่ำกว่ากำหนด หรือแม้แต่การใช้ความหนืดผิดจากที่กำหนดไว้ ก็มีผลทำให้ชุดเฟืองในเกียร์ผิดปกติได้ทั้งสิ้น และถึงแม้ว่าระบบเกียร์มักมีปัญหากับรถแบบเกียร์ธรรมดาที่ใช้งานมานานพอสมควร แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ หากเห็นความผิดปกติควรนำรถเข้าศูนย์หรืออู่ซ่อมรถให้ช่างดูจะดีที่สุด

เมื่อ 6 สัญญาณเหล่านี้เตือน แสดงว่ารถกำลังมีปัญหา อย่าฝืนขับต่อไปเรื่อยๆ อย่ามัวชะล่าใจ ถ้าจัดการเองไม่ได้ให้รีบนำรถเข้าศูนย์หรืออู่ซ่อมรถ เพื่อให้ช่างตรวจสอบโดยเร็ว เพราะมันคือความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก แต่ถ้าหากมีประกัน Roojai.com ไว้แล้วก็อุ่นใจได้ เพราะมีอู่ซ่อมแนะนำทั่วประเทศกว่า 250 แห่ง

รับฟรี แต้ม Roojai Rewards สูงสุด 1,500 บาท แลกของขวัญถูกใจ

เมื่อซื้อประกันรถกับ Roojai.com ให้มากกว่าแค่ราคาประหยัด
ลดเบี้ยสูงสุด 10% เมื่อรถติดกล้อง
ผ่อน 10 งวด ผ่านบัตรเดบิตหรือเครดิต
คืนเงิน 100% หากเจอถูกกว่า
รับประกันคุณภาพงานซ่อม 12 เดือน


เช็คราคา ฟรี!