27 April, 2017
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

กรุงเทพมหานครพึ่งได้รับการจัดอันดับว่าเป็นเมืองที่มีรถติดมากที่สุดในโลกในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากรายงานการประเมินสภาพจราจรทั่วโลก ประจำปี 2016 ของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการจราจร INRIX ซึ่งออกมาบอกว่าคนไทยในแต่ละเมืองทั่วประเทศเสียเวลาเฉลี่ยราว 61 ชั่วโมงต่อปีไปกับการติดแหงกบนถนน! แต่นอกจากการติดอยู่ในรถติดนาน ๆ จะทำให้คุณกรีดร้องจนเกือบเป็นบ้าแล้ว คุณรู้ไหมว่าการติดอยู่ในสภาพจราจรที่รถติดนาน ๆ นั้น ส่งผลอย่างไรบ้างต่อรถของคุณ?

ยิ่งรถติดแหงกเครื่องก็ติดขัด รถติดนาน ๆ ทำให้เราต้องนั่งแช่อยู่ในรถที่สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้แต่ไม่ได้ขยับสลับกับการเหยียบคันเร่งทีเหยียบเบรกที ซึ่งจะทำให้ระบบระบายอากาศในเครื่องยนต์ของคุณทำงานได้แย่ลงเรื่อย ๆ รวมถึงทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ในเครื่องยนต์ ส่งผลให้เกิดของเหลือจากการเผาไหม้ที่เราไม่ต้องการ ยิ่งนั่งแช่อยู่ในรถติดนาน ๆ ยิ่งทำให้เกิดของเหลือจากการเผาไหม้มากขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนาน ๆ เข้า ของเหลือเหล่านี้จะเข้าไปอุดตันหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง และไปขัดขวางการทำงานของห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ได้ คุณอาจเริ่มได้ยินเสียงดัง ๆ จากตัวเครื่อง ซึ่งอาจเกิดจากของเหลือจากการเผาไหม้เหล่านี้ และท้ายที่สุดแล้วอาจทำให้เครื่องพังได้ ต้องมาเสียเงินซ่อมแซมกันไปอีก วิธีแก้เบื้องต้น นอกจากพยายามหลีกเลี่ยงชั่วโมงรถติดแล้ว คุณสามารถดูแลใช้วิธีทำความสะอาดหัวฉีดน้ำมันในทุก ๆ 5,000 กิโลเมตร หรือเปลี่ยนไปใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนเพิ่มขึ้น เพื่อลดเสียงดังในเครื่องยนต์ที่เกิดจากการสะสมของของเหลือที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนไปใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนเพิ่มขึ้นไม่สามารถใช้กำจัดของเหลือจากการเผาไหม้นี้ให้หมดไปได้

เหยียบเบรกบ่อยเกินทำให้เบรกเสื่อมเร็ว

การเหยียบเบรกบ่อย ๆ ไม่เพียงแต่ทำให้เครื่องยนต์เก่าเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้เบรกเสื่อมสภาพง่ายขึ้นอีกด้วย หากคุณได้ยินเสียงดังแบบล้อบด  หรือรู้สึกว่าเครื่องถูกดึงไปอีกด้านหนึ่งในขณะที่เหยียบเบรก รีบนำรถเข้าอู่เพื่อไปตรวจสอบทันที  การตรวจเช็ครถเป็นประจำเป็นกุญแจสำคัญในการใช้เบรกอย่างปลอดภัย คอยตรวจเช็คน้ำมันเบรกทุกครั้งที่นำรถไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และเลือกใช้น้ำมันเบรกที่เหมาะกับรถของคุณ

อีกวิธีที่คุณสามารถป้องกันสภาพเครื่องยนต์ได้ก็คือ ลองลดความเร็วขณะขับลงและเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าพอประมาณเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเบรกกะทันหัน การเหยียบเบรกสลับกับคันเร่งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ของคุณเกิดความเสียหายเป็นเรื่องที่สามารถทำได้

เพียงระมัดระวังไว้ก่อน และคอยนำรถไปเช็คสภาพบ่อย ๆ เพียงเท่านี้รถของคุณก็จะสภาพดีเหมือนใหม่อยู่เสมอ นอกจากนั้น ใครที่มักจะขับรถในเส้นทางรถติด หรือขับรถในระยะสั้น ๆ บ่อย ๆ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องถี่กว่าคนที่มักขับขี่ในเส้นทางไกล ๆ หรือขับบนเส้นทางด่วนเรียบ ๆ เพราะเชื่อหรือไม่ว่า การขับรถระยะไกลทำให้รถอยู่ในสภาพดีกว่าการขับระยะสั้นแต่ต้องขับ-สลับ-เบรกบ่อย ๆ เราอาจเคยชินกับคำพูดที่ว่ายิ่งขับเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งเปลืองน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วรถยนต์ใช้น้ำมันมากที่สุดตอนที่กำลังเร่งเครื่องเพิ่มความเร็ว ดังนั้นการติดอยู่ที่เดิมนาน ๆ ต่างหากที่ทำให้น้ำมันของคุณหมดเร็วขึ้น

การเร่งเครื่องและเบรกบ่อย  ๆ ระหว่างการจราจรนี่แหละตัวดี นอกจากนั้นยังส่งผลให้เกิดมลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะถนนที่มีการจราจรติดขัดทำให้เกิดมลพิษได้มากกว่าถนนบนทางด่วนที่รถวิ่งได้อย่างคล่องตัวในปริมาณรถเท่ากัน

 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเลือกใช้รถ สิ่งสำคัญที่คุณต้องมีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุหรือรถเสียฉุกเฉินก็คือประกันรถยนต์ ‘รู้ใจ’ ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคุณและให้ความช่วยเหลือเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ด้วย ประกันชั้น 1 ที่การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที และฟรีบริการฉุกเฉินกรณีรถเสียตลอด 24 ชม. โทรเลยที่ 02 582 8888 หรือ คลิกเช็คเบี้ยประกันภัยรถได้ที่ www.roojai.com

โทร 02 582 8888

แชร์บทความนี้บน: