งงเด้ๆ ประกันรถเคลมสดกับเคลมแห้งคืออะไร

เผื่อใครยังไม่รู้การเคลมประกันภัยรถยนต์มี 2 แบบนะจะบอกให้ เรียกกันสั้นๆ แต่เข้าใจได้ง่ายๆ ว่า “เคลมสด” กับ “เคลมแห้ง” ใครยังไม่รู้ว่าคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นมือเก่าขับรถมานานแล้วแต่ไม่เคยเคลม หรือมือใหม่เพิ่งเริ่มใช้รถก็ตามทีเดี๋ยววันนี้จะแนะนำให้ได้รู้จักการเคลมทั้ง 2 แบบนี้กัน

เคลมสดหรือเคลมแห่งเป็นศัพท์ในวงการประกันภัยรถยนต์ที่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นบริษัทประกันเอง พนักงานเคลม หรืออู่ซ่อมเข้าใจตรงกัน ดังนั้นผู้ใช้รถก็ควรที่จะต้องรู้จักและเข้าใจทั้ง 2 คำนี้เอาไว้สักหน่อย

ไปรู้ความหมายของคำแรกกันก่อนเลย “เคลมสด” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าสด (สดแค่ไหนถามใจเธอดู) หมายถึงการแจ้งเคลมทันทีเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนั่นเอง แจ้งเคลมปุ๊บมีเจ้าหน้าที่เคลมไปตรวจสอบที่เกิดเหตุปั๊บ ที่อื่นไม่รู้เป็นยังไง แต่ของรู้ใจหากเป็นพื้นที่กรุงเทพ ปริมณฑล และตัวเมืองในต่างจังหวัดจะไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที

การเคลมสดเคลียร์กันง่ายๆ ว่ากันไปตามเหตุการณ์และให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น หากเป็นประกันภัยประเภท 1, 2+ หรือ 3+ นอกจากซ่อมรถให้คู่กรณีแล้ว ก็จะซ่อมรถคันที่เอาประกันภัยด้วย หรือในส่วนของค่าเสียหายส่วนแรกหากระบุในกรมธรรม์ไว้อย่างไรก็จัดการไปตามนั้น ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อนและเสร็จสิ้นทันทีหลังจากนั้นในเรื่องของการเคลมและการเคลียร์ คงเหลือแต่การซ่อมที่ต้องเลือกห้างหรืออู่ซ่อมและติดตามงานกันต่อไป

แล้วการ “เคลมแห้ง” ล่ะ (น่าจะเรียกว่า “เคลมไม่สด” ไปเลยนะจะได้เข้าใจง่ายๆ) การเคลมแบบนี้ก็คือ การแจ้งเคลมในความเสียหายที่ไม่ได้เกิดขึ้นในวันและเวลาปัจจุบัน อุบัติเหตุหรือความเสียหายของตัวรถนั้นเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว  อาจจะเมื่อวาน สัปาดาห์ที่แล้ว เดือนที่แล้ว หรือหลายเดือนที่แล้ว แต่ต้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นในปีของกรมธรรม์นั้นๆ ไม่ใช่รอยแผลก่อนที่จะซื้อหรือต่อกรมธรรม์นะ แบบนั้นเคลมไม่ได้

ส่วนใหญ่แล้วการเคลมแห้งจะเป็นอุบัติเหตุหรือความเสียหายที่ไม่มีคู่กรณีที่เป็นบุคคล ทำให้ไม่ต้องรีบแจ้งรีบเคลียร์ในทันที เช่น ขับรถครูดกับประตูรั้วบ้าน ถอยชนกระถางต้นไม้ เปิดประตูชนขอบฟุตบาท ฯลฯ แต่ก็ต้องจดจำลักษณะของเหตุการณ์ รวมถึงวันและเวลาเอาไว้ เวลาเคลมจะได้แจ้งได้ถูกต้อง

การเคลมสด การให้ความคุ้มครองหรือการเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกว่ากันไปตามเหตุการณ์และเงื่อนไขในกรมธรรม์อย่างที่บอกไป แต่การเคลมแห้งจะต่างออกไปเล็กน้อย อาจมีการเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทประกันด้วย เพราะอะไร?

เพราะว่าการเคลมแห้งส่วนใหญ่ผู้ใช้รถนิยมเคลมรวมกันหลายเหตุการณ์ บางทีก็รวบรวมเหตการณ์เอาไว้เพื่อจะเคลมสีรอบคัน ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมทั้งลูกค้าและบริษัทประกันภัยจึงอาจมีการพิจารณาและคิดค่าเสียหายส่วนแรกตามความเหมาะสม เช่น อาจคิดค่าเสียหายส่วนแรกตามเหตุการณ์หรือต่อรอยแผล หรืออาจคิดแบบเหมาๆ แจ้งเคลมหลายเหตุการณ์แต่แจ้งครั้งเดียวก็อาจจะคิดค่าเสียหายส่วนแรกต่อการรับแจ้งเคลมในครั้งนั้นครั้งเดียวก็ได้ แต่ถ้าลูกค้าประวัติดี เหตุการณ์ที่แจ้งรอยแผลที่ปรากฏมีความชัดเจนก็อาจจะไม่คิดเลยก็ได้เหมือนกัน

แจ้งเคลมเสร็จแล้ว ลูกค้าได้รับใบเคลมแล้วก็นำรถเข้าซ่อมกับศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังของบริษัทรถยนต์ที่เรียกว่าซ่อมห้างหรือนำเข้าซ่อมกับอู่ใกล้บ้านหรืออู่ที่ต้องการได้เลย ขึ้นอยู่ที่ว่าตอนซื้อประกันภัยรถยนต์ใครเลือกเงื่อนไขการซ่อมไว้อย่างไร

รถใหม่ๆ อาจยอมจ่ายค่าเบี้ยสูงกกว่าสักหน่อยเพื่อซ่อมห้าง ซื้อความสบายใจ เพราะห้างดูมีมาตรฐานและน่าจะไม่มีปัญหาเรื่องของอะไหล่ แต่ลูกค้าที่เลือกซ่อมออู่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะอู่ซ่อมทั่วไปเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่มีการพัฒนามาตรฐานการบริการที่ดีขึ้นมากทั้งสถานที่และเครื่องไม้เครื่องมือ ซ่อมได้ดีไม่แพ้ศูนย์แถมจ่ายค่าเบี้ยถูกกว่าอีกด้วยนะ ถ้าใครไม่รู้ว่าจะนำรถเข้าซ่อมกับอู่ไหน รู้ใจมีอู่ซ่อมมาตรฐานที่อยู่ในเครือกว่า 250 แห่งทั่วประเทศ สอบถามได้เลยจ้า

นี่ก็เป็นศัพท์หรือภาษาทางประกันภัยรถยนต์ที่นำมาแนะนำกันในครั้งนี้ แค่รู้ไว้ก็พอแต่ไม่ต้องทดลองเคลมหรอกนะ ไม่ว่าจะสดหรือแห้งก็ไม่ดีทั้งนั้น ไม่ต้องเคลมดีที่สุดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ควรมีประกันรถดีๆ ไว้เคียงข้างให้อุ่นใจกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล ให้ Roojai.com เคียงข้างคุณ การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที ประกันชั้น 1 ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีรถเสียตลอด 24 ชั่วโมง