10 June, 2017
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

อุบัติเหตุกับการขับรถเป็นสองสิ่งที่หลีกเลี่ยงกันไม่ได้ แม้ว่าคุณจะขับรถอย่างระมัดระวังแล้วก็ตาม แต่รถคันอื่นก็อาจขับรถโดยประมาทพุ่งเข้าชนรถของคุณ ทำให้คุณตกเป็นเหยื่อของการ “ชนแล้วหนี” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง แล้วเราจะมีวิธีรับมืออย่างไรในวันที่เราเกิดเป็นคนขับรถชนเสียเอง!

ในวันที่เหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้นกับคุณหรือคนใกล้ตัวอย่างการชนแล้วหนี ถือเป็นเหตุการณ์ที่หลายคนคุ้นชินกับข่าวคราวในหน้าหนังสือพิมพ์ หากแต่น้อยคนนักที่จะรู้ถึงบทลงโทษที่ชัดเจน นั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนขับตัดสินใจหลบหนี ทั้งที่ในความเป็นจริง “การหนี” อาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้นกว่าการยอมรับผิดเสียอีก

หากรถของคุณโดนชนแล้วหนี ในกรณีนี้คุณถือเป็นผู้เสียหาย ขอให้ตั้งสติและตรวจเช็คประกันภัยรถยนต์ของคุณ โดยประกันฯ จะแบ่งความคุ้มครองตามประเภทของประกันภัยรถยนต์ หากรถของคุณทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้ก็สบายใจได้ เพราะประกันฯ คุ้มครองทุกกรณีที่เกิดการชนจากอุบัติเหตุ ขอเพียงรีบแจ้งความเพื่อนำหลักฐานการลงบันทึกประจำวันของตำรวจไปส่งเคลมประกันรถ ให้ครบถ้วน ส่วนประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ คุ้มครองในกรณีที่คุณรู้ทะเบียนรถของคู่กรณี (ถ้าจำไม่ได้ให้ขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณนั้น ถามหาพยาน หรือตรวจภาพจากกล้องติดรถยนต์) ขณะที่ประกันรถยนต์ชั้น 2 และ 3 ไม่คุ้มครองรถของคุณในกรณีนี้

ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณขับรถชนรถคันอื่น ควรตั้งสติให้ดีและบอกกับตัวเองว่า “อย่าหนี” เพราะเรื่องราวอาจลุกลามถึงขั้นโดนยึดรถหรือติดคุกหลายปี

พระราชบัญญัติจราจรมาตรา 78 ระบุว่า “ในกรณีที่ผู้ขับขี่หลบหนีหรือไม่แสดงตัวต่อเจ้าพนักงาน ณ จุดเกิดเหตุ ให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำความผิด และให้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจยึดรถคันที่หลบหนี หากไม่แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ภายในหกเดือน (นับแต่วันที่เกิดเหตุ) ให้ถือว่ารถคันนั้นเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และให้รถตกเป็นทรัพย์สินของรัฐ” ดังนั้น เมื่อคุณขับรถชนคันอื่นหรือชนคนให้รีบหยุดรถเพื่อให้ความช่วยเหลือ พร้อมแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แต่ใช่ว่า คุณจะกลายเป็นผู้กระทำความผิดทันทีโดยไม่มีการไต่สวน ขนาดท่านเปาฯ ยังให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วยการสอบสวน กระบวนการทางกฎหมายก็ต้องพิจารณาสาเหตุของอุบัติเหตุอีกครั้ง หลังจากนั้นทางประกันภัยรถยนต์จะเข้ามาดูแลในส่วนของการจ่ายค่าสินไหมทดแทน (ขึ้นอยู่กับประเภทของประกันภัยรถยนต์)

ทางกฎหมายในกรณีที่คุณขับรถชนรถคันอื่นหรือชนคนจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แล้วไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 คุณจะถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 2 ข้อหา ข้อหาแรกคือขับรถโดยประมาทต้องเสียค่าปรับ ส่วนข้อหาที่สอง  แบ่งตามประมวลกฎหมายอาญาได้ 3 ระดับนั่นคือ หากมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยให้ถือเป็นคามผิดแบบลหุโทษ หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท และหากมีผู้เสียชีวิตมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

ไม่ว่าคุณจะตกเป็นผู้กระทำ หรือกลายเป็นผู้กระทำเสียเอง สำคัญที่สุดคุณต้องมีสติและอย่าหลบหนี ยิ่งเมื่อคุณเป็นฝ่ายประมาทขับรถชนคนด้วยแล้ว คุณควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการดูแลหรือแสดงความห่วงใยต่อผู้ประสบเหตุ แสดงความขอโทษต่อครอบครัว และไปเยี่ยมเยียนที่โรงพยาบาลจนกว่าเขาจะหายดี

อันสะท้อนถึงความมีคุณธรรมและมนุษยธรรมจากใจจริง

 

 

“รู้ใจ” อยากให้คุณขับรถปลอดภัยในทุกเส้นทาง และพร้อมเคียงข้างคุณในวันที่มีเหตุการณ์ร้ายๆ อย่างนี้เกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยและการคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกกรณี อย่าลืมเลือกประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 กับ รู้ใจรักรถเต็มหัวใจ ให้รู้ใจดูแลประกันภัยรถยนต์ของคุณ พร้อมให้คุณผ่อนสบายๆ ในราคาเริ่มต้นเดือนละ 500 บาท+ ดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือน การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที พร้อมบริการช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินหรือรถเสียฟรี 1 ปี คลิกเข้าไปเช็คเบี้ยประกันรถ หรือโทร. 02 117 2222

โทร 02 117 2222

แชร์บทความนี้บน: