ความคุ้มครองประกันรถยนต์ของคุณ ครอบคลุมแค่ไหน?

เมื่อคุณมองหาประกันรถยนต์ สิ่งสำคัญคือต้องวางแผนความคุ้มครองว่าประกันรถยนต์ที่ซื้อ จะครอบคลุมได้ทุกกรณีหรือไม่ หากในชีวิตประจำวันของคุณขับรถวนอยู่แค่ในเขตเมือง คุณอาจไม่ต้องการความคุ้มครองมากเท่ากับคนที่ขับขี่บนทางหลวงเป็นประจำ การประเมินได้ว่าคุณต้องการความคุ้มครองมากน้อยเพียงใดจะช่วยให้คุณคำนวณ วางแผนอัตราค่าประกันรถยนต์ได้คุ้มค่าที่สุด

ประกันรถยนต์ให้ความคุ้มครองครอบคลุมอะไรบ้าง? เรามาดูสิ่งที่ควรทราบและเตรียมพร้อมสำหรับการเรียกค่าสินไหมทดแทนหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกัน

ข้อมูลใดที่คุณควรทราบเกี่ยวกับประกันรถยนต์?

ประกันรถยนต์ในประเทศไทยมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

พ.ร.บ. ถือเป็นภาระผูกพันตามกฎหมาย เป็นประกันภัยที่รถทุกคันต้องดำเนินการสมัครและต่ออายุไม่ให้ขาด ดังนั้น การขับรถโดยไม่ได้ต่อ พ.ร.บ. ถือว่าผิดกฎหมาย นอกจากนี้ผู้ขับขี่ยังต้องต่ออายุ พ.ร.บ. ก่อนการจ่ายภาษีรถยนต์ประจำปี การประกันภัยที่จำเป็นนี้ครอบคลุมการชำระเงิน คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลที่สามของคุณในกรณีการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินเอาประกันภัยไม่มีนัยสำคัญ หมายถึง ไม่ครอบคลุมถึงความเสียหายหรือสูญหายของรถคุณเอง รวมถึงไม่คุ้มครองการสูญเสียจากการใช้งานและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และไม่รวมความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

แม้ว่าคุณจะมีประกันแบบครอบคลุม แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่อาจไม่ได้รับการคุ้มครอง สิ่งเหล่านี้อาจรวมถึง

  • ความเสียหายที่เกิดจากการสึกหรอหรือภัยธรรมชาติ
  • ความเสียหายที่เกิดจากการดัดแปลงที่เจ้าของยานพาหนะดำเนินการเอง
  • ความเสียหายที่เกิดจากการขับขี่เพราะเมาสุราหรือยาเสพติด

ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกท่าน มองหาประกันเสริมจากประกันภัยภาคบังคับ ด้วยการซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ด้วยวิธีนี้ หากคุณประสบอุบัติภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งใหญ่ และการประกันภัยภาคบังคับของคุณไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น เช่น ค่ารักษาพยาบาล คุณจะไม่ถูกทิ้งให้เคว้งและปวดหัวกับค่าใช้จ่ายบานปลายที่ยากจะคาดเดา หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ค่ารักษาพยาบาลและค่าบริการทางการแพทย์สามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วไร้ขีดจำกัด และด้วยการประกันภัยรถยนต์โดยสมัครใจ คุณจะอุ่นใจได้เพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะได้รับการคุ้มครองเป็นจำนวนมาก ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ประกันรถยนต์ชั้น 1,  ประกันรถยนต์ชั้น 2+, ประกันรถยนต์ชั้น 2, ประกันรถยนต์ชั้น 3+ และ ประกันรถยนต์ชั้น 3

ประกันภัยภาคบังคับหรือ “พ.ร.บ.” เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับยานพาหนะบนท้องถนนทุกประเภท รวมถึงรถโดยสาร รถจักรยานยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า รถประเภทไฮบริด รถบรรทุก และรถยนต์ส่วนตัว แม้แต่รถเช่า

ข้อควรทราบก่อนทำการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันรถยนต์

  1. ถ่ายภาพความเสียหายหรือที่เกิดเหตุ จะช่วยให้บริษัทประกันของคุณประเมินสถานการณ์และตัดสินได้ว่าฝ่ายใดผิด
  2. ลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ การดำเนินการขั้นตอนนี้จำเป็นสำหรับบริษัทประกันส่วนใหญ่และจะสามารถรวบรวมหลักฐานการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของคุณได้ภายหลัง
  3. รวบรวมเรทราคาสำหรับการซ่อมหรือเปลี่ยนรถของคุณ แม้บริษัทประกันของคุณจะมีรายชื่อศูนย์หรืออู่ซ่อมรถที่ต้องการ แต่การมีตัวเลือกเพิ่มก็ย่อมดีกว่าเสมอ
  4. โทรหาบริษัทประกันของคุณเพื่อแจ้งเคลมประกันรถยนต์ บริษัทประกันต้องการข้อมูลทั้งหมดที่ระบุไว้ข้างต้น รวมทั้งหมายเลขกรมธรรม์และรายละเอียดส่วนบุคคลอื่น ๆ ของคุณ

เมื่อคุณเริ่มต้นกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแล้ว คุณควรอดทนรอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังเรียกร้องสิทธิ์อย่างครอบคลุมทุกกรณีที่ประกันของคุณคุ้มครอง เวลาซ่อมอาจแตกต่างกันไป ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงการประเมินสถานการณ์และความคาดหวังของคุณเอง

เตรียมพร้อมเสมอ

เพื่อประโยชน์สูงสุด คุณควรอ่านกรมธรรม์อย่างถี่ถ้วนก่อนทำการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้คุณรู้ว่าสิ่งใดที่ได้รับความคุ้มครองและสิ่งใดไม่ครอบคลุม และหากคุณมีคำถามใด ๆ อย่าลังเลที่จะขอให้บริษัทประกันของคุณชี้แจง การเคลมประกันรถยนต์ ซึ่งอาจเป็นกระบวนการที่กดดัน เบื่อหน่ายกับการทวงถาม รอคอย แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเจอสถานการณ์ตึงเครียดแบบนั้น ด้วยการเตรียมตัว ความรู้ และการทำประกันรถยนต์จากผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ เช่นรู้ใจ คุณสามารถทำให้กระบวนการนี้สะดวกและราบรื่นที่สุดได้ตั้งแต่เริ่ม

“บทความนี้เขียนโดย Gogoprint ผู้ให้บริการธุรกิจนามบัตร การพิมพ์หนังสือเล่มเล็ก และการพิมพ์ใบปลิวในประเทศไทยที่สะดวกครบ จบในที่เดียว สำหรับงานพิมพ์ ราคาประหยัดสำหรับธุรกิจและองค์กรทุกขนาด”