เคยไหม..? กำลังขับรถเพลิน ๆ แต่พอแตะเบรคทีไร กลับมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดหรือเสียงครูดคราดดังขัดใจ ยิ่งบางคนอาจไม่กล้าจะขับรถต่อเลยก็มี ปัญหาเบรครถยนต์ดังไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องกวนใจทุกครั้งที่แตะเบรค แต่มันคือ “สัญญาณเตือน” ที่มาจากระบบเบรครถยนต์ กำลังบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรง รู้ใจจะพาคุณไปเจาะลึกทุกต้นตอของเสียงประหลาดกัน
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
- สาเหตุที่ทำให้เบรคมีเสียงผิดปกติ
- เบรคเริ่มมีเสียง เช็คด้วยตัวเองได้มั้ย?
- สัญญาณเตือนภัย ควรเลิกฝืนและรีบเข้าศูนย์/อู่ซ่อมรถ
สาเหตุที่ทำให้เบรคมีเสียงผิดปกติ (ไม่ใช่แค่เรื่องฝุ่น)
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าอาการเบรครถยนต์ดัง เกิดจากฝุ่นละอองที่เข้าไปเกาะตามซอกมุมเพียงอย่างเดียว แต่เสียงเหล่านั้นคือ “ภาษา” ของเครื่องยนต์ที่กำลังรายงานสุขภาพของระบบเบรครถยนต์ให้คุณทราบ ความแตกต่างของโทนเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงแหลมสูง เสียงทุ้มหนัก หรือเสียงกีก ๆ เวลากดเบรค ล้วนมีที่มาที่ไปจากอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน คงจะดีกว่าหากทำความเข้าใจสาเหตุสู่การแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เสียงผิดปกติของเบรคที่คุณมองข้ามไม่ได้มีอะไรบ้าง ดังนี้
1. เสียงแหลมดังเอี๊ยด
มักเกิดจาก “เซนเซอร์ผ้าเบรค” ซึ่งเป็นแผ่นเหล็กเล็ก ๆ ที่ถูกออกแบบมาให้เสียดสีกับจานเบรครถยนต์ เมื่อผ้าเบรครถยนต์ใกล้หมด เพื่อเตือนให้คนขับรู้ตัวก่อนจะเกิดความเสียหายหนัก แต่บางครั้งอาจเกิดจากฝุ่นหรือความชื้นได้เช่นกัน
2. เสียงครูดคราดเหมือนโลหะเสียดสีกัน
นี่คือสัญญาณอันตรายขั้นสุด มักเกิดจากผ้าเบรคหมดจนถึงชั้นเหล็ก ทำให้เหล็กกับเหล็กสีกันโดยตรง ส่งผลให้จานเบรคเป็นรอยลึก และอาจต้องเปลี่ยนจานใหม่ยกชุด
3. เสียงกึก ๆ หรือสั่นสะเทือน
อาจเกิดจากปั๊มเบรครถยนต์ มีปัญหา หรือตัวยึดคาลิปเปอร์หลวม รวมไปถึงจานเบรคที่มีอาการคดงอ ทำให้หน้าสัมผัสไม่เรียบสม่ำเสมอ
4. เสียงลมดังฟู่
หากได้เสียงลมบริเวณแป้นเบรค อาจหมายถึงหม้อลมเบรคมีรอยรั่ว ซึ่งจะทำให้การส่งกำลังไปที่น้ำมันเบรครถยนต์ ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

เบรคเริ่มมีเสียง เช็คด้วยตัวเองได้มั้ย?
หากคุณเริ่มรู้สึกว่ารถมีอาการแปลก ๆ เราสามารถตรวจเช็คเบื้องต้นเพื่อประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเองก่อน โดยดูจากจุดสังเกตง่าย ๆ เช่น ระดับและสีของน้ำมันเบรค ความหนาของผ้าเบรค หรือการทดลองเช็กระยะดึงของเบรกมือ ช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ในอนาคต ประหยัดค่าซ่อม
5 จุดสำคัญที่คุณเช็คเองได้
- ตรวจเช็กความหนาของผ้าเบรค: โดยสังเกตผ่านช่องว่างของล้อแม็ก หากผ้าเบรครถยนต์มีความหนาน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร นั่นคือสัญญาณเตือนว่าควรเปลี่ยนทันที
- สังเกตรอยไหม้หรือร่องรอยบนจานเบรค: ใช้ไฟฉายส่องดูที่จานเบรครถยนต์ว่ารอยขีดข่วนลึก หรือมีสีรุ้ง (ซึ่งเกิดจากความร้อนสะสมเกินขนาด) หรือไม่ หากผิวจานไม่เรียบจะทำให้เกิดเสียงและแรงสั่นสะเทือน
- เช็กระดับน้ำมันเบรค: เปิดฝากระโปรงรถดูถังพักน้ำมันเบรครถยนต์ ถ้าระดับลดลงผิดปกติ อาจมีจุดรั่วซึมในระบบ หรือผ้าเบรคสึกหรอจนลูกสูบเบรคต้องดันตัวออกมามากกว่าเดิม
- ทดสอบเบรกมือ: ลองดึงเบรกมือรถยนต์ดูว่าระยะดึงสูงขึ้นกว่าปกหรือไม่ หรือต้องออกแรงดึงมากขึ้นมั้ย หากมีเสียงดังกึกแปลก ๆ ขณะดึง อาจต้องตั้งสายเบรคใหม่หรือเช็กฝักเบรคหลัง
- ตรวจสอบการทำงานของปั๊มเบรค: ขณะสตาร์ตรถทิ้งไว้ ให้ลองเหยียบเบรคค้างไว้ หากแป้นเบรคค่อย ๆ จมลงเรื่อย ๆ แสดงว่าชุดซีลในปั๊มเบรครถยนต์อาจจะเริ่มเสื่อมสภาพ

สัญญาณเตือนภัย ควรเลิกฝืนและรีบเข้าศูนย์/อู่ซ่อมรถ
ถึงแม้เราจะพยายามดูแลรถดีแค่ไหน แต่บางอาการที่มาพร้อมกับเบรครถยนต์ดัง ก็ซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไขได้ด้วยตัวเอง การฝืนขับรถที่มีปัญหาระบบเบรครถยนต์ไม่ต่างอะไรกับการฝากชีวิตไว้กับความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาการเสียงดังมาพร้อมกับพฤติกรรมการหยุดรถที่เปลี่ยนไป เช่น เบรคแล้วรถไหล เบรคไม่อยู่ หรือแป้นเบรคสู้เท้า การนำรถเข้าพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบปั๊มเบรครถยนต์ และไล่ระบบน้ำมันเบรครถยนต์ใหม่ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและเพื่อนร่วมทาง
อาการ Red Flag ที่ต้องหาช่างทันที
- เบรคจม/เบรคหาย: เหยียบแป้นเบรคแล้วจมมิดลงไปถึงพื้นรถ หรือต้องย้ำเบรคหลายครั้งถึงจะหยุด ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับอาการรั่วในระบบไฮดรอลิก
- รถเสียหลักเวลาเบรค: เวลาเหยียบเบรคแล้วพวงมาลัยดึงไปข้างใดข้างหนึ่ง อาจเกิดจากลูกสูบเบรคติดตาย หรือผ้าเบรคฝั่งใดฝั่งหนึ่งหมด
- ไฟเตือนเบรคโชว์บนหน้าปัด: หากไฟสัญลักษณ์เบรค (รูปเครื่องหมายตกใจ) ติดค้าง แม้จะปลดเบรกมือรถยนต์ลงแล้วก็ตาม แสดงว่ามีปัญหาร้ายแรงในระบบแรงดันน้ำมันเบรค
- มีกลิ่นไหม้โชยออกมา: หากขับมาปกติแล้วมีกลิ่นไหม้รุนแรงจากล้อรถ แสดงว่าผ้าเบรคไหม้จากการเสียดสีตลอดเวลา (เบรคติด)
ในขณะที่เราหมั่นดูแลระบบเบรครถยนต์ให้พร้อมใช้งานเสมอ แต่ความเสี่ยงบนท้องถนนเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ การมีประกันรถยนต์จากรู้ใจติดรถไว้ จึงเป็นทางเลือก คุณสามารถเลือกปรับแต่งแผนความคุ้มครองได้ตามใจ เลือกได้ตามงบที่มี และยังมีบริการเสริมช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชม. อีกด้วย
วิธีถนอมเบรครถยนต์
การป้องกันปัญหาเบรครถยนต์ดังเริ่มต้นได้จากการขับขี่ที่ถูกวิธี และการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน การทำความสะอาดชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น การล้างคราบฝุ่นออกจากจานเบรครถยนต์ หรือการเลือกใช้ผ้าเบรครถยนต์ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับประเภทการใช้งาน จะช่วยยืดหยุ่นการใช้งานของปั๊มเบรครถยนต์ได้อย่างยาวนาน
นอกจากนี้การเปลี่ยนถ่ายน้ํามันเบรครถยนต์ตามระยะที่คู่มือกำหนด (ปกติทุก 1-2 ปี หรือ 40,000 กม.) จะช่วยป้องกันความชื้นเข้าไปทำลายชิ้นส่วนภายในระบบเบรคจากสนิม
ปัญหาเบรครถยนต์ดังไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อระยะเบรค และความปลอดภัยในการขับขี่ ไม่ว่าต้นเหตุจะมาจากผ้าเบรครถยนต์ที่หมดอายุ จานเบรครถยนต์ที่เป็นรอย หรือระบบส่งกำลังอย่างปั้มเบรครถยนต์และน้ำมันเบรครถยนต์ที่เสื่อมสภาพ การหมั่นสังเกตและตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณควบคุมสถานการณีได้ทันท่วงที
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| ฝักเบรคหลัง | ส่วนประกอบสำคัญของระบบเบรคแบบดรัมเบรค (Drum Brake) ที่ติดตั้งอยู่บริเวณล้อหลัง ทำหน้าที่เป็นโครงเหล็กโค้งรูปครึ่งวงกลม 2 อัน ซึ่งมีเนื้อผ้าเบรค (Brake Lining) อัดติดอยู่ด้านบน |
| คาลิปเปอร์ | ก้ามปูเบรคที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในระบบดิสก์เบรคของรถยนต์ ทำหน้าที่เป็นที่อยู่ของผ้าเบรคและลูกสูบเบรค |