วิธีหาช่างซ่อม หรืออู่ซ่อมรถยนต์ที่ดี ไม่เสียค่าเสียหายซ้ำซ้อน

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ที่รถที่ใช้อยู่มีอายุหรือระยะทางเกินกว่าที่บริษัทรถยนต์รับประกัน ก็อาจเลือกที่จะมองหาอู่ซ่อมรถยนต์ข้างนอกมากกว่าที่จะเข้าศูนย์ซ่อม ซึ่งการได้ช่าง หรืออู่ซ่อมรถยนต์คู่ใจนับว่าเป็นเรื่องดีอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อมีปัญหาเราสามารถพุ่งตรงไปที่ช่างหรืออู่นั้นๆ ได้แบบไม่มีอะไรให้ต้องกังวล แต่จะมีวิธีในการหาอู่ซ่อมที่ดีแบบนั้นได้อย่างไร เรามีวิธีมาบอกกันดังต่อไปนี้

1. ใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์กันหน่อย

อินเทอร์เน็ตเป็นอีกแหล่งหนึ่งสำหรับการค้นหาข้อมูลที่ต้องการรวมทั้งการเลือกอู่ซ่อมรถยนต์ ซึ่งในปัจจุบันอู่ซ่อมรถยนต์จำนวนมากต่างก็มีเว็บไซต์เปิดบริการให้ลูกค้าได้เข้าไปศึกษาข้อมูล ดำเนินการติดต่อกับทางอู่เพื่อนำรถเข้าอู่ซ่อมต่อไป

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีการรีวิวจากผู้ที่ได้เคยเข้าใช้บริการอู่ต่าง ๆ มาแล้วมาให้ได้ศึกษากันว่าแต่ละอู่นั้นมีบริการเป็นอย่างไร ได้มาตรฐานหรือไม่ มีฝีมือมากน้อยแค่ไหนคุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เราต้องเสียไปหรือเปล่า รวมถึงยังมีเว็บคลับเกี่ยวกับรถยนต์เฉพาะรุ่น ซึ่งคนในกลุ่มจะมาสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ซึ่งถ้าหากเป็นรถรุ่นเดียวกับที่เราใช้อยู่เราก็อาจจะขอคำแนะนำเกี่ยวกับการซ่อมจากเพื่อนในคลับก็ได้ เพราะคนเหล่านี้จะมีความเข้าใจอาการของรถรุ่นที่เราใช้อยู่ และมีความรู้เรื่องอู่เฉพาะทางที่มีความสามารที่เปิดรับซ่อมรถยนต์รุ่นนั้น ๆ

คำค้นแนะนำ: อู่ซ่อมรถ, ซ่อมรถ, ช่างซ่อมรถ, ศูนย์ซ่อมรถยนต์, ร้านซ่อมรถยนต์, อู่รถยนต์, อู่ซ่อมรถดีๆ, ซ่อมรถ ที่ไหนดี

2. ไปลองชิมลางดูก่อน

บางทีการฟังคนนี้พูดคนนั้นพูดก็ไม่เท่ากับการที่เราประสบด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นเมื่อฟังใครแนะนำถึงใครจะว่าดีอย่างไร เราก็ควรทดลองใช้บริการเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเปลี่ยนผ้าเบรคหรือเปลี่ยนกระจกมองข้าง เพื่อดูว่าจะดีอย่างที่เราต้องการหรือไม่ เพราะดีของเรากับดีของเขาอาจไม่เหมือนกันก็ได้ คือเมื่อนำรถไปทดลองใช้บริการก็ให้ดูว่าช่างให้คำแนะนำกับเราอย่างไร เราฟังแล้วรู้สึกสงสัยอะไรหรือไม่ ช่างตอบคำถามเราได้อย่างชัดเจนเป็นที่น่าพอใจหรือเปล่า พูดจาดีไหม หรือว่าเอาแต่เชียร์ให้เปลี่ยนอะไหล่ใหม่อย่างไม่มีเหตุผลสมควรหรือเปล่า ค่าซ่อมค่าบริการเป็นอย่างไรสมเหตุสมผลไหม รวมทั้งในเรื่องของการดูแลรถลูกค้า การใส่ใจในความสะอาดของตัวรถเพราะช่างบางคนอาจขาดความระมัดระวังในเรื่องของความสะอาด มือที่เปรอะเปื้อนกับเสื้อผ้าที่ไปคลุกอะไรต่ออะไรมาอาจทำให้เบาะผ้าของเราต้องเลอะเทอะจนพูดไม่ออกเลยก็เป็นได้

3. เน้นสะดวกใกล้บ้านไว้ก็ดี

มีอู่ซ่อมรถยนต์เปิดให้บริการมากมากหลายแห่ง ซึ่งหากพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ไกลจากบ้านเรามีอู่เปิดบริการรับซ่อมรถรุ่นที่เราใช้อยู่ ก็ควรจะพิจารณาเลือกใช้บริการจากอู่ที่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงก่อนเพื่อที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาในการเดินทาง เพื่อที่เราจะสามารถไปดูความคืบหน้าในการซ่อมได้โดยง่าย หรือหากช่างต้องการที่จะพูดคุยเนื่องจากมีการซ่อมเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่เราก็จะสามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวกและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางนัก

4. ลองถามๆ จากคนรู้จัก

คนใกล้ตัวหรือคนรู้จักก็เป็นแหล่งข้อมูลที่จะให้คำแนะนำแก่เราได้ เมื่อเราต้องการที่จะใช้บริการอู่ซ่อมข้างนอก แต่ก็ยังมีความกังวลในเรื่องต่าง ๆ จนตัดสินใจไม่ถูกหรือไม่รู้ว่าจะเอารถไปซ่อมกับอู่ไหนดี ลองถามคนใกล้ตัวอย่างเช่นเพื่อนบ้านดูว่า เขารู้จักอู่ซ่อมรถที่อยู่ใกล้ ๆ ที่ไหนบ้างที่มีช่างเก่ง ๆ ฝีมือดี บริการดี คิดค่าซ่อมไม่แพงจนเกินไป หรือถ้าเขาเคยไปใช้บริการมาแล้วเราอาจปรึกษาเขาได้เลยว่ารถเราเสียตรงจุดไหน ยังไง ซ่อมแล้วดีไหม ช่างคิดค่าบริการประมาณเท่าไหร่ เป็นต้น

ไม่ยากเลยใช่ไหม สำหรับการหาช่างซ่อมหรืออู่ซ่อมรถยนต์ดีๆ เพราะฉะนั้นใครที่มีปัญหารถยนต์เสียต้องการซ่อมตรงจุดไหน ก็ลองหาช่างซ่อมให้ถูกใจตามคำแนะนำเหล่านี้กันดู ส่วนประกันภัยรถยนต์รู้ใจคุณ ลองให้ Roojai.com เป็นทางเลือกของคุณดู พร้อมบริการคุณตลอดเวลา เช็คเบี้ยออนไลน์ได้ราคาทันทีผ่านเว็บไซต์ กับราคาที่แฟร์กว่า คำนวณตามลักษณะการขับขี่ของคุณโดยเฉพาะ สามารถเคลมสบายผ่านแอป ผ่อนเบาๆ ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุดถึง 10 งวด ไม่บล็อควงเงินบัตรเครดิต หรือเลือกผ่อนผ่านบัตรเดบิตได้ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีรถเสียกลางทางตลอด 24 ชั่วโมง มาไวใน 30 นาที การันตีงานซ่อม 1 ปี กับอู่ซ่อมแนะนำมาตรฐานทั่วไทย

รับฟรี แต้ม Roojai Rewards สูงสุด 1,500 บาท แลกของขวัญถูกใจ

เมื่อซื้อประกันรถกับ Roojai.com ให้มากกว่าแค่ราคาประหยัด
ลดเบี้ยสูงสุด 10% เมื่อรถติดกล้อง
ผ่อน 10 งวด ผ่านบัตรเดบิตหรือเครดิต
คืนเงิน 100% หากเจอถูกกว่า
รับประกันคุณภาพงานซ่อม 12 เดือน


เช็คราคา ฟรี!