จะวางแผนเดินทางต่างประเทศในแต่ละครั้ง สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พักคือ การสร้างความอุ่นใจในทริปนั้น ๆ ผ่านการซื้อประกันอุบัติเหตุ หรือประกันภัยรูปแบบต่าง ๆ แต่คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ “ถ้ามีประกันอุบัติเหตุ (Personal Accident – PA) ที่ซื้อไว้ในไทยอยู่แล้ว เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ประกันตัวนี้จะยังคุ้มครองอยู่ไหม?” หรือจำเป็นต้องซื้อประกันเดินทางต่างประเทศเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า?
เป็นที่มาที่ทำให้รู้ใจต้องมาคุยเรื่องนี้กัน เราจะมาช่วยไขข้อข้องใจแบบละเอียด พร้อมเปรียบเทียบความคุ้มครองให้เห็นชัด ๆ เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับทริปถัดไป อุ่นใจทุกการเดินทาง ตามไปดูกันเลย
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
ประกันอุบัติเหตุ (PA) ที่ซื้อในไทย คุ้มครองในต่างประเทศหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จะให้ความคุ้มครอง 24 ชั่วโมงทั่วโลก ซึ่งหากคุณเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าอยู่ในไทยหรืออยู่ต่างประเทศ คุณสามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุได้ตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
แต่แม้จะครอบคลุมทั่วโลก แต่ประกันอุบัติเหตุก็มีข้อยกเว้นต่าง ๆ เช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมศึกษาข้อยกเว้นกรมธรรม์และเงื่อนไขกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจซื้อ
ข้อจำกัดของประกันอุบัติเหตุ เมื่ออยากเคลมในต่างประเทศ
แม้ประกันอุบัติเหตุจะคุ้มครองทั่วโลก แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น
- ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง แล้วมาเบิกทีหลัง เพราะโรงพยาบาลเครือข่ายอาจไม่ครอบคลุมถึงต่างประเทศ
- ไม่คุ้มครองอาการเจ็บป่วย เนื่องจากประกัน PA จะคุ้มครองคุณจากอุบัติเหตุเท่านั้น
- ไม่ครอบคลุมการช่วยเหลือในต่างประเทศ เช่น การย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายถึงหลักล้านบาท
- วงเงินค่ารักษาต่อครั้ง อาจไม่เพียงพอต่อการรักษาในต่างประเทศ
เปรียบเทียบ ประกันอุบัติเหตุ VSประกันการเดินทาง
เพื่อให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน ว่าทำไมการมีแค่ PA อาจไม่เพียงพอสำหรับการไปเที่ยวต่างประเทศ เรามาดูการเปรียบเทียบความคุ้มครองระหว่างประกันอุบัติเหตุ และประกันเดินทางกันเลย
1. ขอบเขตความคุ้มครอง
- ประกันอุบัติเหตุ (PA) : เน้นความคุ้มครองที่เกิดจาก “อุบัติเหตุ” เท่านั้น เช่น หกล้ม รถชน หรือถูกทำร้ายร่างกาย จนนำไปสู่การบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
- ประกันเดินทาง : คุ้มครองครอบคลุม “ความเสี่ยงที่อาจเกิดระหว่างทริป” ไม่ใช่แค่การบาดเจ็บทั่วไป แต่ยังรวมถึงการเจ็บป่วยกะทันหัน และปัญหาด้านการเดินทาง เช่น เที่ยวบินดีเลย์หรือกระเป๋าเดินทางหาย เป็นต้น
2. การสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล
- ประกันอุบัติเหตุ (PA) : คุ้มครองแต่ต้องจ่ายเองไปก่อน เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการเดินทางในต่างประเทศ ส่วนใหญ่คุณจะต้อง “สำรองจ่ายค่ารักษา” แล้วสามารถนำใบเสร็จมาเคลมที่ไทยได้ ซึ่งตรงนี้แหละอาจติดปัญหาเรื่องวงเงินไม่พอหากค่ารักษาในประเทศนั้นสูงมาก ๆ
- ประกันเดินทาง : มีบริการ “ไม่ต้องสำรองจ่าย” ในโรงพยาบาลเครือข่ายของบริษัทประกัน โดยจำเป็นต้องติดต่อศูนย์ช่วยเหลือของบริษัท
3. บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน
- ประกันอุบัติเหตุ (PA) : ไม่มีบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับประเทศหรือการเคลื่อนย้ายด้วยเครื่องบินพยาบาล
- ประกันการเดินทาง : มีบริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง รวมถึงคุ้มครองการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือการส่งศพหรืออัฐิกลับภูมิลำเนา ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงอาจถึงหลักล้านบาท
4. ความคุ้มครองทรัพย์สินและการล่าช้า
- ประกันอุบัติเหตุ (PA) : ไม่คุ้มครอง
- ประกันการเดินทาง : คุ้มครองความเสียหายของกระเป๋าเดินทาง, ทรัพย์สินสูญหายจากการโจรกรรม, รวมถึงการชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า (Flight Delay) หรือการพลาดการต่อเครื่อง
5. ระยะเวลาและความคุ้มครอง
- ประกันอุบัติเหตุ (PA) : เน้นความคุ้มครองแบบรายปี คุ้มครองต่อเนื่องทั้งตอนอยู่บ้าน เดินทางไปทำงาน หรือไปเที่ยว
- ประกันการเดินทาง : เน้นความคุ้มครองระยะสั้นแบบประกันเดินทางรายทริป หรือประกันเดินทางรายปีสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย ๆ
6. บางประเทศต้องใช้ประกันเดินทางยื่นขอวีซ่า
ประกันเดินทางเป็นเอกสารสำคัญที่หลาย ๆ ประเทศกำหนดให้ใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่า โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเชงเก้น (Schengen) เพื่อแสดงว่าคนที่เดินทางมีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและเหตุฉุกเฉินระหว่างอยู่ต่างประเทศ

ไปต่างประเทศ เลือกประกันแบบไหนดี?
การตัดสินใจเลือกซื้อประกัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ และความกังวลของคุณ แต่สามารถพิจารณาตามความเหมาะสมได้ ดังนี้
กรณีที่ 1 : มีประกันอุบัติเหตุอยู่แล้ว (แบบรายปี)
หากคุณมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) แบบรายปีอยู่แล้ว ก็ถือว่ามีเกราะป้องกันพื้นฐานสำหรับอุบัติเหตุไม่คาดฝันระหว่างการเดินทางติดตัวอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องบินไปต่างประเทศ การซื้อประกันเดินทางเพิ่มเติม (Top-up) ก็เป็นตัวช่วยที่คุ้มค่าไม่น้อย เพราะเบี้ยประกันรายทริปเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาท แต่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้มากกว่า ทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ ความล่าช้าของเที่ยวบิน หรือทรัพย์สินสูญหาย ซึ่งเป็นความคุ้มครองที่ประกัน PA ไม่ได้ครอบคลุม
กรณีที่ 2 : ไม่มีประกันอะไรเลย
หากคุณไม่มีประกันใด ๆ เลย การเลือกซื้อประกันเดินทางสำหรับทริปนั้น ๆ เป็นสิ่งที่ต้องมี โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างประเทศที่ค่าครองชีพสูง เช่น ยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่น เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลเพียงครั้งเดียว อาจทำให้เงินเก็บของคุณทั้งปีหายไปได้เลย
ในการเดินทางต่างประเทศทุกครั้ง การซื้อประกันเดินทางต่างประเทศที่ให้ความคุ้มครองด้านต่าง ๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาลจากอาการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ การช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ รวมถึงความล่าช้าของสายการบิน ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดการเดินทาง การมีประกันเดินทางจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว พร้อมเพิ่มความอุ่นใจให้คุณได้ใช้เวลาเที่ยว ทำงาน หรือทำธุระในต่างประเทศได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น อุ่นใจกับความเสี่ยงที่อาจตามมา
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| คุ้มครองต่างแดน | บริการที่ให้ความคุ้มครองและดูแลคุณเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะเดินทางอยู่นอกประเทศไทย ทั้งค่ารักษาพยาบาล การชดเชยอุบัติเหตุ การเลื่อน/ยกเลิกเที่ยวบิน และการสูญหายของกระเป๋าเดินทาง |
| สำรองจ่าย | การจ่ายเงินไปก่อนล่วงหน้าด้วยเงินส่วนตัว เพื่อใช้ซื้อสินค้า บริการ หรือชำระค่าใช้จ่ายในงานต่าง ๆ โดยสามารถนำใบเสร็จมาทำเรื่องเบิกเงินคืนจากบริษัทหรือหน่วยงานในภายหลัง |