ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเชื่อมต่อถึงกัน ความเข้าใจว่าเรากำลังเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือแม้แต่ภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจ SME ที่มักตกเป็นเป้าของการโจรกรรมข้อมูล และการโจมตีแบบ Ransomware รู้ใจจะพาคุณไปรู้จักพื้นฐานด้าน Cyber Security และบทบาทของประกันภัยไซเบอร์ ที่ช่วยปกป้องคุณและธุรกิจจากความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
- ภัยคุกคามทางไซเบอร์ คืออะไร?
- รูปแบบหลักของภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ มีอะไรบ้าง?
- ประกันภัยไซเบอร์คืออะไร ข้อดีมีอะไรบ้าง?
- ข้อควรรู้สำคัญก่อนซื้อประกันภัยไซเบอร์
- ธุรกิจ SME ควรเลือกประกันไซเบอร์ยังไง?
ภัยคุกคามทางไซเบอร์ คืออะไร?
ภัยคุกคามทางไซเบอร์ คือ การกระทำหรือความพยายามที่มีเจตนาในการเจาะเข้าถึงคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย ขัดขวางการทำงาน หรือข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการขโมยข้อมูล การทำลายระบบ หรือแม้แต่การเรียกค่าไถ่ผ่าน Ransomware
ซึ่งเป้าหมายของการโจมตีอาจแตกต่างกันไปตามเจตนาของผู้โจมตี (แฮกเกอร์) แต่โดยทั่วไปจะเป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เช่น การโจรกรรมข้อมูลเพื่อขายต่อ เรียกค่าไถ่จากองค์กร หรือทำลายชื่อเสียงองค์กรเนื่องด้วยความแค้นส่วนตัว เป็นต้น
รูปแบบหลักของภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ มีอะไรบ้าง?
Cyber Treat หรือ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุผลที่องค์กรต้องหันมาใช้โซลูชันความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่อัปเดตล่าสุดอย่าง Next-Generation Firewall (NGFW) หรือ EDR และ MDR ทั้งนี้ รูปแบบหลักของ Cyber Treat ที่พบบ่อย ได้แก่
1. มัลแวร์ (Malware)
มัลแวร์ หรือ Malicious Software คือ ซอฟต์แวร์ที่มีเจตนาร้าย เช่น ไวรัส โทรจัน และสปายแวร์ โดยภัยคุกคามชนิดนี้สามารถแพร่กระจายผ่านอีเมล เว็บไซต์ และการแชร์ไฟล์ หรือกระจายตัวผ่านเครือข่ายองค์กร และสามารถทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงระบบหรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวได้ โดยไม่ได้รับอนุญาต
2. Ransomware
Ransomware คือ มัลแวร์ประเภทหนึ่ง และเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดรูปแบบหนึ่งในปัจจุบัน ทำงานโดยเข้ารหัสไฟล์หรือข้อมูลสำคัญขององค์กร แล้วเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูล นอกจากนี้การโจมตีด้วย Ransomware สามารถทำให้องค์กรต้องหยุดการดำเนินงานเป็นเวลานาน ส่งผลให้สูญเสียรายได้อย่างมากมาย

3. Phishing
ฟิชชิง (Phishing) เป็นเทคนิคการหลอกลวงที่อาศัยเทคนิควิศวกรรมสังคม (Social Engineering) โดยผู้โจมตีจะปลอมตัวเป็นหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ แล้วจึงส่งอีเมลหรือข้อความเพื่อล่อให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่านพนักงาน ข้อมูลบัตรเครดิต หรือข้อมูลส่วนตัว เพื่อนำไปใช้เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวต่อไป
4. การโจมตีแบบ DDos (Distributed Denial of Service)
การโจมตีแบบ DDos เป็นการส่งคำขอซึ่งสร้างทราฟฟิกจำนวนมาก ไปยังเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรผู้ให้บริการพร้อม ๆ กัน ซึ่งระบบส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทราฟฟิกจำนวนมาก ทำให้ระบบไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ใช้งานปกติได้ เกิดเหตุการณ์ “เว็บไซต์ล่ม” หรือบริการออนไลน์ต้องหยุดชะงักชั่วขณะ
5. การโจมตีแบบ Man-in-the-Middle (MitM)
การโจมตีรูปแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีแทรกตัวเองเข้าไปในการสื่อสารระหว่างผู้รับ และผู้ส่งภายในเครือข่าย เพื่อดักฟังหรือแก้ไขข้อมูลที่ส่งผ่าน ซึ่งมักถูกใช้เพื่อโจรกรรมข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลสำคัญอื่น ๆ
6. ภัยคุกคามจากภายใน (Insider Threat)
ภัยคุกคามชนิดนี้มีสาเหตุมาจากบุคคลภายในองค์กร หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบและข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนา ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความเสียหายได้มาก เนื่องจากมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ
ประกันภัยไซเบอร์คืออะไร ข้อดีมีอะไรบ้าง?
ในโลกที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจ การโจมตีทางไซเบอร์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การโจรกรรมข้อมูล การแฮกระบบไปจนถึงการขู่กรรโชกด้วย Ransomware ที่ทำให้ธุรกิจ SME หยุดชะงักได้ในชั่วข้ามคืน ประกันภัยไซเบอร์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะช่วยปกป้องธุรกิจของคุณจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้
โดยประกันภัยไซเบอร์ (Cyber Insurance) คือ ประกันที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์หรือความผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การถูกแฮ็ก ข้อมูลรั่วไหล การโจมตีด้วยมัลแวร์ หรือการถูกเรียกค่าไถ่ทางไซเบอร์ เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือพึ่งพาระบบ IT ในการดำเนินงาน

ประกันภัยไซเบอร์ความคุ้มครองอะไรบ้าง?
ค่าใช้จ่ายในการตอบสนองต่อเหตุการณ์
- ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์
- ค่าสืบสวนและวิเคราะห์สาเหตุ
- ค่าแจ้งเตือนลูกค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดชอบต่อบุคคลที่สาม
- ค่าเสียหายที่ต้องจ่ายให้ลูกค้าจากการรั่วไหลของข้อมูล
- ค่าปรับตามกฎหมาย PDPA และกฎหมายอื่น ๆ
- ค่าทนายความและค่าดำเนินคดี
การสูญเสียรายได้และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- รายได้ที่สูญเสียจากการหยุดชะงักของธุรกิจ
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการดำเนินงาน
- ค่าใช้จ่ายในการกู้คืนระบบ
การกู้คืนข้อมูลและระบบ
- ค่าใช้จ่ายในการกู้คืนข้อมูลที่สูญหาย
- ค่าซ่อมแซมหรือเปลี่ยนระบบ IT
- ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญในการกู้คืนระบบ
ความคุ้มครองเสริม
- ค่าใช้จ่ายในด้าน Public Relations เพื่อกู้คืนชื่อเสียง
- ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยใหม่
- ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงานเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์
หมายเหตุ: ก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยไซเบอร์ ควรศึกษาเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าครอบคลุมความเสี่ยงที่ธุรกิจของคุณต้องเผชิญจริง ๆ
ข้อควรรู้สำคัญก่อนซื้อประกันภัยไซเบอร์
หากคุณสนใจและต้องการความคุ้มครองจากการซื้อประกันภัยไซเบอร์ อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจ เพราะยังมี “ข้อควรทราบสำคัญ” ที่ควรทำความเข้าใจเพิ่มเติม โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจ SME โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้
เงื่อนไขและข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติ
- ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยพื้นฐาน
- ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่กำหนด
- ต้องแจ้งเหตุภายในเวลาที่กำหนด
สิ่งที่ไม่อยู่ในความคุ้มครอง
- ความเสียหายจากการกระทำของพนักงานที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจ
- ความเสียหายจากสงคราม หรือการก่อการร้าย
- การสูญเสียจากการลงทุนในตลาดหุ้น หรือ Cryptocurrency
ธุรกิจ SME ควรเลือกประกันไซเบอร์ยังไง?
แม้ว่าธุรกิจ SME จะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แต่หากมีการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลลูกค้า หรือทำธุรกรรมออนไลน์ ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีได้เช่นกัน มาดูวิธีเลือก Cyber Security หรือประกันภัยไซเบอร์ที่เหมาะสมมาให้ทำความเข้าใจ ดังนี้
1. ประเมินความเสี่ยงของธุรกิจ
เริ่มจากการวิเคราะห์ประเภทข้อมูลที่เก็บรักษา ประเมินระบบ IT และมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากถูกโจมตี เพื่อให้เข้าใจว่าธุรกิจของคุณมีจุดเสี่ยงตรงไหนและต้องการการป้องกันในระดับใด
2. เปรียบเทียบความคุ้มครองและราคา
เมื่อทราบความเสี่ยงแล้ว ควรเลือกแผนประกันที่เหมาะสม โดยดูทั้งขอบเขตการคุ้มครองหลักและเสริม วงเงินประกันที่สอดคล้องกับขนาดธุรกิจ และเงื่อนไขการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมและคุ้มค่า
3. ตรวจสอบประสบการณ์ และความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน
สุดท้าย อย่าลืมพิจารณาประวัติการจ่ายค่าสินไหมของบริษัท ความเชี่ยวชาญของทีมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ และความรวดเร็วในการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการดูแลอย่างมืออาชีพในเวลาที่ต้องการจริง ๆ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นทุกวัน และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมความเสียหายก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ การทำความรู้จักประกันภัยไซเบอร์ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อปกป้องธุรกิจและความอยู่รอดของบริษัทในระยะยาว
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| ทราฟฟิก | ปริมาณผู้เข้าชมหรือการรับส่งข้อมูลในโลกดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเว็บไซต์หรือเครือข่าย |
| เทคนิควิศวกรรมสังคม | การหลอกลวงโดยใช้จิตวิทยาเพื่อชักจูงให้ผู้คนเปิดเผยข้อมูลลับหรือทำสิ่งที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัย โดยอาศัยการใช้ประโยชน์จากอารมณ์ |
| Public Relations | การจัดการเชิงกลยุทธ์ด้านการสื่อสารระหว่างองค์กรกับสาธารณชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจ ความเชื่อถือ และรักษาภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร |