ขับรถเก่งแค่ไหนก็มีโอกาสพลาดด้วยเรื่องง่ายๆ ได้ทั้งนั้น

สี่เท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ประโยคนี้ยังใช้ได้อยู่ทุกยุคทุกสมัย แถมเกิดขึ้นได้กับทุกๆ เรื่องต่อให้คนๆ นั้นมีความเชี่ยวชาญหรือทำแบบซ้ำๆ เดิมๆ ในชีวิตประจำวัน การขับรถก็เช่นกัน บางทีเราแทบไม่เคยเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ไปขึ้นเหนือล่องใต้ก็ไม่เคยเกิดเฉี่ยวชนใดๆ แต่ทำไมดันมาเกิดแบบง่ายดายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นความผิดพลาดที่เกิดจากความประมาทและชะล่าใจหรือไปถึงความไม่ตั้งใจของผู้อื่น ซึ่งจะมีอะไรบ้างเราไปดูพร้อมๆ กัน

จอดเบียดฟุตบาท กรณีนี้เรียกว่าพลาดกันได้ง่ายๆ แถมบางครั้งยังเป็นตำแหน่งที่เดิมที่มักจอดเป็นประจำ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มักกะจังหวะตามความเคยชิน แต่บางครั้งอาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สายโทรศัพท์คุณดังขึ้นพอดี หรือไม่ก็มัวแต่มองอะไรบางสิ่งบางอย่างแบบเพลินๆ โดยไม่ทันระวัง รู้อีกทีก็ได้ยินเสียงดังของยาง-ล้อแม็กเบียดและสเกิร์ตเบียดกับฟุตบาทไปซะแล้ว ดังนั้นต่อให้คุ้นเคยหรือชินกับการจอดแค่ไหน ก็ต้องใช้ความระมัดระวังอยู่ดี

เปิดประตูรถชนเสา เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเสาบ้านหรือเสาตึก (ลานจอดห้างสรรพสินค้าหรือออฟฟิศ) บางทีก็จอดกันประจำแท้ๆ แต่บังเอิญวันนั้นดันถอยเข้าผิดเหลี่ยม หรือจอดในห้างรถข้างๆ ดันจอดเบียดเกินเขตจอดมา ทำให้เราต้องเบียดชิดไปอีกฝั่ง ซึ่งบางทีไม่ทันระวังเปิดประตูด้วยน้ำหนักปกติเหมือนที่เคยทำ ก็อัดเข้าเต็มลำกับเสาแบบไม่ต้องชะงัก ทางที่ดีดูซ้ายดูขวาเพื่อความแน่ใจก่อนเปิดประตูออกไป

ถอยรถชนกระถางต้นไม้ในบ้าน ร้อยวันพันปีไม่เคยโดน แต่วันนั้นดันบังเอิญมีคนในบ้านมาขยับปรับเลื่อนกระถางต้นไม้ ยิ่งรถคุณไม่มีสัญญาณกะระยะหรือกล้องมองหลัง ก็ให้พึงระวังว่ามีความเสี่ยงเสมอ เพราะหากผิดตำแหน่งจากเดิมไปแค่หนึ่งฝ่ามือก็ถอยชนได้ทันที วิธีดีที่สุดหากไม่มั่นใจ จะเสียเวลาลงมาดูก่อนก็ช่วยลดความเสี่ยงนั้นได้

น้ำมันหมดกลางทาง แม้ว่าเกิดขึ้นยากแต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ อย่างในกรณีเกจน้ำมันขึ้นไฟเตือนให้เติม ซึ่งผู้ขับก็ตั้งใจไว้แล้วว่าเดี๋ยวจะเติมที่ปั๊มประจำเพราะมีสะสมแต้มซึ่งอยู่ห่างไกลออกไป ซึ่งกะเกณฑ์ไว้แล้วว่ายังไงก็ไปถึงแน่นอน แต่วันนั้นบังเอิญดันฝนตกหนักรถติดเป็นชั่วโมงๆ แบบไม่ขยับเขยื้อน ครั้นจะกลับรถไปปั๊มใกล้ๆ ฝั่งตรงข้ามก็ทำไม่ได้ แบบนี้ก็เตรียมโบกพี่วินไปซื้อน้ำมันได้เลย ทางที่ดีอย่าชะล่าใจหากไฟเตือนโชว์ก็ควรเติมติดถังไว้ก่อนเพื่อความอุ่นใจ หรือลดครึ่งถังแล้วสักพักก็ควรเติมไว้เลย

กระจกมองข้างโดนเฉี่ยว กรณีนี้เชื่อว่าหลายๆ คนที่ขับรถส่วนใหญ่เคยมีประสบการณ์มาแล้วทั้งสิ้น ซึ่งปัจจัยก็มีหลายสาเหตุ อย่างแรกคือบรรดาสิงห์สองล้อพลาดมาโดน ที่คิดว่าช่องว่างระหว่างรถกับรถนั้นกว้างเป็นเมตรทั้งที่มีอยู่แค่ไม่ถึง 2 ฟุต (60 ซม.) ฉะนั้นโอกาสที่จะรูดเกี่ยวเข้ากับกระจกมองข้างรถคู่ใจของคุณก็เกิดขึ้นได้เสมอ อีกกรณีคือช่วงรถติดๆ คุณดันไปจอดคร่อมเลน การที่มอเตอร์ไซค์จะซิกแซกผ่านไปได้ก็ดูแล้วลำบาก แถมบางคนก็หัวร้อนจนไร้เหตุผลขับเฉี่ยวชนกระจกมองข้างรถคุณเอาดื้อๆ เพราะดันไปสะดุดต่อมหมั่นไส้เข้าให้ ทางที่ดีช่วงจังหวะรถติดก็ควรจอดรถให้ตรงเลนหรือหัดมองกระจกมองข้างบ่อยๆ พร้อมสังเกตว่าบรรดาพี่ๆ นักบิดขี่ผ่านไปได้ไหม หากเห็นว่าแคบหรือเสี่ยงจะเกี่ยวเฉี่ยวกระจก ก็เคลื่อนรถหลบให้พวกเค้าหน่อย คิดเสียว่าแสดงน้ำใจต่อเพื่อนร่วมถนน

พาหน้ารถเฉี่ยวกำแพง, รถคันอื่น หรืออะไรก็ตามแต่ กรณีนี้ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือเก่าหลายปี ก็มีโอกาสพลาดได้ โดยเฉพาะที่แคบๆ มืดๆ กะระยะลำบาก เช่น ลานจอดรถแคบๆ หรือแม้แต่เปลี่ยนเลนตอนรถติด กรณีแบบนี้ในบางครั้งหากไม่แน่ใจในระยะจริงๆ ให้ค่อยๆ ถอยเพื่อเพิ่มระยะเลี้ยวให้มากขึ้น เสียเวลานิดหน่อยแต่คุ้มกว่าเยอะ

สุดท้ายก็อย่าลืมเพิ่มความอุ่นใจในการเดินทาง ด้วยประกันรถที่รู้ใจคุณที่สุด กับ Roojai.com ประกันรถออนไลน์ พร้อมบริการคุณตลอดเวลา เช็คเบี้ยออนไลน์ได้ราคาทันทีผ่านเว็บไซต์ กับราคาที่แฟร์กว่า คำนวณตามลักษณะการขับขี่ของคุณโดยเฉพาะ