ก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปในประเทศหรือต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่นักเดินทางในยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญ คือ ประกันการเดินทาง ไม่ว่าจากบัตรเครดิตหรือซื้อเพิ่มก็ตาม เพราะอุบัติเหตุ ความล่าช้า หรือเหตุไม่คาดฝัน ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอน แต่หากเกิดขึ้นแล้ว “ความคุ้มครอง” คือสิ่งที่ช่วยประคับประคองทั้งแผนเที่ยว และกระเป๋าสตางค์ได้ดีที่สุด
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
- รู้ลึก ประกันเดินทางมาจากช่องทางไหนได้บ้าง?
- เปรียบเทียบประกันเดินทาง แยกซื้อ vs ฟรีจากบัตรเครดิต
- ซื้อประกันการเดินทางแบบไหน เหมาะกับใครที่สุด?
รู้ลึก ประกันเดินทางมาจากช่องทางไหนได้บ้าง?
ก่อนจะตัดสินใจว่าควรเลือกประกันแบบไหน มาทำความเข้าใจช่องทางที่จะได้รับประกันการเดินทางต่างประเทศและในประเทศที่เจอบ่อย ๆ คือ
1. ประกันเดินทางฟรีหรือซื้อเพิ่มจากตั๋วเครื่องบิน
ข้อดี
- สมัครง่าย ไม่ต้องกรอกข้อมูลเยอะ
- เหมาะกับคนที่อยากได้ความคุ้มครองพื้นฐาน
- ส่วนใหญ่มักครอบคลุมแค่ช่วงเวลาที่บินจริง
ข้อจำกัด
- วงเงินคุ้มครองไม่สูง
- ความคุ้มครองด้านสุขภาพและอุบัติเหตุค่อนข้างจำกัด
- มักไม่ครอบคลุมกิจกรรมเสี่ยง หรือสัมภาระมูลค่าสูง
2. ประกันเดินทางฟรีจากบัตรเครดิต (ประกันฟรีที่หลายคนมองข้าม)
นี่คือรูปแบบที่หลายคนใช้โดยไม่รู้ตัว เพราะบัตรเครดิตระดับกลาง-สูง มีสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถือบัตรจะแถมประกันการเดินทางต่างประเทศฟรีมาให้
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้
- ต้องชำระค่าตั๋วเครื่องบินผ่านบัตรนั้น
- วงเงินความคุ้มครองแตกต่างกันตามระดับบัตร
ข้อดี
- ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
- เหมาะกับสายเดินทางบ่อย
- ครอบคลุมเหตุพื้นฐาน เช่น อุบัติเหตุ เที่ยวบินล่าช้า
ข้อจำกัด
- อาจมีการกำหนดยอดขั้นต่ำที่ต้องจ่ายผ่านบัตร
- อาจมีการจำกัดจำนวนครั้ง เช่น 1-2 ทริปต่อปี ขึ้นอยู่กับบริษัท
- ชื่อบนบัตรต้องตรงกับชื่อผู้เอาประกัน
- รายละเอียดความคุ้มครองต้องอ่านให้ละเอียด
3. ซื้อประกันการเดินทางแยกด้วยตัวเอง
การซื้อประกันการเดินทางแยก คือ การเลือกกรมธรรม์โดยตรงจากบริษัทประกัน
จุดเด่น
- เลือกแผนได้ตรงกับไลฟ์สไตล์
- วงเงินค่ารักษาพยาบาลสูง
- ปรับความคุ้มครองได้ทั้ง ประกันเดินทางในประเทศ และต่างประเทศ
- เลือกให้ครอบครัวหรือเพื่อนร่วมทริปได้
ข้อจำกัด
- คนที่เดินทางต่างประเทศบ่อย
- ทริปยาว เที่ยวหลายประเทศ
- ผู้ที่มีกิจกรรมเสี่ยง เช่น สกี ดำน้ำ ปีนเขา

เปรียบเทียบประกันเดินทาง แยกซื้อ vs ฟรีจากบัตรเครดิต
เมื่อพูดถึงประกันเดินทาง หลายคนมักลังเลระหว่างการ ซื้อประกันการเดินทางแยก กับการใช้ ประกันการเดินทางกับบัตรเครดิต ที่ได้มาแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม เพราะบนกระดาษอาจดูคล้ายกัน มีความคุ้มครอง มีวงเงิน และช่วยรองรับเหตุไม่คาดฝันระหว่างทริปได้เหมือนกัน
แต่ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม เช่น วงเงินค่ารักษาพยาบาล เงื่อนไขการเคลม หรือขอบเขตความคุ้มครอง กลับเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ประกันทั้งสองแบบ “ต่างกันมากกว่าที่คิด”
1. วงเงินความคุ้มครอง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกประกันเดินทางคือ “วงเงินคุ้มครอง” เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจริง ค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล อาจสูงกว่าที่คิดหลายเท่า
- ประกันการเดินทางฟรีจากบัตรเครดิต: วงเงินคุ้มครองมักถูกกำหนดมาแบบตายตัว ไม่สามารถปรับเพิ่มได้ จะเน้นความคุ้มครองกรณีพื้นฐาน เช่น อุบัติเหตุ เสียชีวิต ความคุ้มครองเที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าหาย เป็นต้น
- ซื้อประกันการเดินทางแยก: สามารถเลือกวงเงินได้ตามความต้องการ โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ โดยเลือกวงเงินที่สูงขึ้นเมื่อเดินทางไปประเทศที่ค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์สูง ช่วยลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายส่วนเกิน หากต้องเข้ารักษาโรงพยาบาลฉุกเฉิน
2. ความยืดหยุ่น
ความยืดหยุ่นของประกันส่งผลโดยตรงต่อการใช้งานจริง โดยเฉพาะกรณีที่แผนการเดินทางมีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
- ประกันการเดินทางฟรีจากบัตรเครดิต: เงื่อนไขถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่สามารถปรับแก้ได้ ความคุ้มครองจะเริ่มและสิ้นสุดตามเงื่อนไขของบัตร และอาจมีการกำกัด เช่น 1-2 ทริปต่อปี
- ซื้อประกันการเดินทางแยก: สามารถเลือกวันเริ่มต้นและสิ้นสุดความคุ้มครองได้เอง ปรับระยะเวลาประกันให้เหมาะกับทริปสั้นหรือทริปยาวได้ เลือกความคุ้มครองเฉพาะด้านที่ต้องการ เช่น สุขภาพ สัมภาระเสียหาย/สูญหาย หรืออุบัติเหตุ จึงเหมาะกับผู้ที่มีแผนเดินทางยืดหยุ่น หรือเดินทางบ่อยตลอดปี
3. ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์
แม้ประกันจะช่วยลดความเสี่ยงได้เหมือนกัน แต่ขอบเขตความคุ้มครองคือสิ่งที่ทำให้ประกันแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างชัดเจน
- ประกันการเดินทางฟรีจากบัตรเครดิต: ครอบคลุมเฉพาะเหตุการณ์หลักที่กำหนดไว้ และมักเน้นอุบัติเหตุร้ายแรงและเหตุฉุกเฉินขั้นพื้นฐาน อีกทั้งยังมีความคุ้มครองด้านสัมภาระหรือเที่ยวบินอาจมีเงื่อนไขจำกัด
- ซื้อประกันการเดินทางแยก: เลือกได้ว่าจะครอบคลุมเหตุการณ์แบบไหน หรือจะให้คุ้มครองที่พบบ่อยระหว่างการเดินทาง ชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า หรือไฟลต์ยกเลิก คุ้มครองกรณีกระเป๋าเดินทางล่าช้า สูญหาย หรือเสียหาย เป็นต้น ให้ความอุ่นใจมากกว่า โดยเฉพาะการเดินทางต่างประเทศ

ซื้อประกันการเดินทางแบบไหน เหมาะกับใครที่สุด?
การเลือกซื้อประกันการเดินทางให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ใช่แค่ดูว่าราคาถูกหรือแพง แต่ต้องพิจารณาว่า ความคุ้มครองตอบโจทย์การใช้งานจริงมากแค่ไหน ดังนั้นมาดูกันเลยว่า ประกันแต่ละรูปแบบเหมาะกับใคร ใช้ในสถานการณ์แบบไหน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และเดินทางได้อย่างมั่นใจมากกว่าเดิมในทุกทริป
สายประหยัด เน้นสิทธิประโยชน์ที่มีอยู่แล้ว
- เลือกประกันการเดินทางฟรีจากบัตรเครดิต: เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายของทริป โดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม
- อย่าลืมอ่านเงื่อนไขให้ละเอียด: จุดบอดที่พบบ่อยคือ “วงเงินความคุ้มครอง” ของประกันเดินทางจากบัตรเครดิตมักจะต่ำกว่าประกันแบบซื้อแยก และบางใบอาจคุ้มครองเฉพาะตัวเจ้าของบัตร ไม่รวมผู้ร่วมทริป
- เหมาะกับทริปสั้น ไม่มีแผนเสี่ยง : เหมาะกับประเทศที่ค่าครองชีพไม่สูงมาก เน้นเดินเล่นในเมือง ไม่มีการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม เช่น สกีหรือปีนเขา
สายเที่ยวจริงจัง เน้นความอุ่นใจ
- อประกันการเดินทางแยก: การซื้อกับบริษัทประกันโดยตรงจะให้วงเงินที่สูงกว่ามาก โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล ทั้งบาดเจ็บและเจ็บป่วย ซึ่งสำคัญมากหากไปโซนยุโรปหรืออเมริกา
- เลือกแผนที่ครอบคลุมกิจกรรม: หากในทริปมีกิจกรรมอย่างการขับขี่มอเตอร์ไซค์, กีฬาเอ็กซ์ตรีม หรือการไปในพื้นที่ห่างไกล ให้เช็คก่อนว่ามีความคุ้มครองเหล่านี้ด้วยหรือไม่
- อุ่นใจมากกว่า: มีบริการ Travel Assistance 24 ชั่วโมงที่ติดต่อได้ง่ายกว่า และมีการไม่ต้องสำรองจ่ายในเครือข่ายโรงพยาบาลของประกัน ซึ่งช่วยได้มาก ๆ สำหรับคนที่ไม่ได้มีเงินสำรองเยอะ
ถ้าอยากคุ้มสุด กลยุทธ์แบบ Hybrid เพื่อปิดช่องโหว่
- ประกันการเดินทางฟรีจากบัตรเครดิตเป็นฐาน: ใช้สิทธิพื้นฐานจากบัตรเครดิต/ ตั๋วเครื่องบิน สำหรับความคุ้มครองอุบัติเหตุหลัก ๆ และ Flight Delay
- เสริมประกันแยกเฉพาะส่วนที่ขาด : ซื้อประกันแบบรายเที่ยว (Single Trip) เน้นค่ารักษาพยาบาล การยกเลิกทริปหรือความคุ้มครองทรัพย์สิน
ประกันการเดินทางที่ปรับแต่งแผนได้ ช่วยคุณได้มากกว่า
ประกันเดินทางแบบ Customize (ปรับแต่งแผนได้) จ่ายเฉพาะที่ใช้ คุ้มครองเฉพาะที่เสี่ยง ช่วยให้คุณบริหารงบได้ดีมากขึ้น โดยเฉพาะในคนที่ไม่ได้ต้องการความคุ้มครองบางอย่าง หรือซื้อเสริมจากสิทธิ์ที่คุณมีตัวอย่างเช่น
- หากคุณไปทริปถ่ายภาพก็สามารถเลือกซื้อวงเงินคุ้มครองทรัพย์สิน เสริมจากค่ารักษาพยาบาล เพื่อให้ความคุ้มครองกล้องและกระเป๋าเดินทางสูงขึ้น
- หากไปประเทศที่ค่ารักษาแพง ก็เน้นเฉพาะ หมวดความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพให้ครอบคลุมสูงสุดแทน
ประกันเดินทางที่ปรับแต่งแผนได้แบบนี้ ช่วยให้ประหยัดงบและจ่ายเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริง ๆ ไม่ต้องจ่ายเบี้ยแบบเหมาจ่าย และประกันเดินทางไม่ได้ราคาแพงอย่างที่หลายคนคิด ลองเช็คราคาประกันเดินทางออนไลน์กับรู้ใจได้เลย ไม่ต้องโทร
ความจริงแล้วการเลือกประกันการเดินทาง ไม่ว่าจากบัตรเครดิต ตั๋วเครื่องบิน หรือการซื้อประกันแยก ไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีกว่ากัน แต่จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเดินทาง ประเทศปลายทาง กิจกรรมที่ทำ และความเสี่ยง หากคุณต้องได้ความคุ้มครองแค่พื้นฐาน ประกันการเดินทางบัตรเครดิตก็อาจเพียงพอ แต่หากคุณต้องการความอุ่นใจ การซื้อประกันการเดินทางแยก คือการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| กิจกรรมเสี่ยง | การกระทำหรือพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย ความสูญเสียต่อร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สิน หรือชีวิต ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น |
| ทริปสั้น | การเดินทางท่องเที่ยวหรือการเดินทางไปทำธุระระยะเวลาสั้นๆ (มักเป็นแบบไป-กลับ หรือค้างคืนเพียง 1-2 คืน) |