Roojai

5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับแบตเตอรี่รถไฟฟ้า EV

Article Roojai Verified
เปิด 5 เรื่องที่เข้าใจผิด เกี่ยวกับแบตเตอรี่รถไฟฟ้า EV | รู้ใจประกันรถยนต์ไฟฟ้า

กระแสการขยับจากน้ำมันมาสู่พลังงานสะอาดกำลังมาแรง บางคนบอกซื้อก่อนประหยัดก่อน แต่บางคนก็บอกซื้อหลังประหยัดกว่า ทว่าสิ่งที่ยังเป็น “กำแพง” กั้นใจหลายคนอยู่ก็คือ ความกังวลเรื่องแบตรถไฟฟ้า ที่เต็มไปด้วยข่าวลือหนาหูและข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เช่น เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ที่อาจแพงเท่าตัวรถ หรือความกลัวว่าแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าจะเสื่อมไว วันนี้รู้ใจจะมากะเทาะเปลือกความเชื่อเดิม ๆ เพื่อให้คุณมั่นใจกับแบตเตอรี่ EV มากขึ้นกว่าเดิม และเข้าใจกลไกของแบตเตอรี่รถไฟฟ้าอย่างลึกซึ้งก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ 

1. เข้าใจผิดว่าแบตรถไฟฟ้า ต้องเปลี่ยนทุก 3-5 ปี

หลายคนอาจกังวลว่าแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าจะเสื่อมเร็วเหมือนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ตโฟน สมาร์ตวอทช์ ที่ใช้งานไม่กี่ปีก็แบตเสื่อม แต่ในความเป็นจริง แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาพร้อมระบบจัดการพลังงานที่ซับซ้อนและมีความทนทานสูงกว่ามาก เพื่อรองรับการใช้งานหนักตลอดอายุการใช้งานของรถ

ด้วยพัฒนาการด้านเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการแบตเตอรี่ที่ก้าวหน้า รวมถึงการรับประกันแบตจากบริษัทรถยนต์ ความกังวลเรื่องการต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ภายในเวลาไม่กี่ปีจึงลดลงอย่างมาก เทคโนโลยีการผลิตได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ไปสู่ความทนทานระดับทศวรรษ โดยแบตรถมี

  • ระบบ BMS (Battery Management System): ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิและการจ่ายไฟอย่างละเอียด ซึ่งในมือถือแทบไม่มีระบบที่ซับซ้อนขนาดนี้
  • ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว: ช่วยรักษาอุณหภูมิแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุดตลอดเวลา ลดการสึกหรอของเซลล์
  • การรับประกันจากค่ายรถ: ส่วนใหญ่รับประกันแบตเตอรี่ EV นานถึง 8 ปี หรือ 150,000-160,000 กิโลเมตร ซึ่งยืนยันได้ว่ามันไม่ได้พังง่ายอย่างที่คิด

อย่างไรก็ตามแม้ตัวแบตเตอรี่จะมีความทนทานสูง แต่การมีแผนสำรองไว้จัดการความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบไฟฟ้าก็เป็นสิ่งสำคัญ ประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV ชั้น 1 ที่รู้ใจ ดูแลทั้งรถและแบต EV จากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รถชน ภัยธรรมชาติ การโจรกรรม และไฟไหม้ เช็คราคาออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม.

ไขคำตอบ เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิด เกี่ยวกับแบตรถไฟฟ้า | รู้ใจประกันรถยนต์ไฟฟ้า

2. เข้าใจผิดว่าถ้าแบตเสียเพียงนิดเดียว ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด 

ความน่ากลัวที่สุดของคนใช้รถไฟฟ้า คือ “ราคา” ในการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งหลายคนกังวลว่าหากเซลล์ภายในเสียหายแม้แต่จุดเดียว จะต้องจ่ายเงินหลักแสนเพื่อเปลี่ยนใหม่ทั้งลูก ในความเป็นจริงแบตเตอรี่รถไฟฟ้าถูกออกแบบมาให้ประกอบขึ้นจากโมดูลย่อย ๆ ซึ่งมีนวัตกรรมที่รองรับการซ่อมแซมเฉพาะจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสียจุดไหนเปลี่ยนแค่ตรงนั้นได้ ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งลูกยกแผงหรือทั้งระบบ โดยแบตรถ EV จะใช้ 

  • โครงสร้างแบบ Modular Design: แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าประกอบด้วย Battery Cells รวมกันเป็น Module และหลาย Module รวมกันเป็น Pack หากเสียแค่บางจุด ช่างสามารถเปลี่ยนแค่ Module นั้น ๆ ได้
  • ค่าใช้จ่ายที่ลดลง: การซ่อมเฉพาะส่วนช่วยประหยัดงบประมาณได้มหาศาล เมื่อเทียบกับการซื้อใหม่ทั้งลูก
  • ตลาดการซ่อมแบตเตอรี่: ปัจจุบันเริ่มมีศูนย์บริการนอกที่เชี่ยวชาญการเช็คสุขภาพและซ่อมแซมแบตเตอรี่ EV เพิ่มมากขึ้น ทำให้ทางเลือกของผู้บริโภคไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ศูนย์บริการเพียงอย่างเดียว

3. เข้าใจผิดว่าชาร์จ DC บ่อย ๆ จะทำให้แบตพัง

การชาร์จแบบด่วน (DC Fast Charge) ช่วยเพิ่มความสะดวก เพราะชาร์จได้รวดเร็ว แต่ก็มีหลายคนที่บอกว่าทำให้แบตพังเร็ว  

ในทางเทคนิค การชาร์จด้วยกำลังไฟสูง ๆ ซึ่งทำให้ชาร์จได้เร็ว จะเพิ่มความร้อนและอาจเร่งการเสื่อมของแบตเตอรี่ได้มากกว่าการชาร์จปกติอยู่บ้าง แต่การที่ “เสื่อมเร็วกว่า AC” ไม่ได้แปลว่า “พังเร็ว” โดย 

  • DC Fast Charge มีแนวโน้มทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าการชาร์จ AC เนื่องจากความร้อนและความเครียดต่อเซลล์แบตเตอรี่ที่สูงกว่า
  • แต่รถ EV โดยเฉพาะรุ่นใหม่ ๆ มี BMS และระบบจัดการความร้อนช่วยลดผลกระทบจากความร้อนดังกล่าว
  • ผู้ผลิตหลายแบรนด์ออกแบบรถให้รองรับการชาร์จ DC Fast Charge ในการใช้งาน โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการความรวดเร็วหรือเดินทางไกล
  • ไม่ได้หมายความว่าชาร์จ DC แล้วแบตจะพังไวหรืออันตราย

แม้จะชาร์จ DC ได้ แต่สำหรับการใช้งานประจำวัน การชาร์จแบตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ AC (ชาร์จช้า) จะช่วยลดความร้อนสะสมและความเครียดต่อแบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่ทำงานในสภาวะที่อ่อนโยนมากขึ้น 

ชาร์จ DC กับ ชาร์จ AC ทำแบตเสื่อมแค่ไหน?

ข้อมูลชี้ว่า รถ EV ที่ชาร์จ DC Fast Charge กำลังสูงเป็นประจำ มีอัตราการเสื่อมของแบตเตอรี่เฉลี่ยประมาณ 3% ต่อปี เทียบกับราว 1.5% ต่อปีในรถที่ชาร์จ AC หรือใช้การชาร์จกำลังต่ำเป็นหลัก 

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างนี้ไม่ได้หมายความว่าแบตเตอรี่จะเสื่อมเร็วจนใช้งานไม่ได้ แต่สะท้อนให้เห็นว่ากำลังไฟในการชาร์จเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ในระยะยาว ซึ่งยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อแบตรถ EV ด้วยเช่นกัน

ที่มา: ข้อมูลสุขภาพแบตเตอรี่จากรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 22,700 คัน จาก 21 แบรนด์ ตามรายงาน Updated electric vehicle (EV) battery health data โดย geotab.com 

4. เข้าใจผิดว่าแบตรถไฟฟ้าลุยน้ำท่วมไม่ได้ หรือชาร์จตอนฝนตกไม่ได้

ภาพจำของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โดนน้ำแล้วลัดวงจร ทำให้กังวลมากเวลาเจอสถานการณ์ฝนตกหนักหรือน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะกับแบตรถไฟฟ้าติดตั้งอยู่บริเวณพื้นตัวรถ หลายคนจึงกลัวการขับรถ EV ลุยน้ำหรือการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ากลางสายฝน แต่ในเชิงวิศวกรรมแล้ว มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นที่ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้านั้นอยู่ในระดับสูง โดย 

  • มาตรฐาน IP67/IP68/IP69K: แบตเตอรี่รถ EV ได้รับการออกแบบให้มีการป้องกันน้ำและฝุ่นในระดับสูง โดย IP67 สามารถทนการแช่น้ำลึก 1 เมตรเป็นเวลา 30 นาทีตามมาตรฐานการทดสอบ ขณะที่บางรุ่นมีมาตรฐานสูงกว่านั้น
  • ระบบตัดไฟอัตโนมัติ: หากมีความผิดปกติหรือการรั่วไหลของกระแสไฟ ระบบจะตัดการทำงานเพื่อความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ
  • การชาร์จกลางฝน: หัวชาร์จและช่องชาร์จถูกออกแบบให้ใช้งานกลางแจ้งได้ พร้อมซีลป้องกันน้ำและระบบตรวจสอบความปลอดภัยหลายชั้น จึงสามารถชาร์จได้แม้ในสภาพฝนตก แต่ต้องใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน แต่หากไม่แน่ใจ การเลือกชาร์จในพื้นที่แห้งหรือมีหลังคาก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้อีกระดับ
ชาร์จ DC บ่อย ๆ ทำให้แบตพังจริงมั้ย รู้ใจมีคำตอบ

5. เข้าใจผิดว่าแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ดี ต้องซื้อรุ่นที่ความจุเยอะที่สุดเท่านั้น

การเลือกซื้อรถ EV โดยมองแค่ตัวเลข kWh ที่สูงที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบที่คุ้มค่าเสมอไป เพราะระยะทางวิ่งไม่ได้ขึ้นกับความจุแบตเตอรี่อย่างเดียว แต่ขึ้นกับประสิทธิภาพของรถ (Wh/km) ด้วย  

รถที่แบตใหญ่กว่าอาจวิ่งได้ไกลกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุ้มค่าสำหรับทุกคน เพราะแบตใหญ่ขึ้น = น้ำหนักเพิ่มขึ้น จะตามมาด้วยน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นและการสิ้นเปลืองพลังงาน การเลือกแบตเตอรี่รถยนต์ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การขับขี่จริง จะช่วยให้คุณประหยัดทั้งค่ารถและค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ 

  • แบตเตอรี่ที่มีความจุสูงขึ้นมักทำให้น้ำหนักรถเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อระยะเบรกและการสึกหรอของยาง
  • หากใช้รถในเมืองเป็นหลัก หรือขับรถในระยะทางไม่ไกลเป็นประจำ การจ่ายเพิ่มเพื่อแบตเตอรี่ขนาดใหญ่มากอาจไม่ได้สร้างประโยชน์ที่คุ้มค่ากับการใช้งานจริง
  • ปัจจุบันสถานีชาร์จมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเลือกแบตเตอรี่ขนาดเหมาะสมที่ตอบโจทย์การใช้งานและรองรับการชาร์จเร็วได้ดี อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการเลือกแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดเสมอไป

จากการเจาะลึกความเชื่อผิด ๆ ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีแบตรถไฟฟ้าในปัจจุบัน ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ไปไกลมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความทนทาน ความปลอดภัย หรือความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การทำความเข้าใจวิธีใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์ที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ได้อย่างสบายใจไปอีกนาน 

สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)  

คำจำกัดความ 

kWh หน่วยวัดปริมาณพลังงานที่แบตเตอรี่รถเก็บได้ เปรียบเสมือน “ขนาดถังน้ำมัน” ของรถ EV
AC Charge การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับแบบเดียวกับที่ใช้ในบ้าน โดยรถจะต้องแปลงไฟก่อนส่งเข้าแบตเตอรี่ จึงใช้เวลาชาร์จนานกว่า
DC Fast Charge การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรงที่ส่งเข้าแบตเตอรี่โดยตรง ทำให้ชาร์จได้รวดเร็วกว่า เหมาะสำหรับการเดินทางไกลหรือเมื่อต้องการเติมไฟในเวลาสั้น ๆ
ลัดวงจร การที่กระแสไฟฟ้าไหลครบวงจรโดยผ่านเส้นทางที่มีความต้านทานต่ำมากหรือไม่ผ่านอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟฟ้าจำนวนมหาศาลไหลผ่านเส้นทางนั้น ส่งผลให้เกิดความร้อนสูง ประกายไฟ และอาจเกิดเพลิงไหม้ได้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งานและเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ เมื่อคุณใช้เว็บไซต์ต่อไปถือว่าคุณยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา