Roojai

จอดรถกลางแจ้ง vs จอดในร่ม ส่งผลต่ออายุรถแค่ไหน?

Article Roojai Verified
รถจอดกลางแจ้ง vs จอดในร่ม ส่งผลต่ออายุรถยังไง มีคำตอบ

การตัดสินใจว่าจะจอดรถไว้ที่ไหน อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แต่ในระยะยาว “สถานที่” คือตัวกำหนดว่ารถของคุณจะดูใหม่ไปอีก 10 ปี หรือจะดูโทรมภายใน 3 ปี ที่จอดรถไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับวางรถทิ้งไว้เท่านั้น ดังนั้นเรามาเจาะลึกความแตกต่างระหว่างการจอดรถในร่ม และการจอดรถกลางแจ้ง พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบในทุกมิติ เพื่อให้คุณวางแผนการดูแลรถยนต์ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด! ไปดูกันเลย

ผลกระทบจากการจอดรถแต่ละแบบ ที่มากกว่าแค่เรื่องความร้อน 

การเลือกที่จอดรถส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้ง “รูปลักษณ์ภายนอก” และ “ระบบกลไกภายใน” โดยมีศัตรูตัวฉกาจที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสภาวะ เช่น

จอดรถกลางแจ้ง ส่งผลยังไงต่อรถ? 

สำหรับเมืองไทยที่อากาศร้อน 35-40°C และรังสี UV ค่อนข้างแรง รถที่ต้องจอดกลางแจ้งทุกวัน 8 ชั่วโมง มีโอกาสที่อุณหภูมิภายในห้องโดยสารจะสูงเกิน 60°C ได้ในวันที่แดดจัด ซึ่งเร่งการเสื่อมของวัสดุ เมื่อรถต้องเผชิญกับแสง UV และความร้อนสะสมเป็นเวลานาน สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ 

  • สีรถซีดจางและแตกลายงา เพราะความร้อนและรังสี UV ทำลายชั้นแลคเกอร์ ทำให้สีรถดูหม่นและหลุดล่อน
  • วัสดุภายในเสื่อมสภาพ โดยคอนโซลหนังหรือพลาสติกจะกรอบและแตกหักได้ง่ายเนื่องจากอุณหภูมิในห้องโดยสารที่อาจพุ่งสูงถึง 60-70°C
  • ยางและซีลยางเสื่อมสภาพ ขอบยางประตูและใบปัดน้ำฝนจะแข็งตัวเร็วกว่าปกติ ทำให้ประสิทธิภาพในการกันน้ำและเก็บเสียงทำได้ไม่ดีเท่าเดิม

จอดรถในร่ม ส่งผลยังไงต่อรถ? 

การจอดรถในร่มมีผลดีต่อรถหลายด้าน เพราะช่วยลดการสัมผัสกับ แสงแดด ความร้อน ฝน ความชื้นต่าง ๆ โดยตรง โดยส่งผลดีต่อตัวรถดังนี้ 

  1. วยรักษาสีรถและตัวถัง รังสี UV ทำให้สีซีด หมอง และแลคเกอร์เสื่อม ลดโอกาสเกิดคราบน้ำ ตัวถังดูใหม่ได้นานกว่า
  2. ช่วยยืดอายุวัสดุภายในห้องโดยสาร คอนโซล พวงมาลัย เบาะหนัง และชิ้นส่วนพลาสติกไม่โดนความร้อนจัดซ้ำ ๆ ลดการแตกร้าว สีซีด หรือการลอกของวัสดุตกแต่ง
  3. ดีต่อยางและซีลยาง ยางขอบประตู ยางปัดน้ำฝน และซีลต่าง ๆ ไม่โดนแดดตลอดเวลา ลดการแข็งตัวและการแตกร้าว
  4. ลดภาระระบบแอร์รถยนต์ เพราะห้องโดยสารไม่ร้อนจัด แอร์ทำงานหนักน้อยลงเมื่อสตาร์ทรถ
  5. ลดความเสียหายจากธรรมชาติ เช่น ลูกเห็บ ขี้นก ยางไม้ และลดความเสี่ยงจากกิ่งไม้หรือเศษวัสดุปลิวใส่รถ
ข้อดีของการจอดรถในที่จอดรถในร่ม | รู้ใจ

ข้อดี-ข้อเสีย ของการจอดรถกลางแจ้ง vs ในร่ม 

ด้วยความที่ผลกระทบที่ได้รับจากการจอดรถทั้งในร่ม และการจอดรถกลางแจ้งแตกต่างกันออกไป แน่นอนว่าข้อดีและข้อเสียก็แตกต่างด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจึงเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของทั้งสองรูปแบบ เพื่อให้ประเมินความเสี่ยงได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น 

จอดรถกลางแจ้ง 

การจอดรถกลางแจ้งเป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้ทั่วไป ทั้งที่บ้าน คอนโด หรือสถานที่สาธารณะ แม้จะสะดวกและเข้าถึงได้ง่าย แต่ก็ต้องแลกมากับการเผชิญสภาพอากาศโดยตรง โดยมีข้อดีและข้อเสีย ดังนี้ 

ข้อดี 

  • หาที่จอดได้ง่ายกว่า ไม่ต้องวนรถหาในอาคารที่เบียดเสียด
  • อากาศถ่ายเท ลดความเสี่ยงเรื่องกลิ่นอับชื้นสะสมในตัวรถ
  • ประหยัดงบ ไม่ต้องลงทุนสร้างหลังคาจอดรถ หรือจ่ายค่าเช่าที่จอดราคาสูง

ข้อเสีย 

  • รถเสื่อมสภาพเร็ว ทั้งสี ยางรถ และภายในห้องโดยสาร
  • ความร้อนสะสมสูงมาก ทำให้เปลืองพลังงานในการทำความเย็นเมื่อเริ่มขับ
  • เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ เช่น ลูกเห็บ กิ่งไม้ตกใส่ หรือขี้นกที่กัดกร่อนสีรถ
  • เสี่ยงต่อการโจรกรรมและอุบัติเหตุเฉี่ยวชน
ผลกระทบของรถยนต์ เมื่อจอดรถตากแดดในที่จอดรถกลางแจ้ง | รู้ใจ

จอดรถในร่ม แต่อากาศไม่ถ่ายเท 

การจอดรถในร่มช่วยปกป้องรถจากแสงแดดและฝนได้ดี และดีที่สุดหากคุณจอดในร่มที่อากาศถ่ายเทดี แต่หากพื้นที่จอดมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก ก็อาจมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ดังนี้ 

ข้อดี 

  • ถนอมสีรถยนต์ให้สดใสยาวนาน วัสดุภายในไม่กรอบแตก
  • ขึ้นรถแล้วขับออกไปได้ทันที ไม่ต้องรอระบายความร้อน
  • ปลอดภัยจากโจรกรรมและอุบัติเหตุเฉี่ยวชนมากกว่าการจอดริมถนน

ข้อเสีย 

  • มีค่าใช้จ่าย (ค่าเช่าที่จอด หรือค่าก่อสร้างหลังคาโรงจอดรถ)
  • ความเสี่ยงเรื่องหนูหรือสัตว์ไม่พึงประสงค์แอบเข้ามาอาศัยในห้องเครื่อง ซึ่งพบบ่อยมากในลานจอดปิด และคนที่จอดไม่ได้ใช้รถนาน ๆ

ต่อให้คุณจะมีที่จอดรถที่ดี แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างภัยธรรมชาติ กิ่งไม้หล่นใส่หรืออุบัติเหตุในลานจอดรถก็เกิดขึ้นได้เสมอ การมีประกันรถยนต์ชั้น 1 จากรู้ใจติดไว้ ช่วยรับความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และยังช่วยเซฟสูงสุด 30% ปรับแต่งแผนได้ตามใจ เช็คราคาออนไลน์ 24 ชม. ได้เลย 

ถ้าไม่มีทางเลือก ต้องจอดกลางแดด ทำยังไงดี?

ต้องยอมรับเลยว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีทางเลือกในการจอดรถในร่มเสมอไป แต่เราสามารถใช้วิธี เพื่อผ่อนหนักเป็นเบาได้ ดังนั้นมาดูวิธีแก้ปัญหาและรับมือในกรณีที่เลือกไม่ได้กันเลย ดังนี้ 

  1. ใช้ผ้าคลุมรถ โดยเลือกผ้าคลุมที่ระบายอากาศได้ดีและกัน UV เพื่อลดความร้อนโดยตรง
  2. ติดฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง เพื่อช่วยสะท้อนรังสีความร้อนไม่ให้ทำลายคอนโซลรถ
  3. เคลือบแก้วหรือเคลือบแว็กซ์ เพราะการเคลือบสีเป็นประจำจะสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ ปกป้องสีรถจากแดดและฝน
  4. แง้มกระจกเล็กน้อย หากอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย การแง้มกระจกประมาณ 1-2 ซม. จะช่วยให้ลมหมุนเวียนและลดอุณหภูมิสะสมภายในรถได้

การเปรียบเทียบระหว่างการจอดรถกลางแจ้ง และการจอดรถในร่ม ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า “ร่มเงา” คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ได้หลายปี แต่อย่างไรก็ตามหากสภาพแวดล้อมบังคับให้ต้องจอดกลางแจ้ง การหมั่นดูแลรักษาด้วยผลิตภัณฑ์เคลือบผิว และการใช้ตัวช่วยอย่างผ้าคลุมรถ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ท้ายที่สุดแล้วการมีที่จอดรถที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น การต่อเติมหลังคาจอดรถที่บ้าน หรือการเลือกเช่าลานจอดรถที่ได้มาตรฐาน คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของการดูแลรถยนต์ ที่จะช่วยรักษาความคุ้มค่า และมูลค่าของรถได้ 

สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)  

คำจำกัดความ

รังสี UV รังสีอัลตราไวโอเลต หรือ รังสี UV คือคลื่นพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่มนุษย์มองเห็นได้ เราจึงมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
แลคเกอร์ คือชั้นเคลือบโปร่งใสที่พ่นทับบนสีรถอีกชั้นหนึ่ง ทำหน้าที่ปกป้องชั้นสีจริงจากแสงแดด รังสี UV ฝุ่นละออง และรอยขีดข่วนเล็กน้อย พร้อมช่วยเพิ่มความเงางามให้ตัวรถ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งานและเพื่อเก็บข้อมูลสถิติ เมื่อคุณใช้เว็บไซต์ต่อไปถือว่าคุณยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา