เทียบรถปิคอัพรุ่นยอดนิยมต้องจับตามอง 2017

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในเมืองไทย รถปิกอัพหรือรถกระบะ นั้นเป็นพาหนะที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะมีความอเนกประสงค์ในแง่ของการใช้งาน ไม่ว่าจะใช้การใช้งานทั่วไปสำหรับครอบครัว การประกอบสัมมาอาชีพ หรือในภาคธุรกิจการขนส่ง เรียกว่าตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุม และที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด คือ รถปิกอัพในยุคปัจจุบันนี้ล้วนมีสมรรถนะ ความปลอดภัย เทคโนโลยีต่างๆ และความสะดวกสบายเหนือชั้นไปกว่ารถเก๋งบางรุ่นด้วยซ้ำ วันนี้เราก็มีรายละเอียดของรถปิกอัพยอดนิยมและน่าสนใจ 3 ยี่ห้อดังมาเป็นไกด์ให้กับผู้ที่สนใจหรือกำลังจะซื้อรถได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจครับ

FORD RANGER แม้โดนกระแสโจมตีจากกลุ่มผู้ใช้อย่างหนัก เกี่ยวกับปัญหาและความบกพร่องในส่วนของรถเก๋งอย่างเฟียสต้า แต่ในส่วนของรถปิกอัพจากค่ายอเมริกันนี้ ในด้านความนิยมนับว่ายังสามารถเดินต่อไปในตลาดได้ ด้วยรูปลักษณ์ที่เรียกว่าถูกใจขาลุยทั้งหลายได้พอสมควร โดยเฉพาะความบึกบึนและดูแกร่งพร้อมลุยผสานกับดีไซน์ด้านหน้าที่เรียกว่าดุดันและสะดุดตา ในส่วนของขนาดและมิติบริเวณกระบะหลัง ความกว้างของทุกรุ่นย่อยนั้นกว้างเท่ากัน 511 มม. ความยาวรุ่นสแตนดาร์ดแค็บ 2,317 มม., รุ่นโอเพ่นแค็บ 1,847 มม. และรุ่นดับเบิ้ลแค็บ 1,549 มม.

ด้านรายละเอียดภายในห้องโดยสาร ก็ให้ความรู้สึกที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัวพอสมควร เรื่องเทคโนโลยีความสะดวกสบายนัดว่าจัดมาให้แบบจัดเต็ม โดยเฉพาะระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC2 บนจอแสดงข้อมูลขนาด 8 นิ้ว ช่วยให้คุณโทรออก ฟังเพลง หรือปรับอุณหภูมิระบบปรับอากาศ ระบบน้ำทาง ล้วนสั่งงานด้วยเสียงได้ และด้วยเทคโนโลยีนี้เอง คุณจึงไม่ต้องละสายตาจากถนน หรือไม่ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัยเลยในขณะขับรถ แต่ก็อาจมีข้อแม้ในเรื่องของการออกเสียงคือสำเนียงของคุณต้องชัด

ในส่วนของเทคโนโลยีความปลอดภัย ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถบอกได้เลยว่าฟอร์ดเหนือว่าค่ายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนการชนด้านหน้า โดยใช้กล้องเรดาร์หน้ารถจะคอยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถคันหน้า หากระบบพบความเสี่ยงที่จะเกิดการชน ไฟจะเตือนขึ้นบนกระจกหน้ารถคุณ และถ้ารถเคลื่อนเข้าไปในระยะกระชั้นชิดกว่านั้น ไฟจะกระพริบพร้อมเสียงเตือนและ ระบบจะเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกให้พร้อม เพื่อให้รถหยุดได้เร็วขึ้นเมื่อคุณแตะเบรก, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Keeping System จะช่วยหักพวงมาลัยเล็กน้อยเพื่อช่วยให้รถคุณกลับเข้ามาในเลน หากทิศทางของรถยังคงเบี่ยงออกนอกเลน ระบบจะเตือนโดยการสั่นที่พวงมาลัย

ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ โดยระบบจะคอยสังเกตพฤติกรรมในการขับขี่ของคุณอยู่ตลอดเวลาโดยใช้กล้องหน้ารถในการตรวจจับลักษณะการวิ่งของรถบนเส้นถนน ถ้ารถเริ่มส่ายไปมาผิดปกติ ระบบจะประเมินถึงความจำเป็นที่ผู้ขับขี่ต้องหยุดพักและจะมีสัญญาณเตือนขึ้นบนหน้าจอแสดงผล ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ เมื่อกดปุ่ม ระบบจะควบคุมความเร็วตามที่คุณกำหนด และจะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้อัตโนมัติ โดยระบบจะช่วยเบรกและเร่งความเร็วให้ตามระยะห่างจากรถคันหน้า โดยที่คุณไม่ต้องคอยเหยียบเบรกและคันเร่ง หรือปิด-เปิดระบบควบคุมความเร็วใหม่ และถุงลมนิรภัย 6 จุด รวมไปถึงถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านนิรภัย เครื่องยนต์มี 2 บล็อกทางเลือก คือ 2.2 ลิตร TDCi 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร หรือ 3.2 ลิตร TDCi 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร

ราคารุ่นสแตนดาร์ดแค็บ เริ่มต้น 599,000 บาท รุ่นโอเพ่นแค็บ เริ่มต้น 599,000 และรุ่นดับเบิ้ลแค็บเริ่มต้น 829,000 บาท

TOYOTA HILIX REVO เรียกว่ามีดีกรีแชมป์รถปิกอัพขวัญใจมหาชนของเมืองไทยเลยก็ว่าได้สำหรับ รีโว่ แม้ว่ากระแสความนิยมจะไม่เปรี้ยงป้างเหมือนกับวีโก้ก็ตาม แต่หากมองในเรื่องของการพัฒนาการนับว่าถูกพัฒนาให้มีความทันสมัยแบบรอบด้าน ไม่ว่ารูปลักษณ์ที่ดีไซน์ใหม่ให้ความรู้สึกถึงความเฉียบคมเร้าใจ และมีความปราดเปรียวลู่ลมมากขึ้น สำหรับมิติตัวรถบริเวณกระบะหลัง สแตนดาร์ดแค็บยาว 2,315 มม. กว้าง 1,575 มม., รุ่นสมาร์ทแค็บยาว 1,540 มม กว้าง 1,840 มม. และรุ่นดับเบิ้ลแค็บยาว 1,555 มม. กว้าง 1,540 มม.

ด้านรายละเอียดในห้องโดยสาร ภาพรวมนับว่าอยู่ในเกณฑ์กลางไม่ได้หวือหวามากนัก ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกนับว่าติดตั้งมาให้ค่อนข้างครบครัน ในรุ่นท็อปบริเวณคอนโซลกลางเป็นระบบเครืองเสียงพร้อมเนวิกเกเตอร์ แบบหน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบนำทาง T-Connect และการเชื่อมต่อ USB/AUX/Bluetooth พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง

ด้านระบบความปลอดภัยมี ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านผู้ขับ-ผู้โดยสาร บริเวณหัวเข่า ด้านข้าง และม่านนิรภัย ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพวงท้าย TSC ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC

เครื่องยนต์มี 3 บล็อกทางเลือก แต่แบ่งย่อยสมรรถนะตามรุ่นย่อย  2.4 ลิตร 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo  Intercoole 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร (343 นิวตันเมตร/ สแตนดาร์ดแค็บ) หรือเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร 1GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo Intercoole 170 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร (343 นิวตันเมตร/ สแตนดาร์ดแค็บ) และ 2.7 ลิตร 2TR-FE 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC Dual VVT-I 166 แรงม้า แรงบิด 245 นิวตันเมตร

ราคาสแตนดาร์ดแค็บ เริ่มต้น 559,000 บาท, สมาร์ทแค็บ เริ่มต้น 599,000 บาท และดับเบิ้ลแค็บ 699,000 บาท

ISUZU D-MAX นับเป็นปิกอัพอีกยี่ห้อที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในไทยมานาน ออกมากี่รุ่นกี่เจนฯ ล้วนมีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง สำหรับเจนฯ ล่าสุดรูปลักษณ์ได้รับการพัฒนาให้มีความสวยงามโฉมเฉี่ยวและเร้าใจขึ้น ดูทรงพลังเสมือนพร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้า สำหรับไฮไลต์เด็ด ISUZU D-MAX ใหม่นี้ คือมีการยกเลิกเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร และเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 1.9 ลิตร นับเป็นครั้งแรกในวงการปิกอัพ มิติตัวรถบริเวณกระบะหลัง รุ่นสปาร์คยาว 2,305 มม. กว้าง 1,570 มม., สเปซแค็บยาว 1,795 มม. กว้าง 1,530 มม., ดับเบิ้ลแค็บยาว 1,485 มม. กว้าง 1,530 มม.

ด้านภายในห้องโดยสารดีไซน์ได้ค่อนข้างล้ำสมัยและสะดุดตา พร้อมเด่นด้วยฟังก์ชั่นความบันเทิงอย่าง ISUZU CONNECT WORLD มาพร้อมจอขนาด 8 นิ้ว ISUZU CONNECT WORLD รองรับสมาร์ทโฟนรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ ANDROID พร้อมหน้าจอเมนูสุดล้ำ ตอบรับไลฟ์สไตล์มากขึ้น i Smart Navi Thailand ระบบนำทางใหม่ พร้อมแผนที่เวอร์ชั่นล่าสุด สามารถใช้งานแผนที่แบบ OFFLINE ได้ รวมทั้งอีซูซุอินไซท์ เทคโนโลยีวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ ช่วยแนะนำให้ผู้ขับสามารถพัฒนาการขับของตนเอง ทั้งด้านความประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัยครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน ทั้งระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA ไฟเดย์ไลท์แบบ Built-in ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ BA ระบบความปลอดภัยปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ

เครื่องยนต์มี 2 บล็อกทางเลือก 1.9 ลิตร ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ RZ4E-TC 150 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร หรือ  3.0 ลิตร ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 4JJ1-TCX 177 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตัน-เมตร

ราคารุ่นสปาร์ค 1.9 เริ่มต้น 526,000 บาท, สปาร์ค 3.0 เริ่มต้น 573,000 บาท, สเปซแค็บ 1.9 เริ่มต้น 590,000 บาท, Cab 4 ประตู 1.9 เริ่มต้น 668,000 บาท Hi-Lander 2 ประตู 1.9 เริ่มต้น 689,000 บาท, Hi-Lander 4 ประตู 1.9 ลิตร เริ่มต้น 790,000 บาท, Hi-Lander 4 ประตู 3.0 ลิตร เริ่มต้น 947,000 บาท วีครอส 2 ประตู 3.0 ราคา 799,000 บาท วีครอส 4 ประตู 3.0 ราคา 997,000 บาท

ปิกอัพที่ถูกใจถูกสไตล์ของคุณแล้ว ก็อย่าลืมประกันที่พร้อมจะดูแลคุณนะครับ เพิ่มความอุ่นใจด้วยบริการจาก ‘รู้ใจ’ ที่พร้อมจะเคียงข้างคุณ ด้วยประกันแสนดี การันตีถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที ประกันชั้น 1 ผ่อนสบายๆ  0% ยาว 10 เดือน

รับฟรี Roojai Rewards มูลค่ากว่า 1,000 บาท แลกของขวัญได้ไม่อั้น

เมื่อลูกค้าใหม่ซื้อประกันรถชั้น 1 กับ Roojai.com

ผ่อนสบาย 10 งวด ผ่านบัตรเดบิตหรือเครดิตไม่บล็อควงเงิน
รับประกันงานซ่อม 12 เดือน ติดกล้องลดเบี้ยอีก 5%
คลิกเลย หรือโทร 02 582 8888

พิเศษ แค่เช็คเบี้ย รับฟรี!บริการตรวจสภาพรถและเติมลมไนโตรเจนมูลค่ากว่า 700.-
ที่ไทร์พลัส คลิกเลย