22 September, 2016
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

 

เชื่อว่าผู้ใช้รถหลายคนมีความคิดที่ว่ารู้สึกเสียดายค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกปี โดยที่ไม่ได้ใช้สิทธิ์หรือไม่มีการเคลมเลย ครั้นจะไม่ทำหรือไม่มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจติดรถไว้เลยก็ดูจะเสี่ยงเกินไป เพราะถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็จะกลายเป็นว่า เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ไปเสียอีก

ใช่แล้วครับ หากไม่มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจไว้เลยคงไม่ดีแน่ เพราะแม้ที่ผ่านมาไม่เคยประสบอุบัติเหตุให้ต้องเคลมประกันรถเลย แต่อนาคตก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

สำหรับผู้ใช้รถที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ขับรถที่ไม่ประมาทหรือใช้รถน้อย เช่น ขับรถไปทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับ เช้าขับไปถึงที่ทำงานก็จอดอยู่อย่างนั้นทั้งวัน จนถึงตอนเย็นก็ขับกลับบ้านแค่นั้นเอง มีอัตราการใช้รถต่อวันหรือระยะทางรวมในแต่ละเดือนหรือแต่ละปีที่น้อยมาก หากต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ “รู้ใจดอทคอม” ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ มีแนวทางมาแนะนำกัน

เลือกประเภทของประกันภัยที่สอดคล้องกับการใช้งานและความต้องการ

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท แต่ละประเภทมีความคุ้มครองที่แตกต่างกันดังนี้

– ประเภท 1 (ประกันชั้น 1) : ให้ความคุ้มครองครอบคลุมเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งการชนแบบที่มีและไม่มีคู่กรณี, ความเสียหายของคู่กรณี, รถหาย/ถูกโจรกรรม, ภัยธรรมชาติ/น้ำท่วม หรือกระจกแตก

– ประเภท 2+ : ให้ความคุ้มครองในกรณีของการชนที่มีคู่กรณี, ความเสียหายของคู่กรณี, รถหาย/ถูกโจรกรรม และภัยธรรมชาติ/น้ำท่วม

– ประเภท 3+ : ให้ความคุ้มครองในกรณีของการชนที่มีคู่กรณี และความเสียหายของคู่กรณี

– ประเภท 2 : ให้ความคุ้มครองในการรับผิดชอบความเสียหายของคู่กรณี และรถหาย/ถูกโจรกรรม

– ประเภท 3 : ให้ความคุ้มครองในการรับผิดชอบความเสียหายของคู่กรณีเท่านั้น

ในความคุ้มครองที่ต่างกันแน่นอนว่าค่าเบี้ยย่อมลดหลั่นกันไปด้วย ประเภทที่ให้ความคุ้มครองน้อยกว่าย่อมมีค่าเบี้ยที่ถูกกว่า ดังนั้นลองพิจารณาดูว่าความคุ้มครองใดบ้างที่คิดว่าจำเป็นและควรจะมีติดรถไว้เพื่อความสบายใจโดยที่ไม่รู้สึกว่าเกินความจำเป็นหรือเสียดายค่าเบี้ยในกรณีที่ไม่มีการเคลมในปีนั้นๆ

 

 

เช่น ผู้ที่ใช้รถเฉพาะเช้าและเย็น ระหว่างวันจอดอยู่ที่ทำงานตลอด มีที่จอดรถที่ปลอดภัยทั้งที่บ้านและที่ทำงาน พร้อมทั้งมั่นใจว่าตนเองเป็นผู้ที่ขับรถไม่ประมาทและไม่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แต่ถ้าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ ก็ยอมที่จะรับผิดชอบความเสียของรถตัวเอง แต่อย่างน้อยไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายใดๆ ของคู่กรณี ก็อาจจะซื้อประกันรถเพียงแค่ประเภท 3 เท่านั้น

แต่ถ้าห่วงเรื่องของรถหายด้วยเพราะรถที่ใช้อาจจะเป็นรถที่ได้รับความนิยมในตลาดมืด ก็อาจจะเลือกทำประกันชั้น 2 เป็นต้น

อีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดค่าเบี้ยได้อีกคือ การระบุเงื่อนไขต่างๆ ในกรมธรรม์ เช่น ถ้าใช้รถคนเดียว อาจจะระบุชื่อผู้ขับไปเลย หรือเลือกที่จะจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเอง ก็จะช่วยลดค่าเบี้ยลงได้ไม่น้อย และหากที่ผ่านมาไม่เคยมีอุบัติเหตุเลยตอนที่ซื้อประกันภัยกับ Roojai อย่าลืมบอกเจ้าหน้าด้วยนะครับ จะได้รับการพิจารณาส่วนลดประวัติดีอีกต่อหนึ่งด้วย หรือลองเช็คเบี้ยประกันรถออนไลน์ได้เลย

โทร 02 117 2222

แชร์บทความนี้บน: