Roojai

นวดแผนไทย ผ่อนคลาย ดีต่อสุขภาพ พร้อมข้อควรระวังก่อน-หลังนวด

นวดแผนไทย | นวดเพื่อสุขภาพ | รู้ใจ

ทุกวันนี้ สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเราล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของความเครียด ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องครอบครัว เศรษฐกิจ การเงิน สุขภาพ ฯลฯ เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด กล้ามเนื้อในร่างกายของเราจะเกร็งโดยที่เราไม่รู้ตัว และนี่แหละที่เป็นสาเหตุให้เรารู้สึกไม่สบายตัว ปวดหัว ปวดหลัง ตึงบริเวณไหล่และคอ 

วิธีผ่อนคลายจากความตึงเครียดหรืออาการปวดตึงตามร่างกายแต่ละคนต่างกันออกไป โดยปกติ คนทั่วไปมักจะหยิบยาแก้ปวดมากินเพราะเป็นเรื่องที่ทำง่าย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เลือกวิธีคลายความตึง คลายอาการปวดเมื่อย ปวดหัวด้วยการนวดแผนไทย การนวดแผนไทยมีกี่ปะเภท การนวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อการรักษา นวดน้ำมัน นวด อโรม่า นวดฝ่าเท้า แต่ละแบบต่างกันยังไง รวมทั้งประโยชน์ของการนวดแผนไทย ด้านล่างนี้เลย

การนวดแผนไทย คืออะไร?

การนวดแผนไทย เป็นการนวดแผนโบราณซึ่งเป็นหนึ่งในการแพทย์แผนโบราณที่มีมานาน บางตำราบันทึกไว้ว่าการนวดแผนไทยมีตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ในบางตำราก็มีที่นักประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า การนวดแผนไทยอาจจะมีตั้งแต่เมื่อ 2,500 ปีก่อน โดยการนวดแผนไทยสมัยนั้นมาจากชาวอินเดียคนหนึ่งที่นำวิธีการนวดมาเผยแพร่ทั่วเอเชียใต้

วิธีนวดแผนไทยจะใช้การบีบอัด การดัน การกด และการยืดเพื่อกระตุ้นและปรับสมดุลของร่างกาย การนวดแผนไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่การนวดผ่อนคลายเท่านั้น มันยังเป็นศาสตร์แห่งการบำบัดที่เน้นเรื่องการสร้างสมดุลในร่างกาย อารมณ์ รวมไปถึงจิตใจ

ทำไมต้องนวดแผนไทย?

การนวดมีกี่ประเภท? การนวดแผนไทยมีหลากหลายประเภท หากแบ่งตามสรรพคุณจะสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ 

  1. นวดเพื่อสุขภาพ
    การนวดเพื่อสุขภาพ สามารถนวดได้ทุกคน การนวดแบบนี้เน้นเรื่องการกระตุ้นระบบของร่างกายให้ผ่อนคลาย เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และช่วยให้การนอนหลับพักผ่อนดีขึ้น
  2. นวดเพื่อรักษา
    การนวดเพื่อการรักษาเป็นการนวดแบบมุ่งเน้นบรรเทาอาการต่าง ๆ เช่น ปวดหลัง ปวดคอบ่าไหล่ ปวดกล้ามเนื้อ 
  3. นวดฟื้นฟูสมรรถภาพ
    สำหรับการนวดฟื้นฟูสมรรถภาพ จะเหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต และโรคพาร์กินสัน

นวดแผนไทยมีกี่แบบ?

นอกจาก 3 ประเภทหลักของการนวดแผนไทยแล้ว ยังสามารถเลือกการนวดแผนไทยด้วยวิธีต่าง ๆ เหล่านี้ได้อีก

1. นวดน้ำมัน

การนวดน้ำมัน หรือนวด อโรม่า เป็นการนวดที่ใช้น้ำมันธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ น้ำมันที่ใช้จะมีกลิ่นหอมธรรชาติหรือกลิ่นอโรม่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายความเครียด กลิ่นหอมจากน้ำมันจะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น และน้ำมันยังทำให้ผิวชุ่มชื่น นอกจากนั้นยังสามารถช่วยกระชับสัดส่วนได้อีกด้วย

2. นวดผ่อนคลาย

เป็นการนวดเพื่อกระตุ้นระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ระบบการไหลเวียนของเลือด คลายกล้ามเนื้อ และข้อกระดูกต่าง ๆ และยังสามารถช่วยลดความเกร็งของกล้ามเนื้อลงได้ 

3. นวดฝ่าเท้า

การนวดฝ่าเท้าจะเน้นเรื่องของการกดจุด เพราะที่ฝ่าเท้าของเรามีจุดสำคัญที่เกี่ยวกับอวัยวะภายในร่างกายของเรา เป็นการปรับสมดุล เพิ่มการไหลเวียนเลือดให้ดียิ่งขึ้น ช่วยขจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพและสารพิษออกจากร่างกาย การกดจุดที่ฝ่าเท้ายังช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากโรคได้อีกด้วย 

4. นวดสำหรับนักกีฬา

การนวดสำหรับนักกีฬาหรือนวดแนวสปอร์ต เหมาะกับคนที่ชอบทำกิจกรรม ออกกำลังกาย คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ อาจทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกจะมีปัญหาในบางครั้ง รวมไปถึงความเหนื่อย ความล้าจากการออกกำลังกาย การนวดสปอร์ตจะช่วยบรรเทาอาการตึงของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น ช่วยลดอาการปวดหลังจากเล่นกีฬา 

5. นวดจับเส้น

การนวดประเภทนี้ เน้นที่การจับจุดในร่างกาย เพื่อให้เกิดความผ่อนคลายตามข้อต่อ พังผืด รวมไปถึงเเก้อาการอักเสบของกล้ามเนื้อ การนวดนี้จะเจ็บกว่าการนวดแบบอื่น ๆ บางคนจะเรียกว่านวดแก้อาการ ซึ่งนวดเพียงครั้งเดียวก็สามารถรู้สึกได้เลยว่าอาการปวดเมื่อยดีขึ้น แต่ต้องนวดเป็นประจำ อาการถึงจะหายไป 

6. นวดสลายไขมัน

การนวดสลายไขมัน เน้นเรื่องความสวยความงาม นอกจากจะทำให้สัดส่วนเข้ารูปแล้ว ยังได้การผ่อนคลายมาเป็นของแถมอีกด้วย

นวดแผนไทย | นวดน้ำมัน | รู้ใจ

7. นวดโดยใช้ลูกประคบ

สำหรับการใช้ลูกประคบ จะเป็นลูกประคบสมุนไพรไทยมาประคบตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อและช่วยบรรเทาความเครียด สมุนไพรที่นิยมใช้ เช่น ไพล ผิวมะกรูด ตะไคร้ ใบมะขาม ขมิ้นชัน เป็นต้น 

ประโยชน์ของการนวดแผนไทย

  • ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่ และส่วนอื่น ๆ
  • ช่วยลดอาการปวดตึงตามข้อ 
  • บรรเทาอาการปวดหลัง 
  • มีส่วนช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรน
  • การนวดแผนไทยคือการกด บีบ และยืดกล้ามเนื้อ ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายดีขึ้นหลังจากการนวด
  • ทำให้กระปรี้กระเปร่า เพราะการนวดแผนไทยมีการเคลื่อนไหวร่างกายคล้าย ๆ กับโยคะ ทำให้ผู้ที่รับการนวด รู้สึกสดชื่นมากขึ้น
  • ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองในร่างกายดีขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อในร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของเซลล์

ใครบ้างที่ไม่ควรนวดแผนไทย?

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดต่อไปนี้ ไม่ควรเข้ารับการนวดแผนไทย

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ผู้ป่วยโรคความดันสูง
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เช่น โรคกระดูกพรุน 
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดมาได้ไม่นาน หรือผู้ที่มีแผลเปิด
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • ผู้หญิงที่กำลังอยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์
  • ผู้ป่วยโรคเลือด หรือผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือด
  • ผู้ที่มีแผลไฟไหม้
  • ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ 
  • ผู้ป่วยที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อเนื่องจากมีไข้
  • ผู้ป่วยกล้ามเนื้อเฉียบพลัน 

วิธีเตรียมตัวก่อนการนวดแผนไทย

  1. เช็คสุขภาพว่ามีโรคประจำตัวที่ห้ามทำการนวดหรือไม่
  2. เช็คอาการบาดเจ็บ หรือบาดแผลตามร่างกาย 
  3. หากมีอาการปวดเมื่อยมากเกินไป ไม่ควรไปนวด เพราะอาจทำให้ทรุดหนักกว่าเดิม
  4. ไม่ควรนวดเมื่อมีไข้สูง
  5. ไม่ควรนวด หลังกินข้าวทันที ควรรับประทานอาหารให้เสร็จก่อนเวลานวด 1 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย 30 นาที
  6. ไม่ควรใช้เวลานวดนานเกินไป เวลาที่กำลังดีคือ 60 นาที
  7. สวมเสื้อผ้าหลวม ๆ เลี่ยงการใส่เสื้อผ้ารัดรูป 

หลังนวดแผนไทย ห้ามทำอะไร?

  1. งดทานอาหารแสลง เช่น หน่อไม้ ของมัน ของทอด ข้าวเหนียว เครื่องในสัตว์ เหล้า เบียร์ และอาหารหมักดอง อาหารเหล่านี้จะทำให้กล้ามเนื้อที่่ถูกนวดอักเสบมากยิ่งขึ้น
  2. งดการสลัด สะบัด บีบ หรือดัดบริเวณที่มีอาการปวด หลังจากการนวด เพราะจะทำให้ปวดหนักมากกว่าเดิม
  3. หลังการนวดควรพัก 2 ชั่วโมง แล้วจึงค่อยอาบน้ำ
  4. ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง หลังการนวด

สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รวมถึงประกันภัยออนไลน์ต่าง ๆ จากรู้ใจได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือคลิกที่นี่เพื่อเพิ่มเราเป็นเพื่อนใน LINE ได้เลย (Official Line ID: @roojai)