Roojai

ค่ารักษาพยาบาลในไทยแพงขึ้นทุกปีจริงมั้ย? เปิดสาเหตุน่ารู้

Article Roojai Verified
สาเหตุที่ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นทุกปี | รู้ใจประกันภัย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มมีคำถามในสังคมว่า เหตุใดค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทย จึงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ายา หรือแม้แต่ค่าบริการพื้นฐานทั่วไป เมื่อมองลึกลงไปจะพบว่าปัจจัยไม่ได้มีเพียงเรื่อง “บิลค่ารักษาพยาบาล” อย่างที่เข้าใจกันเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างระบบสุขภาพ เทคโนโลยีทางการแพทย์ พฤติกรรมผู้บริโภค และต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในบิลค่ารักษาอีกมากมาย ดังนั้นจะพามาเจาะลึกทุกมิติแบบเข้าใจง่าย ครบทั้งภาพใหญ่ และรายละเอียดเชิงลึกกันเลย!

สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!

ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้น จริงมั้ย?

คำว่าแพงกับการรักษาพยาบาลอาจไม่ใช่แค่ความรู้สึก เพราะจากข้อมูลของสภาพัฒน์ฯชี้ อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ของประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2568

  • อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ของไทยสูงถึง 10.8%
  • สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปถึง 15 เท่า
  • สูงกว่าค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ของโลกที่ 10.3% อีกด้วย

อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) คืออะไร?

คือ อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ เช่น ค่ายา ค่าหัตถการ ค่าห้องโรงพยาบาล และค่าบริการทางการแพทย์ต่าง ๆ ซึ่งอัตราเงินเฟ้อ ทางการแพทย์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

เมื่ออัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การวางแผนรับมือค่าใช้จ่ายจึงไม่ควรเป็นเรื่องของอนาคตไกลตัวอีกต่อไป แม้จะมีสิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลจากประกันสังคมหรือบัตรทอง ก็อาจไม่เพียงพอหรือบางส่วนอาจเบิกไม่ได้หากอยากเข้าถึงการรักษาหรือยาบางรายการ ดังนั้น การประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุจะไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เพื่อรับมือกับบิลค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี

เปิดปัจจัยของต้นทุนที่ทำให้ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้น | รู้ใจประกันภัย

ทำไมค่ารักษาพยาบาลถึงแพงขึ้น?

คำตอบนี้ มาจาก “ต้นทุน” ของการรักษาและการบริหารองค์กร ตั้งแต่การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย การวิจัยยา ไปจนถึงการบริหารโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนเป็นองค์กรที่ต้องลงทุนสูง ทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ต้นทุนเหล่านี้สะท้อนออกมาในบิลค่ารักษาพยาบาล

ต้นทุนที่ดันค่ารักษาพยาบาลให้สูงขึ้น มีอะไรบ้าง?

  • การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ เช่น เครื่อง MRI, CT Scan
  • ค่ายานวัตกรรมใหม่ ๆ
  • ค่าจ้างบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง โดยเฉพาะการดึงตัวบุคลากรทางการแพทย์ จากปัญหาการขาดแคลนบุคลากร
  • ค่าใช้จ่ายด้านระบบไอทีและข้อมูลผู้ป่วย
  • ค่ามาตรฐานความปลอดภัยและการรับรองคุณภาพ

ราคาของใน รพ. เอกชน ราคาเท่าไหร่?

ข้อมูลจาก สภาพัฒน์ฯ ปี 2568 ที่ได้เปิดราคาเวชภัณฑ์พื้นฐานในโรงพยาบาลเอกชน ราคาดังนี้

  • น้ำเกลือ (NSS 0.9%) ราคาตลาดประมาณ 45 บาท ในโรงพยาบาลเอกชน ราคา 919 บาท (+1,943%)
  • สำลีก้อน ราคาตลาดประมาณ 0.10 บาท ในโรงพยาบาลเอกชน ราคา 7 บาท (+6,900%)
  • ถุงมือยางทางการแพทย์ ราคาตลาดประมาณ 2.50 บาท แต่ใน รพ.เอกชน คิด 17 บาท (+580%)

ค่ารักษาพยาบาล แต่ละโรคต่างกัน ตามความซับซ้อนของการรักษา

หลายคนสงสัยว่าเหตุใดค่ารักษาพยาบาล แต่ละโรค จึงแตกต่างกันมาก บางโรคใช้เงินหลักพัน แต่บางโรคอาจแตะหลักแสนหรือหลักล้าน เพราะ “ต้นทุนการรักษาไม่เท่ากัน” ความซับซ้อนของโรคมีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่าย ยิ่งต้องใช้ทีมแพทย์หลายสาขา ใช้ห้องผ่าตัด หรือดูแลใน ICU ระยะยาว ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ยกตัวอย่างเช่น โรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดัน หรือมะเร็ง มักต้องรักษาต่อเนื่อง และตรวจติดตามหลายครั้ง จึงทำให้ค่ารักษาพยาบาลสะสมสูงขึ้นทุกปีโดยที่ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัว

ค่ารักษาพยาบาลเอกชน สะท้อนคุณภาพและความสะดวก

หลายคนเลือกโรงพยาบาลเอกชนเพราะความสะดวก รวดเร็ว และบริการที่ครอบคลุม แต่ก็ต้องแลกกับ ค่ารักษาพยาบาลเอกชนที่สูงกว่าโรงพยาบาลรัฐ เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี ห้องพักระดับโรงแรม และแพทย์เฉพาะทางชื่อดัง จึงทำให้ต้นทุนสูง แต่ก็แลกมากับข้อดีในการใช้บริการอย่างมากมาย เช่น

  • รอคิวไม่นาน
  • มีห้องพักหลากหลายระดับ
  • ใช้เทคโนโลยีทันสมัย
  • บริการดูแลใกล้ชิด

แต่ผู้ป่วยควรเปรียบเทียบราคาและสอบถามรายละเอียดค่ารักษาพยาบาลอุบัติเหตุ หรือการรักษาเฉพาะทางก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกำลังของตนเอง

Telemedicine หาหมอทางไกลช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ | รู้ใจ

ทำยังไงให้ค่ารักษาพยาบาลลดลง?

สิ่งที่เราทำได้ คือ

1. เริ่มจากการดูแลตัวเอง ลดโอกาสเจ็บป่วย

การดูแลสุขภาพเป็นวิธีลดค่ารักษาที่ได้ผลที่สุด โดยสามารถทำตามวิธีดังนี้

  • ขยับร่างกายเป็นประจำ เช่น เดิน วิ่ง หรือออกกำลังกาย อย่างน้อย 3–5 วันต่อสัปดาห์
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบถ้วนและพอดี หลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อฟื้นฟูร่างกายและเสริมภูมิคุ้มกัน
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพ เช่น บุหรี่และแอลกอฮอล์ 
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันโรคก่อนรุนแรงและค่าใช้จ่ายจะตามมา

2. เริ่มวางแผนประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ

การทำประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุ ช่วยลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายจากการรักษาโดยไม่คาดคิด

  • เพิ่มความคุ้มครองจากสิทธิ์การรักษาที่มี ไม่ว่าจะประกันสังคม บัตรทอง ประกันกลุ่ม
  • ช่วยสร้างความอุ่นใจให้ตัวเองและครอบครัว หากเจ็บป่วยรุนแรงหรือจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล

3. ระหว่างการรักษา ต้องใช้สิทธิ์ให้เก่ง

เมื่อจำเป็นต้องรักษา สามารถลดค่ารักษาพยาบาลบางส่วนได้ดังนี้

  • หากอาการไม่ฉุกเฉิน รพ.รัฐหรือคลินิกเฉพาะทาง ราคาย่อมเยากว่า
  • ใช้ Telemedicine สำหรับการเจ็บป่วยเล็กน้อย ข้อดีคือ ไม่ต้องรอคิวนาน และยังไม่เสียค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ของรพ. เสียเพียงค่าพบแพทย์และค่ายา
  • หากต้องผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน ให้เปรียบเทียบค่ารักษาจากหลาย ๆ โรงพยาบาล
  • ใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ เช่น บัตรทอง ประกันสังคม หรือประกันภัยต่าง ๆ
  • สอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายเบื้องต้นก่อนตัดสินใจรักษา และสามารถเลือกปฏิเสธยา อาหารเสริม หรือเวชภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลาย

4. จบการรักษาแล้ว ยังต้องรักษาสิทธิ์ของเราต่อ

หลังจากจบการรักษาแล้ว อย่าลืมเรื่องสำคัญ ดังนี้

  • ยื่นเบิกค่ารักษา หรือ เงินชดเชยรายวัน (หากกรมธรรม์คุ้มครอง) จากประกันกลุ่ม ประกันภัยต่าง ๆ ที่เราทำไว้
  • ลดหย่อนภาษีรายปี สำหรับคนที่ซื้อประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต สามารถนำเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นทุกปีไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของต้นทุนทางการแพทย์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ความซับซ้อนของโรค โครงสร้างบิลค่ารักษาพยาบาล บิลค่ายาโรงพยาบาล  ดังนั้นการทำประกันสุขภาพอย่างเหมาะสม เราจะไม่เพียงแค่รับมือกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แต่ยังสามารถบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางสุขภาพได้ในระยะยาวด้วยเช่นกัน!

​​สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ​ประกันภัย​ต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือ​เพิ่มเพื่อนทาง LINE​ ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)

คำจำกัดความ

อัตราเงินเฟ้อ ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมซื้อของได้น้อยลง หรือ ค่าของเงินลดลง
ICU ย่อมาจาก Intensive Care Unit คือ แผนกในโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรืออยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง