หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ชอบเดินทาง ไม่ว่าจะในประเทศหรือทางประเทศก็ตาม สองสิ่งที่สำคัญคือ กระเป๋าขึ้นเครื่อง และประกันกระเป๋าเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่กัน เพื่อให้การเดินทางของคุณเป็นการเที่ยวที่ดีที่สุด สะดวก ปลอดภัย และไร้กังวลไม่ว่าจะไปไหน รู้ใจจะพาคุณไปรู้จักกับประเภทของกระเป๋าที่สามารถขึ้นเครื่องได้ ข้อจำกัดเรื่องขนาดกระเป๋าขึ้นเครื่อง น้ำหนัก รวมถึงประกันการเดินทาง
สนใจอ่านแค่บางเรื่อง ก็เลือกได้เลย!
- กระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องบินมีกี่แบบ?
- ทำไมควรใส่ใจเรื่องกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน?
- ประกันการเดินทางคุ้มครองกระเป๋าเดินทางยังไง?
- วิธีเลือกประกันการเดินทางให้ตอบโจทย์
กระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องบินมีกี่แบบ?
ก่อนเตรียมกระเป๋าออกเดินทาง มาดูกันว่ากระเป๋าที่เราสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้มีกี่แบบ สามารถนำอะไรไปได้บ้าง ดังนี้
1. สัมภาระที่สามารถถือขึ้นเครื่องได้
1.1 กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Carry on หรือ Cabin Bag)
เป็นกระเป๋าที่เราจะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน (ไม่ได้โหลดใต้เครื่อง) โดยจะนำไปวางไว้บนช่องเก็บกระเป๋าเหนือที่นั่ง ใช้เก็บของจำเป็น, ของมีค่า, เอกสาร, ของเหลว น้อยกว่าหรือไม่เกิน 100 มิลลิลิตร
- ประเภทกระเป๋า: เป็นกระเป๋าแบบไหนก็ได้ เป้ กระเป๋าล้อล้าก กระเป๋าสะพายข้าง
- ขนาดกระเป๋า: ขนาดไม่เกิน 55 x 40 x 20 ซม. ถ้าเป็นกระเป๋าล้อลาก ขนาดประมาณ 16-22 นิ้ว (อาจแตกต่างกันไปตามสายการบิน แนะนำให้เช็คกับสายการบินก่อน)

1.2 กระเป๋าใบเล็กพกพา
เป็นกระเป๋าที่เราใช้เก็บของพกพิดตัว เช่น กระเป๋าแล็บท็อป กระเป๋าถือใส่เงิน โทรศัพท์ ยา พาวเวอร์แบงค์ ของที่จำเป็นต้องหยิบใช้ โดยขนาดต้องพอดีกับที่นั่งด้านหน้า เนื่องจากเป็นกระเป๋าที่เราจะเก็บไว้ใต้เก้าอี้คนด้านหน้านั่นเอง
โดยสัมภาระที่สามารถถือขึ้นเครื่อง ทั้งกระเป๋า Carry on และกระเป๋าใบเล็กพกพา ต้องมีน้ำหนักรวมกันไม่เกิน 7-10 กิโลกรัม* ขึ้นอยู่กับสายการบินนั้น ๆ
Tips: เช็คลิสต์ สิ่งของห้ามใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง!
- ของเหลว, เจล, สเปรย์ ต้องมีปริมาณไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น รวมกันได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตรต่อคน ต้องใส่รวมในถุงพลาสติกใสแบบซิปล็อก และสามารถเปิดตรวจสอบได้
- ของมีคมหรืออาวุธ เช่น มีดพก, กรรไกร, คัตเตอร์, ดาบ ห้ามนำขึ้นเครื่องโดยเด็ดขาด แม้จะมีขนาดเล็ก
- วัตถุไวไฟหรือวัตถุระเบิด เช่น ก๊าซ, ดอกไม้ไฟ, พลุ, น้ำมัน, สารเคมีไวไฟ ห้ามทั้งการถือขึ้นเครื่องและโหลดใต้เครื่อง
- แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) อนุญาตเฉพาะการถือขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามโหลดไว้ใต้เครื่องเด็ดขาด
- ยาเสพติด / สารอันตราย ห้ามนำขึ้นเครื่องทุกกรณี
- อาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น ทุเรียน หรืออาหารหมักดอง
นอกจากสิ่งที่ห้ามนำขึ้นเครื่องแล้ว อย่าลืมเช็คข้อกำหนดสิ่งของที่ห้ามนำเข้าประเทศของประเทศปลายทางด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย การถูกปรับ/จับ หรือการยึดของที่นำติดตัวไป โดยเฉพาะของบางอย่างที่ดูธรรมดาในบ้านเรา แต่อาจผิดกฎหมายหรือควบคุมเข้มงวดในต่างประเทศ
2. กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง (Checked baggage)
เป็นกระเป๋าที่เราต้องส่งให้เจ้าหน้าที่โหลดลงใต้เครื่อง นิยมใส่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่ไม่จำเป็นต้องใช้ระหว่างเดินทาง เช่น เสื้อผ้าและรองเท้า, ของฝาก, ของมีคม (กรรไกร, มีดโกน ฯลฯ) เป็นต้น
ประเภทกระเป๋า: ควรเป็นกระเป๋าที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ทนต่อแรงกระแทก
ขนาด: ขนาด-น้ำหนักเป็นไปตามข้อกำหนดของสายการบิน โดยทั่วไปกระเป๋าตั้งแต่ 24 นิ้วขึ้นไป บางสายการบินจำกัด ผลรวม 3 ด้าน (ยาว+กว้าง+สูง) ไม่เกิน 158 ซม.
3. กระเป๋าพิเศษ (Special Baggage)
สัมภาระที่มีลักษณะเฉพาะหรือมีขนาดหรือน้ำหนักที่แตกต่างจากกระเป๋าเดินทางทั่วไป เช่น
- กระเป๋ากีฬา – เช่น ไม้กอล์ฟ, จักรยาน, สโนว์บอร์ด
- เครื่องดนตรี – เช่น กีตาร์, ไวโอลิน, แซกโซโฟน
- อุปกรณ์ทางการแพทย์ – เช่น รถเข็น, เครื่องช่วยหายใจ
เนื่องจากสิ่งของเหล่านี้มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก หรือมีความเปราะบาง จึงจำเป็นต้องแจ้งสายการบินล่วงหน้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมพื้นที่จัดเก็บอย่างเหมาะสม และตรวจสอบความปลอดภัยในการขนส่ง และสายการบินจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม สำหรับการขนส่งกระเป๋าพิเศษ โดยคิดตามประเภท ขนาด และน้ำหนักของสัมภาระ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสายการบิน
*หมายเหตุ: เนื่องจากแต่ละสายการบินมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องขนาด น้ำหนัก และจำนวนกระเป๋าที่อนุญาต แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลกับสายการบินก่อนการเดินทางทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ทำไมควรใส่ใจเรื่องกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน?
การให้ความใส่ใจเรื่องกระเป๋าเดินทางเมื่อขึ้นเครื่องบิน เป็นเรื่องที่สำคัญมากทั้งในแง่ของความสะดวก ปลอดภัย ประหยัด และป้องกันปัญหาระหว่างเดินทาง โดยมีเหตุผลดังนี้
- หลีกเลี่ยงการถูกเรียกตรวจสอบหรือยึดสิ่งของต้องห้ามโดยเจ้าหน้าที่สนามบิน
- ป้องกันการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากน้ำหนักหรือขนาดกระเป๋าที่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด
- เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคนบนเครื่องบิน
- เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดความล่าช้าหรือปัญหาในขั้นตอนขึ้นเครื่อง

ประกันการเดินทางคุ้มครองกระเป๋าเดินทางยังไง?
การซื้อประกันการเดินทาง (Travel Insurance) อาจดูเหมือนไม่จำเป็น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประกันเดินทางช่วยคุณจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดระหว่างเดินทาง ซึ่งช่วยให้คุณอุ่นใจและลดค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นอย่างรุนแรงได้
ตัวอยางเช่น
- คุ้มครองกระเป๋าล่าช้า – หากกระเป๋าเดินทางล่าช้าเกิน 6 ชั่วโมงนับจากที่คุณมาถึงจุดรับกระเป๋าเดินทาง คุณจะได้รับค่าทดแทนสำหรับการล่าช้าของกระเป๋าเดินทางทุก ๆ 6 ชั่วโมงของการล่าช้า แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนดในกรมธรรม์
- กระเป๋าหาย หรือกระเป๋าเสียหาย จะได้รับค่าทดแทนไม่เกินวงเงินที่กำหนดในกรมธรรม์
- คุ้มครองหากเที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก หรือพลาดต่อเครื่อง โดยคุณจะได้รับค่าชดเชยค่าอาหาร ที่พัก ค่าเดินทางเพิ่มเติมที่เกิดจากการรอเที่ยวบิน หรือค่าชดเชยตั๋วเครื่องบินใหม่หากไฟลท์ถูกยกเลิกและขอเงินคืนไม่ได้
- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ซึ่งในต่างประเทศแพงมาก โดยเฉพาะในประเทศอย่างอเมริกาหรือยุโรป ซึ่งจะคุ้มครองหากเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ และรวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับประเทศซึ่งค่าใช้จ่ายอาจสูงถึงหลักแสนบาทขึ้นไป
โดยเฉพาะความคุ้มครองกระเป๋าหาย กระเป๋าเสียหาย หรือสัมภาระล่าช้า ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้แม้กับสายการบินชั้นนำ หากมีประกันกระเป๋าเดินทางติดเอาไว้ จะช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้น รวมถึงบริษัทประกันจะเข้ามามีบทบาทในการชดเชยค่าเสียหายตามวงเงินที่กำหนดอีกด้วย
วิธีเลือกประกันการเดินทางให้ตอบโจทย์
การเลือกซื้อประกันที่เหมาะสม ควรพิจารณาตามประเภทของการเดินทาง โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้
- เดินทางในประเทศ ระยะสั้น: เลือกประกันที่ครอบคลุมค่ารักษา-อุบัติเหตุ
- เดินทางต่างประเทศ: เลือกประกันที่มีวงเงินคุ้มครองสูง โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลและความล่าช้าของกระเป๋า
- เดินทางเพื่อทำงาน: ตรวจสอบว่าคุ้มครองอุปกรณ์หรือเครื่องมือทำงานหรือไม่
- เดินทางพร้อมครอบครัว: มองหา “ประกันเดินทางแบบครอบครัว” ที่คุ้มครองหลายคนในกรมธรรม์เดียว
แนะนำให้อ่านรายละเอียดรวมถึง “วงเงินความคุ้มครอง” ให้ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าคุณต้องเดินทางพร้อมของมีค่า เช่น โน้ตบุ๊ก กล้อง หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เมื่อเกิดปัญหาล่าช้า สูญหาย หรือเสียหาย จะได้ไม่ต้องเป็นกังวลมากจนเกินไป
การเตรียมตัวเดินทางให้ดี ควรเริ่มจากเลือกกระเป๋าขึ้นเครื่องที่เหมาะสม สามารถใส่สัมภาระขึ้นเครื่องได้ครบ นอกจากนี้ยังควรซื้อประกันการเดินทางติดไว้ การมีประกันที่คุ้มครองกระเป๋าเดินทาง จะช่วยให้คุณมั่นใจมากขึ้นในทุกทริป ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแค่ไหน คุณก็จะมี “แผนสำรอง” อยู่เสมอ
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ด้านสุขภาพ รวมถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประกันภัยต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือเพิ่มเพื่อนทาง LINE ได้เลย (Official LINE ID: @roojai)
คำจำกัดความ
| แล็ปท็อป | คอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีขนาดกะทัดรัดและสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลา เพราะมีแบตเตอรี่ในตัว |
| วงเงินความคุ้มครอง | จำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทประกันภัยหรือผู้ให้บริการความคุ้มครองจะจ่ายให้ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของกรมธรรม์หรือสัญญาความคุ้มครองนั้น ๆ |