23 November, 2015
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

ระบบเบรกรถยนต์มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และคงไม่ใครที่อยากขับรถออกไปอยู่ดีๆก็เบรกไม่อยู่แน่นนอน เมื่อวานยังขับได้ปกติดี วันนี้อาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ถ้าหากไม่ใสใจและคอยสังเกตุความผิดปกติของระบบเบรกรถยนต์อยู่เสมอ.

ตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่า แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเบรกผิดปกติ หรือควรจะต้องเปลี่ยนผ้าเบรกรถยนต์ตอนไหน เบรกที่มีปัญหาก็เหมือนกับคนป่วยที่มีอาการปวดหัว ตัวร้อน ที่บอกให้รู้ว่าป่วยเป็นอะไร ระบบเบรกก็มี สัญญาณบอกเหตุ ให้เรารู้ว่าเบรกมีปัญหาหรือกำลังจะเกิดปัญหา ให้รีบหาทางแก้ไขโดยด่วน.
 

 

1. “เบรกมีเสียงดัง”

ถือเป็นสิ่งที่พบกันได้บ่อยที่สุด โดยมีลักษณะของเสียงที่แตกต่างกันไปตามอาการและจุดที่ทำให้เกิดเสียง ส่วนใหญ่เกิดจากผ้าเบรกรถยนต์และจานเบรกที่หมดสภาพ ซึ่งจะมีเสียงแหลมๆดังอี๊ดๆ เหมือนเหล็กเสียดสีกันหรืออาจเกิดจากมีฝุ่นหรือหินหลุดเข้าไประหว่างผ้าเบรกกับจานเบรก จึงควรตรวจสอบและแก้ไข บางกรณีก็อาจเกิดจาการใช้ผ้าเบรกที่ไม่ได้มาตรฐาน ทางที่ดีควรเลือกใช้ผ้าเบรกจากโรงงานหรือยี่ห้อที่มีมาตรฐานเท่านั้น

2. “เบรกแล้วมีอาการแปลกๆ”

เช่น เบรกแล้วสั่น เบรกสะดุด เบรกปัด หรือ เบรกแล้วติด เป็นต้น ถ้าเบรกแล้วรู้สึกสั่นที่เท้าไล่มาจนถึงพวงมาลัย มักเกิดจากจานเบรกคดทำให้ผ้าเบรกสัมผัสกับจานไม่สม่ำเสมอ แต่ถ้าเบรกแล้วรถปัดออกด้านข้าง อาจเกิดจากมีคราบน้ำมันหรือสิ่งสกปรกที่เข้าไปทำให้เบรกไม่จับได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรือเกิดจากชุดคาลิปเปอร์เบรกชำรุดเป็นผลให้มีแรงกดไม่เท่ากัน ตรงนี้ถ้าเบรกแล้วปัดไปทางไหนให้ลองดูที่เบรกในฝั่งตรงข้ามว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าขับแล้วรู้สึกหนึดๆเร่งไม่ค่อยออกและมีกลิ่นเหม็นไหม้ตามมาอันนี้คืออาการเบรกติด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดขัดของลูกสูบเบรก กระบอกเบรกเป็นสนิมจากน้ำที่รั่วซึมเข้าไป ทำให้การความฝืดนั่นเอง ครรนำรถเข้าตรวจเช็คระบบเบรกรถยนต์และแก้ไขทันที

alarm-when-brake-problem-photo2

3. “เบรกรั่ว/ซึม”

อันนี้ถือว่าอันตรายมาก เช่น น้ำมันเบรกรั่ว หรือหม้อลมเบรกรั่ว ซึ่งจะส่งผลให้ขาดแรงดันในระบบเบรกและทำให้เบรกไม่ค่อยอยู่ หรือต้องออกแรงเหยียบเบรกมากกว่าปกติก ตรงนี้ให้สังเกตุจากคราบน้ำมันเบรกที่รั่วซึมออกมาตามจุดต่างๆ สายเบรก แม่ปั๊มเบรก หรือถ้าหนักหน่อยก็อาจหยดลงใต้ท้องรถและทิ้งคราบไว้ให้เห็น อาการนี้ถ้าเป็นแล้วต้องรีบแก้ไขโดยด่วน ถ้าปล่อยไว้อาจทำให้เบรกไม่อยู่และเกิดอันตรายได้

4. “เบรกแตก”

คงไม่ต้องบอกว่าร้ายแรงแค่ไหนและคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอน สาเหตุของเบรกแตกหรือเบรกไม่อยู่นั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ถ้าเป็นในละครคงเป็นฝีมือตัวโกงมาตัดสายเบรกเพื่อหมายเอาชีวิต แต่สำหรับชีวิตจริงนั้นเบรกแตก ส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่ไม่มีน้ำมันเบรกเหลืออยู่ในระบบ ซึ่งเกิดอาจเกิดจาก สายอ่อนเบรกแตก ท่อทางระบบเบรกแตก ลูกยางแม่ปั๊มเบรก และตัวแม่ปั๊มเบรกเสียหายอย่างรุนแรง หรืออาจเกิดจากชิ้นส่วนของระบบเบรกหลุดหลวม

alarm-when-brake-problem-photo3

ซึ่งอาการเบรกแตกง่ายๆคือกดแป้นเบรกจนสุดแล้วรถยังไม่มีทีท่าจะชะลอความเร็วลง หรือเหยียบเบรกแล้วเหมือนไม่มีเบรก วิธีแก้ไขให้ตั้งสติแล้วค่อยๆชะลอความเร็วลง พยายามบังคับรถให้อยู่ในเลนที่ปลอดภัย แล้วค่อยๆลดเกียร์ให้ต่ำเพื่อสร้าง Engine Brake ไปพร้อมกับค่อยๆดึงเบรกมือเป็นจังหวะเพือช่วยชะลอความเร็วอีกทางจนรถหยุดสนิท (ห้ามดีงแรงเพราะรถอาจหมุนได้)

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนให้ระวังและรีบแก้ไขก่อนจะสายเกินไป แต่วิธีที่ดีที่สุดนั่นคือการหมั่นดูแลและตรวจเช็คระบบเบรกรถยนต์และทุกๆระบบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อเป็นวัคซีนป้องกันอันตรายในการขับรถได้ดีที่สุด..ไม่เชื่อลองทำดู

ประกันรถยนต์ออนไลน์ 24 ชั่วโมง พร้อมรับทุกเหตุฉุกเฉินของคุณ คลิกเช็คเบี้ย! รับฟรี! บัตรเติมน้ำมัน ปตท. 500 บาท

โทร 02 117 2222

แชร์บทความนี้บน: