Roojai

เทียบชัด ๆ ความต่างของพรบ. ประกันรถยนต์ และประกันอุบัติเหตุ

พรบ. | ประกันรถยนต์ | ประกันอุบัติเหตุ | รู้ใจ

สำหรับคนที่มีรถส่วนใหญ่แล้วจะรู้ว่าทุกครั้งที่มีการต่อภาษีทะเบียนรถประจำปีมักจะมีการจ่ายค่า พรบ.รถยนต์ควบคู่กันไปด้วยทุกครั้ง จึงอาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คนว่าระหว่าง พรบ.รถยนต์ ประกันรถยนต์ และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทั้ง 3 แบบนี้ มันมีความแตกต่างกันอย่างไร ?

ยุคสมัยเปลี่ยนไปพร้อมกับไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน ที่ไม่ได้จำกัดอยู่กับบางกิจกรรม กีฬาเอ็กซ์ตรีมหรืองานอดิเรก แต่ยังรวมไปถึงเรื่องของเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่พัฒนาไปจากเมื่อก่อน ที่เห็นได้ชัดที่สุดเห็นจะเป็นเทคโนโลยียานยนต์ ที่กำลังจะเปลี่ยนจากรถยนต์ดีเซลเป็นรถไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากการเลือกซื้อรถสักคันที่ต้องคำนึงถึงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของการใช้รถ ใช้ถนน และคนรอบข้าง รวมถึงข้อกฎหมายที่เราต้องเรียนรู้ควบคู่ไปด้วย

นั่นก็คือ เรื่องของการทำประกันรถยนต์ พรบ.รถยนต์ภาคสมัครใจ และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทั้ง 3 อย่างนี้ มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ? มาลองอ่านบทความนี้กัน

รถไฟฟ้า | ประกันรถยนต์ | พรบ | รู้ใจ

พรบ.รถยนต์ คืออะไร

พรบ.รถยนต์ เป็นการประกันภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้ยานพาหนะที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกทุกประเภทต้องมีไว้ เพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ขับขี่ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะได้รับสิทธิคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ซึ่งวงเงินคุ้มครองจากพรบ.รถยนต์นั้น มีการกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนตามกฎหมาย โดยแบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 2 รูปแบบ

  1. ค่าเสียหายเบื้องต้น ได้รับโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด
    • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
    • กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร 35,000 บาท
  2. ค่าเสียหายส่วนเกิน กรณีพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิด
    • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท
    • กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
    • ค่าชดเชยรายวัน 200 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 20 วัน (กรณีที่ต้องพักฟื้นในโรงพยาบาล)
    • จำนวนเงินรวมทั้งหมดที่จ่าย ไม่เกิน 304,000 บาท

หากเกิดอุบัติเหตุแล้วพิสูจน์มาว่าเราเป็นฝ่ายผิด จะได้รับเงินคุ้มครองค่าใช้จ่ายเบื้องต้นหรือตามข้อ 1 เท่านั้น และไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งในกรณีที่เป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด

สรุปก็คือ พรบ.รถยนต์ คุ้มครองชีวิต ร่างกายของผู้เอาประกันภัยและคู่กรณี แต่จะไม่คุ้มครองทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ เป็นต้น

อุบัติเหตุ | ประกันรถยนต์ | รู้ใจ

ประกันรถยนต์ คืออะไร ?

ประกันภัยรถยนต์ คือ การที่ผู้รับประกันภัยตกลงจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหากเกิดความสูญเสียหรือเสียหายต่อทรัพย์สินที่ได้ประกันเอาไว้ ซึ่งความเสียหายนั้นสามารถประเมินมูลค่าหรือกำหนดเป็นวงเงินได้ โดยผู้เอาประกันภัยต้องชำระเบี้ยประกันภัย สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ

1.การประกันภัยภาคบังคับ

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือ พรบ. เป็นภาคที่กฎหมายบังคับ ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น

2.การประกันภัยภาคสมัครใจ

การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจหรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เจ้าของรถสมัครใจอยากจะซื้อประกันรถยนต์เอาไว้ หากเกิดอุบัติเหตุอย่างรถชน บริษัทประกันภัยที่เราทำเอาไว้ จะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ ซึ่งแต่ละแผนจะมีผลประโยชน์ไม่เท่ากัน การประกันภัยรถยนต์แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

  • การประกันภัยแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ – โดยจะคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดจากการยินยอมจากผู้เอาประกันภัยในการให้ผู้อื่นขับขี่รถยนต์ของตนเอง
  • การประกันภัยแบบที่ระบุชื่อผู้ขับขี่ – โดยจะคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดในขณะที่ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ขับขี่เท่านั้น หากไม่ใช่ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ขับขี่ต้องเข้าร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายในส่วนแรกด้วย สามารถแบ่งความคุ้มครองได้ดังนี้
    1. ความคุ้มครองรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ
    2. ความคุ้มครองรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
    3. ความคุ้มครองรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์
    4. ความคุ้มครองรับผิดต่อการสูญหายและไฟไหม้ของรถยนต์

และสามารถจำแนกประเภทของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ออกได้เป็น

  1. ประกันรถยนต์ประเภท 1 – คุ้มครองครบทั้ง 4 ข้อข้างต้น
  2. ประกันรถยนต์ประเภท 2 – คุ้มครองตามข้อ 1 , 2 และ 4
  3. ประกันรถยนต์ประเภท 3 – คุ้มครองตามข้อ 1 และ 2

หรือเรียกแบบที่เราเคยได้ยินคือ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันชั้น 2 และประกันชั้น 3 สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ มุ่งเน้นการประกันภัยต่อรถยนต์ ชีวิตของผู้เอาประกันภัยและบุคคลที่ 3 หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วเราทำประกันรถยนต์ประเภทที่ 1 เอาไว้ ก็สบายใจได้ว่า บริษัทประกันภัยจะมาดูแลค่าใช้จ่ายทั้งเรื่องค่าซ่อมรถทั้งของเราและคู่กรณี (กรณีเราเป็นฝ่ายผิด) รวมถึงค่ารักษาพยาบาล แต่หากเลือกประเภท 2 หรือ 3 ส่วนอื่น ๆ ที่ไม่เข้าเงื่อนไข ผู้เอาประกันภัยต้องดูแลในส่วนนั้นเอง ผู้เอาประกันภัยจึงต้องตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ก่อนการเลือกซื้อประกันรถยนต์

อุบัติเหตุ | ประกันอุบัติเหตุ | รู้ใจ

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล คืออะไร ?

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลคือ การประกันภัยอุบัติเหตุที่ให้ความคุ้มครองต่อผู้เอาประกันภัยในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย และหากการบาดเจ็บนั้นส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือรุนแรงถึงขั้นทุพพลภาพ เสียอวัยวะ ตลอดไปจนถึงเสียชีวิต บริษัทประกันภัยจะเข้ามารับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินก้อนทดแทนหากมีการสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพหรือเสียชีวิต

ซึ่งประกันอุบัติเหตุจะมีทั้งหมด 3 แบบ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม และประกันอุบัติเหตุนักเรียน นิสิต นักศึกษา ผลประโยชน์ต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับแผนประกันอุบัติเหตุที่ผู้เอาประกันภัย เป็นคนเลือก ความคุ้มครองหลัก ๆ ได้แก่

  • คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
  • การสูญเสียการรับฟัง การพูดออกเสียง นิ้วมือและนิ้วเท้า
  • ค่ารักษาพยาบาลทั่วไปต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
  • ค่าชดเชยรายวันหากต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

สรุป ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ให้ความคุ้มครองชีวิตและค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้เอาประกันภัยเท่านั้น ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สิน หรือค่ารักษาพยาบาลของบุคคลที่ 3

ความแตกต่างของ พรบ.รถยนต์
ประกันรถยนต์ และ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล

พรบ.รถยนต์ ประกันรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
ความเสียหายต่อรถยนต์ ไม่คุ้มครอง คุ้มครอง ไม่คุ้มครอง
ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
• เสียชีวิต/ทุพพลภาพ คุ้มครองสูงสุด 5 แสนบาท/ครั้ง คุ้มครองสูงสุด 10 ล้านบาท / ครั้ง ชดเชยเงินก้อน (ตามแผนที่เลือก)
• ค่ารักษาพยาบาล คุ้มครองสูงสุด 8 หมื่นบาท/คน คุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาท / คน คุ้มครอง (ตามแผนที่เลือก)
• ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา ไม่คุ้มครอง คุ้มครองสูงสุด 3 แสนบาท ไม่คุ้มครอง
ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
• บุคคล คุ้มครองสูงสุด 5 แสนบาท / คน คุ้มครองสูงสุด 5 แสนบาท / คน ไม่คุ้มครอง
• ทรัพย์สิน ไม่คุ้มครอง คุ้มครองสูงสุด 2.5 ล้านบาท / ครั้ง ไม่คุ้มครอง
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.(ฟรี) ไม่คุ้มครอง คุ้มครอง คุ้มครอง

สรุป

พรบ.รถยนต์จะให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้ขับขี่แต่ไม่คุ้มครองตัวรถยนต์ หากไม่ได้ทำประกันรถยนต์ไว้ค่าซ่อมรถทั้งหมดต้องจ่ายเองทั้งรถของคุณและรถคู่กรณี ถ้าทำพรบ. แต่ไม่ได้ทำประกันอุบัติเหตุค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินจากที่พรบ.คุ้มครอง ต้องจ่ายเองเช่นกัน

และทั้ง 3 แบบนี้ ผู้เอาประกันภัยสามารถใช้ร่วมกันได้ หากเกิดรถชนประกันภัยรถยนต์จะทำงานก่อนเป็นอันดับแรก และหากมีการบาดเจ็บทางร่างกายผู้เอาประกันภัยสามารถยื่นพรบ.รถยนต์พร้อมกับประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลร่วมด้วยได้ ทั้งหมดเพื่อให้จ่ายส่วนเกินเพิ่มน้อยที่สุด หรือถ้ามีประกันที่มีวงเงินคุ้มครองมากพอ ก็ไม่ต้องจ่ายส่วนเกินใด ๆ เพิ่มเลย

เมื่อเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และจะรุนแรงแค่ไหนการทำพรบ.รถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จะลดความเสี่ยงในการเสียทรัพย์สินและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล อีกทั้งประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ยังสามารถคุ้มครองอุบัติเหตุอื่น ๆ นอกจากอุบัติเหตุจากรถยนต์ได้อีกด้วย

สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รวมถึงประกันภัยออนไลน์ต่าง ๆ จากรู้ใจได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือคลิกที่นี่เพื่อเพิ่มเราเป็นเพื่อนใน LINE ได้เลย (Official Line ID: @roojai)