เจาะลึก รถไฮบริด เทรนด์แห่งอนาคตรถประหยัดพลังงาน

รถไฮบริด เทรนด์แห่งอนาคตรถประหยัดพลังงาน (cover) | รู้ใจ

เส้นทางแห่งการพัฒนารถยนต์ คือการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรถประหยัดพลังงาน หรือรถประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ยังคงรักษาสมรรถนะของรถยนต์เอาไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ยิ่งในยุคที่ทุกคนหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม อากาศเสียที่ออกมาจากการเผาไหม้เครื่องยนต์ คือ ความท้าทายหลักที่นักออกแบบรถยนต์และเครื่องยนต์ทั้งหลายต่างค้นหาแนวทางใหม่ในการใช้พลังงานเพื่อการขับเคลื่อนรถยนต์ จนกลายมาเป็น รถไฮบริด รถแห่งอนาคตที่ทุกคนมั่นใจว่าจะเข้ามาแทนที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันไปทั้งหมดภายในเวลา 10-20 ปี นี้อย่างแน่นอน

รถไฮบริด เทรนด์แห่งอนาคตรถประหยัดพลังงาน (1) | รู้ใจ

แล้วอะไรคือ รถไฮบริด รถแบบนี้มีคุณสมบัติอย่างไร รวมไปถึงการดูแลรักษาจะเหมือนหรือแตกต่างจากการดูแลรถในรูปแบบปกติหรือไม่ วันนี้ รู้ใจ จะพาคุณไปรู้จักกับระบบขับเคลื่อนแห่งอนาคตนี้กันให้มากขึ้น เพราะไม่แน่ ! ว่ารถคันต่อไปของคุณก็อาจจะเป็นรถประเภทนี้ก็เป็นได้

“กว่าจะมาเป็นรถประหยัดพลังงาน” กับความเป็นมาของ รถไฮบริด

เทคโนโลยีรถไฮบริดนั้น ถือเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนรถยนต์ ซึ่งถ้าจะให้นิยามคำว่า ระบบไฮบริด แบบบ้าน ๆ ก็คงบอกได้แต่เพียงว่าเป็นเทคโนโลยีการสร้างเครื่องยนต์สำหรับรถที่ใช้น้ำมันน้อยลง และประหยัดน้ำมันมากขึ้น แล้วในความเป็นจริงเจ้ารถไฮบริด ที่ว่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และมีความแตกต่างจากรถที่ใช้น้ำมันทั่วไปมากน้อยแค่ไหนกัน

ถ้าจะให้จำกัดความแบบเป็นทางการที่สุดสำหรับความหมายของคำว่า รถไฮบริด คือ “รถยนต์ที่ใช้ระบบพลังงานในการขับเคลื่อนร่วมกันสองระบบ” โดยปกติแล้ว จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างระบบสันดาปน้ำมันเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อนรถ และทำความเร็วในการเดินทาง

พออ่านแบบนี้ หลายคนคงร้องว้าว กับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยนี้ใช่ไหม แต่จริง ๆ การพัฒนาเทคโนโลยีของรถไฮบริดนั้นมีมานานกว่า 120 ปีแล้ว ครั้งแรกเทคโนโลยีไฮบริดถูกออกแบบมาเพื่อการผลิตรถยนต์โดยเฉพาะ ใช่แล้ว ! เทคโนโลยีเครื่องยนต์ลูกผสมนี้ ถูกคิดค้นโดยวิศวกรออกแบบรถยนต์ ซึ่งบริษัทที่เป็นผู้ริเริ่มทำการผลิตเครื่องยนต์ไฮบริดคือ บริษัท พอร์ช แห่ง เยอรมัน เรียกว่ามองโลกได้ล้ำหน้ากว่าใครในยุคนั้น

รถไฮบริด เทรนด์แห่งอนาคตรถประหยัดพลังงาน (2) | รู้ใจ

แต่เหตุผลหลัก ๆ ไม่ใช่เพราะหวังลดมลพิษเหมือนคำโฆษณาของรถไฟฟ้า รถไฮบริดอย่างทุกวันนี้ ความจริงคือประเทศเยอรมันต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศแบบ 100% เต็ม ทำให้เป็นความกังวลว่าถ้าวันหนึ่งเยอรมันไม่สามารถจัดหาน้ำมันมาป้อนให้ประเทศได้ อุตสาหกรรมและรถยนต์ต่าง ๆ จะขับเคลื่อนไปได้อย่างไร จึงเป็นที่มาของ รถไฮบริดคันแรกของโลกที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1899 ในรุ่นที่เรียกกันว่า Lohner–Porsche Mixte Hybrid นั่นเอง

ทำไมเทคโนโลยี รถไฮบริด จึงไม่ได้ไปต่อในยุคแรก ?

Ferdinand Porsche ผู้ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ พอร์ช มองเห็นปัญหาว่าถ้าน้ำมันไม่มีจะทำอย่างไรมานานแล้ว เพียงแต่ว่าเมื่อปี ค.ศ.1904 อุตสาหกรรมน้ำมันเฟื่องฟู เฮนรี่ ฟอร์ด เจ้าพ่อรถยนต์แห่งแดนอเมริกัน ได้คิดค้นและพัฒนารถยนต์รวมไปถึงเครื่องยนต์สำหรับพาหนะต่าง ๆ ที่ใช้น้ำมันในการขับเคลื่อน 100% ทำให้ความน่าสนใจในการพัฒนาเครื่องยนต์เทคโนโลยีไฮบริดไม่ได้เฟื่องฟูในช่วงนั้น อย่างไรก็ตามทางฝั่งเยอรมันเขายังแอบซุ่มสร้างพัฒนาเทคโนโลยี ไฮบริด อยู่ และประสบความสำเร็จอย่างมากในสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นก็คือ เทคโนโลยีเรือดำน้ำที่ใช้การขับเคลื่อนผสมผสานน้ำมันและแบตเตอรี่ และทำให้ระยะปฏิบัติการของเรือดำน้ำไปได้ไกลขึ้น แถมยังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

และในช่วงปี 1970 ช่วงเวลาอึมครึมของสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งโจทย์แบบเดียวกับ Ferdinand Porsche ขึ้นแล้วว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีน้ำมัน พวกเราจะอยู่กันยังไง ? ทำให้โปรเจกต์รถไฮบริด กลับคืนมาสู่สังเวียนอีกครั้ง แม้การพัฒนาระบบไฮบริดเพื่อการนำมาใช้งานในรถยนต์ทั่วไปแบบเต็มรูปแบบจะต้องรอนานจนถึงปี 1997 ก็ตาม ที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของระบบส่งกำลังในรถยนต์ครั้งสำคัญนี้ หาได้มาจากฟากฝั่งของโลกตะวันตกไม่ แต่กลับมาจากผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของโลกฝั่งเอเชียในนาม Toyota

Toyota Prius รถไฮบริดทางการค้ารุ่นแรกของโลก

ต้องถือว่า สองคู่ซี้เขาไม่หนีกันจริง ๆ เมื่อช่วงปี 1940 เยอรมันและญี่ปุ่นต่างช่วยกันผลิตนวัตกรรมใหม่ ๆ สำหรับการทำสงครามประหัตประหารข้าศึกกัน แต่สำหรับ รถไฮบริด พวกเขาคือผู้ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม เพราะเทคโนโลยีนี้ต้องการลดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงที่ในตอนนั้นก็เริ่มเป็นปัญหาสำคัญที่สร้างมลภาวะไปทั่วทุกมุมโลก

รถไฮบริด เทรนด์แห่งอนาคตรถประหยัดพลังงาน (3) | รู้ใจ

นับจากปี 1889 ที่เยอรมันผลิตรถไฮบริดรุ่นแรกของโลกออกมา และเป็นญี่ปุ่นที่ได้พัฒนาและสานต่อจนกลายมาเป็น Toyota Prius รถไฮบริด ที่ถูกเปิดตัวและจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกในปี 1997 สำหรับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนจะใช้ทั้งน้ำมันและมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนร่วมกัน แม้ต้องบอกว่ายังไม่ใช่เครื่องยนต์ไฮบริดที่สมบูรณ์แบบมากนัก แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของรถไฮบริดที่จะเข้ามามีส่วนแบ่งการตลาดแข่งกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแต่เพียงอย่างเดียวมากขึ้นจนถึงปัจจุบัน

รถไฮบริด มีแบบไหนบ้าง ?

แม้ว่าในปี 2021 โลกยนตรกรรมกำลังขับเคลื่อนจะเริ่มก้าวไปอีกขั้นแล้ว เป็นรถไฟฟ้า รถ EV ที่การขับเคลื่อนไม่จำเป็นต้องง้อน้ำมันเชื้อเพลิง แต่กว่าจะถึงวันนั้นซึ่งอาจต้องใช้เวลาพอสมควร รถไฮบริด ถือเป็นตัวเลือกของรถประหยัดน้ำมันที่ยังคงเป็นขวัญใจของคนรักรถในเวลานี้ ยิ่งในช่วงความผันผวนทางน้ำมันที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ใครก็ตามที่ขับ รถไฮบริด คงแอบยิ้มภูมิใจในสมรรถนะที่สุดแสนประหยัดน้ำมันของรถตนเองเป็นอย่างมาก นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาการก้าวกระโดดสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์เลยทีเดียว

รถไฮบริด เทรนด์แห่งอนาคตรถประหยัดพลังงาน (4) | รู้ใจ

เทคโนโลยี รถไฮบริด ปัจจุบันมีอยู่ 3 รูปแบบหลัก ๆ คือ

1. ระบบไฮบริดแบบอนุกรม (Series Hybrid)

ระบบที่การขับเคลื่อนของตัวรถ ไม่ได้เกิดจากเครื่องยนต์แต่เกิดจากการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้าแทน และมอเตอร์ไฟฟ้านี้ก็จะดึงกระแสไฟมาจากแบตเตอรี่ที่เก็บกระแสไฟมาจากการปั่นไฟของเครื่องยนต์ เครื่องยนต์จะไม่มีส่วนร่วมกับการขับเคลื่อนใด ๆ เลย ทำหน้าที่ปั่นไฟเพียงอย่างเดียว เป็นรูปแบบของรถไฮบริดที่เข้าใกล้ความเป็นรถ EV มากที่สุด แต่ก็ยังอุ่นใจได้แม้เส้นทางข้างหน้าจะไม่มีสถานีชาร์จไฟ (ในวันนี้) ก็สามารถเติมน้ำมันเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยในการปั่นไฟให้รถวิ่งแทนได้

2. ระบบไฮบริดแบบผสม (Combined Hybrid)

เป็นระบบที่ใช้ในการขับเคลื่อน รถไฮบริด แทบทุกรุ่นในปัจจุบัน ในระบบนี้เป็นการทำงานร่วมกันระว่างระบบเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันกับระบบไฟฟ้าที่จะช่วยให้การขับขี่ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้นจากการสลับการทำงาน โดยระบบเครื่องยนต์จะสลับสับเปลี่ยนกันทำงานตามแต่การออกแบบของวิศวกรเครื่องยนต์รถของแต่ละบริษัทออกแบบมา

สำหรับหลักการทำงานโดยทั่วไป ยังคงใช้น้ำมันในการจุดระเบิดห้องเครื่องเพื่อให้กำลังเครื่องยนต์ แต่เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง เช่นการขับรถด้วยอัตราความเร็วสม่ำเสมอหรือจะเป็นตอนรถติด ระบบจะทำการสวิตช์การใช้งานไปสู่ระบบไฟฟ้าให้โดยอัตโนมัติ ตอนเหยียบเบรกตัวมอเตอร์ก็ยังทำอีกหน้าที่เป็นตัวสร้างกระแสไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่อีกด้วย

3. ระบบไฮบริดแบบขนาน (Parallel Hybrid)

เป็นการรวม 2 ระบบก่อนหน้าเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้การทำงานของระบบที่จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ การขับขี่ที่เหมาะสม ตัวระบบจะคำนวณว่าจะดึงกำลังจากเครื่องยนต์หรือจะเลือกใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งผลให้การขับขี่สามารถตอบสนองได้ใกล้เคียงรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปล้วนแต่ยังไม่ทิ้งในเรื่องความประหยัดน้ำมัน

รถไฮบริด เทรนด์แห่งอนาคตรถประหยัดพลังงาน (5) | รู้ใจ

รถไฮบริด คือรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อการรักษาสภาพแวดล้อมให้สะอาดยิ่งขึ้น ลดการใช้เชื้อเพลิงและการเผาไหม้น้ำมันอันเป็นผลให้เกิดภาวะเรือนกระจก และอากาศเสียที่มีเพิ่มมากขึ้น และแน่นอนความสำเร็จที่ทุกคนรอคอยคือ เทคโนโลยีรถไฟฟ้าสมบูรณ์แบบที่ไม่ใช่น้ำมันเลย แต่ถึงกระนั้น รถไฮบริด ยังคงทำหน้าที่รถคู่ใจ เป็นรถประหยัดน้ำมัน และรักษ์สิ่งแวดล้อม อยู่คู่เคียงข้างเราไปอีกหลายสิบปี

ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์จะพัฒนาไปไกลแค่ไหน สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ขับขี่ทุกคนที่ต้องมีคือประกันภัยรถยนต์ที่พร้อมดูแลและคุ้มครองคุณและรถที่คุณรักไปตลอดเส้นทาง ที่รู้ใจ เราให้คุณเช็คราคาประกันรถยนต์ออนไลน์ เลือกปรับแต่งแผนความคุ้มครอง และซื้อได้เองง่าย ๆ ภายใน 3 นาที บริการรู้ใจกว่า ราคาประหยัดกว่า สูงสุด 30% ผ่อนเบี้ยได้นานถึง 10 งวดผ่านบัตรเดบิตหรือเครดิต อีกทั้งยังสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ ๆ ของเราได้ทาง FB Fan page: Roojai หรือ คลิก add Official Line ของเราไว้ได้เช่นกัน

รับฟรี แต้ม Roojai Rewards สูงสุด 1,500 บาท แลกของขวัญถูกใจ

เมื่อซื้อประกันรถกับ Roojai.com ให้มากกว่าแค่ราคาประหยัด
ลดเบี้ยสูงสุด 10% เมื่อรถติดกล้อง
ผ่อน 10 งวด ผ่านบัตรเดบิตหรือเครดิต
คืนเงิน 100% หากเจอถูกกว่า
รับประกันคุณภาพงานซ่อม 12 เดือน


เช็คราคา ฟรี!