Roojai

“ไม่เคลม”​ เทคนิคลดค่าเบี้ยประกันมอเตอร์ไซค์ที่หลายคนอาจไม่รู้

วิธีลดเบี้ยประกันด้วยการหลีกเลี่ยงการเคลมประกันรถมอเตอร์ไซค์ | ประกันรถมอเตอร์ไซค์ | รู้ใจ

ในสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน หลายคนอาจพยายามหาวิธีประหยัดให้มากขึ้น ซึ่งรู้ใจมีวิธีง่าย ๆ ช่วยคุณประหยัดค่าเบี้ยประกันมอเตอร์ไซค์ได้อีก โดยการทำให้ปีต่อ ๆ ไปจ่ายค่าเบี้ยน้อยลง แล้วจะทำได้จริงมั้ย รู้ใจได้ลิสต์ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้มาให้แล้ว อะไรบ้างที่คุณต้องรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ เผื่อซื้อประกันปีต่อ ๆ ไปจะได้จ่ายถูกลง ไปดูพร้อม ๆ กัน

ลดค่าเบี้ยประกันด้วยการไม่เคลม คืออะไร?

รู้มั้ย? หากรถจักรยานยนต์เกิดความเสียหายเล็กน้อย และประเมินด้วยสายตาคร่าว ๆ แล้วว่าค่าเสียหายน้อยกว่าค่าเสียหายส่วนแรกที่คุณเลือกไว้ก่อนทำประกัน หากตัดสินใจซ่อมรถเองแล้วการเคลมประกันรถมอเตอร์ไซค์ รู้หรือไม่ว่าวิธีนี้จะช่วยให้คุณได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันในปีถัดไปได้ จากที่ไม่มีประวัติการเคลมในปีก่อนหน้า พูดง่าย ๆ ว่าเป็นการรักษาประวัติการเคลมไปในตัว ประวัติดีมีส่วนลด นั่นเอง

ค่าเสียหายส่วนแรก คืออะไร?

ค่าเสียหายส่วนแรก คือ เงื่อนไขหลักเกณฑ์การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนการเคลมประกันรถมอเตอร์ไซค์ โดยจะระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

1. ค่า Excess

คือ ค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ หรือค่าเสียหายส่วนแรกเมื่อแจ้งเคลมอุบัติเหตุแบบไม่ทราบคู่กรณี รวมถึงความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุรถชนหรือคว่ำตามประกาศสำนักงาน คปภ.

2. ค่า Deductible

คือ ค่าเสียหายส่วนแรกภาคสมัครใจ หรือค่าเสียหายส่วนแรกที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ เป็นเหมือนการที่เราร่วมรับผิดชอบกับบริษัทประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุโดยที่เป็นฝ่ายผิดหรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ ซึ่งสามารถเลือกเองว่าจะจ่ายเท่าไหร่หรือเลือกไม่จ่ายเลยก็ได้ ยิ่งเราเลือกค่าเสียหายส่วนแรกสูงเท่าไหร่ ค่าเบี้ยประกันจะยิ่งลดลง และหากคุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย บริษัทจะออกค่าซ่อมรถทั้งหมด 

การเลือกค่าเสียหายส่วนแรกจึงเหมาะกับคนที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์อย่างปลอดภัย นอกจากได้ส่วนลดเบี้ยในปีนั้น หากมีใครมาชนเรา บริษัทก็จะออกค่าซ่อมรถทั้งหมดให้อีกด้วย โดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกเลย

รู้ใจบอกต่อ 4 เทคนิคลดค่าเบี้ยประกันรถมอเตอร์ไซค์

รู้มั้ย? นอกจากการที่เราไม่เคลมเพื่อรักษาประวัติดี ยังมีเทคนิคอื่น ๆ ที่ไม่ได้ลดความคุ้มครองหรือทุนประกันเลย แต่ช่วยลดค่าเบี้ยประกันบิ๊กไบค์ และต่อให้ทำประกันรถมอเตอร์ไซค์ ชั้น 1 ที่คุ้มครองสูงสุดก็ลดเบี้ยลงมาได้ ดังนี้

  1. เลือกแผนผู้ขับขี่ – หากเลือกแผนระบุผู้ขับขี่ก็จะสามารถลดเบี้ยประกันได้มากที่สุด
  2. ติดตั้งกล้องติดรถยนต์ – ที่รู้ใจติดกล้องลดเบี้ยสูงสุด 10%
  3. เลือกค่าเสียหายส่วนแรก – ยิ่งเลือกค่าเสียหายส่วนแรกสูง ยิ่งประหยัดเบี้ยประกันภัย
  4. ปรับแต่งแผนความคุ้มครอง – หากเลือกบริษัทที่ปรับแต่งความคุ้มครองเองได้ เราจะสามารถเลือกแค่ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ และไม่ต้องเสียเบี้ยประกันไปกับความคุ้มครองที่เราไม่ต้องการ

ไม่เคลมประกันเพื่อลดค่าเบี้ยประกันทำยังไง?

หากมอเตอร์ไซค์ของคุณเกิดความเสียหายเล็กน้อย เมื่อประเมินจากสายตาหรือจากอู่ซ่อมแล้ว ราคาค่าซ่อมน้อยกว่าค่าเสียหายส่วนแรกที่เลือกไว้ตอนทำประกันหรือมากกว่าเล็กน้อย การที่คุณไม่แจ้งเคลมจะทำให้คุณสามารถรักษาประวัติที่ดีได้

ตัวอย่างเช่น

คุณเลือกทำประกันชั้น 1 เลือกค่าเสียหายส่วนแรกที่ 2,000 บาท

  • ค่าซ่อมน้อยกว่าค่าเสียหายส่วนแรก

คุณประสบอุบัติเหตุรถล้ม รถเสียหายเล็กน้อยและต้องเสียค่าซ่อมรถ 1,500 บาท (น้อยกว่าค่าเสียหายส่วนแรก) หากคุณเลือกที่จะไม่แจ้งเคลมและซ่อมรถด้วยตัวเอง คุณจะสามารถรักษาประวัติดีไว้ได้ ในปีต่อไปเมื่อต้องต่อประกัน ค่าเบี้ยก็จะลดลงมา โดยค่าเบี้ยอาจลดสูงสุดถึง 50% หากไม่มีการเคลม 4 ปีติดต่อกัน

  • ค่าซ่อมรถมากกว่าค่าเสียหายส่วนแรก

หากคุณรถล้ม และมีค่าซ่อมรถมากกว่าค่าเสียหายส่วนแรก เช่น ค่าซ่อมรถ 2,500 บาท เมื่อแจ้งเคลมคุณจะต้องเสีย 2,000 บาทเป็นค่าเสียหายส่วนแรก และบริษัทประกันจะออกให้อีก 500 บาท ในกรณีนี้คุณต้องเทียบความคุ้มค่าของส่วนลดในปีถัดไป กับส่วนต่างที่บริษัทประกันออกให้ว่าคุ้มค่ามั้ย เพราะหากคุณเลือกที่จะไม่เคลมเพื่อรักษาประวัติที่ดี ปีถัดไปอาจจะลดเบี้ยจากส่วนลดประวัติดีได้ถึง 20%

เทคนิคประหยัดค่าเบี้ยประกันด้วยการไม่เคลม | ประกันรถมอเตอร์ไซค์ | รู้ใจ

ไม่เคลมประกันเพื่อลดค่าเบี้ยประกัน คุ้มค่ามั้ย?

หากรถมอเตอร์ไซค์เกิดความเสียหายเล็กน้อย หากแจ้งเคลมประกันโดยที่หาคนผิดหรือคู่กรณีไม่ได้ คุณก็ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกตามที่เลือกรับไว้ในกรมธรรม์อยู่ดี ดังนั้นการไม่แจ้งเคลมและเสียค่าซ่อมรถเองก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากเราประวัติดีไม่เคลมเลยใน 1 ปี ก็จะได้ส่วนลดประวัติดี 20% ซึ่งลดค่าเบี้ยได้มากกว่า

ไม่เคลมประกันเพื่อค่าเบี้ยประกัน ลดได้เท่าไหร่?

สำหรับคำถามนี้ไม่มีคำตอบที่แน่นอน เพราะการพิจารณาลดเบี้ยตามส่วนลดประวัติดี มีเงื่อนไขการพิจารณาที่แตกต่างกัน เช่น จำนวนการเคลม จำนวนการเกิดอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิด เป็นต้น แต่โดยส่วนมาก ส่วนลดประวัติดีจะมีเปอร์เซ็นต์เป็นขั้นบันไดดังนี้

  • ส่วนลดประวัติดี 20% ของเบี้ยประกันมอเตอร์ไซค์ในปีถัดไป เมื่อไม่มีการแจ้งเคลมในปีแรก
  • ส่วนลดประวัติดี 30% ของเบี้ยประกันมอเตอร์ไซค์ในปีถัดไป เมื่อไม่มีการแจ้งเคลม 2 ปี ติดต่อกัน
  • ส่วนลดประวัติดี 40% ของเบี้ยประกันมอเตอร์ไซค์ในปีถัดไป เมื่อไม่มีการแจ้งเคลม 3 ปี ติดต่อกัน
  • ส่วนลดประวัติดี 50% ของเบี้ยประกันมอเตอร์ไซค์ในปีถัดไป เมื่อไม่มีการแจ้งเคลม 4 ปี ติดต่อกัน

หากความเสียหายอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุเป็นเพียงความเสียหายเพียงเล็กน้อย ซ่อมไม่แพง ค่าใช้จ่ายในการซ่อม ‘ถูกกว่า’ เมื่อเทียบกับการต้องมาจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกในกรมธรรม์ นอกจากจะช่วยให้คุณควักเงินน้อยกว่าแล้ว ยังส่งผลต่อ “ส่วนลดค่าเบี้ยประกัน” ในปีต่อไปด้วยเช่นกัน หากกำลังมองหาทริคลดค่าเบี้ยประกันอยู่ การไม่แจ้งเคลมเพื่อรักษาประวัติ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ

การทำประกันรถมอเตอร์ไซค์ หากศึกษาดี ๆ ก็จะช่วยให้คุณประหยัดเงินค่าเบี้ยในปีถัดไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ หากไม่แน่ใจหรือเกิดข้อสงสัยในจุดไหน แนะนำให้สอบถามนายหน้า ตัวแทน หรือบริษัทให้เข้าใจตรงกันซะก่อน เพื่อป้องกันการเสียผลประโยชน์ที่อาจตามมาในอนาคต

สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รวมถึงประกันภัยออนไลน์ต่าง ๆ จากรู้ใจได้ที่ Facebook Page: Roojai หรือคลิกที่นี่เพื่อเพิ่มเราเป็นเพื่อนใน LINE ได้เลย (Official Line ID: @roojai)

คำจำกัดความ

ต่อประกัน การขยายระยะเวลาคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย
ค่าซ่อมรถ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการซ่อมแซมรถเมื่อได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ
แผนผู้ขับขี่ ตัวเลือกในกรมธรรม์ประกันรถยนต์ที่ให้ผู้เอาประกันภัยเลือกผู้ขับขี่ที่สามารถใช้งานรถยนต์ได้