21 December, 2016
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

ช่วงหน้าหนาวอากาศเย็นแบบนี้เป้าหมายที่ใครๆ ก็ให้ความสนใจอยากจะไปเยือนในวันหยุดคงไม่พ้นดอยสูงทางภาคเหนือไม่ว่าจะเป็นดอยอ่างขาง ดอยอินทนนท์ ดอยแม่สลอง หรือที่อื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่บนพื้นที่สูง

การจะเดินทางไปถึงสถานที่เหล่านั้นจำเป็นจะต้องขับรถผ่านเส้นทางที่ลาดชันเป็นระยะทางไกล มาดูกันว่าสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการขับรถในเส้นทางที่คดเคี้ยวและลาดชันตามไหล่เขามีอะไรบ้าง

– เกียร์ต่ำสำคัญทั้งขึ้นทั้งลง ในเส้นทางขึ้น-ลงทางลาดชันทุกแห่งจะมีป้ายให้คำแนะนำอยู่เสมอว่าควรใช้เกียร์ต่ำ เนื่องจากเกียร์ต่ำในการขับรถขาขึ้นรถจะมีกำลังพอที่จะไต่ระดับความชันได้ และในขาลงทางชันการใช้เกียร์ต่ำจะทำให้เกิด Engine Brake ช่วยในการชะลอความเร็ว เป็นการลดภาระการใช้เบรกและป้องกันไม่ให้เบรกไหม้ซึ่งอันตรายมาก

– เหยียบเบรกได้แต่ไม่ควรแช่ ไม่ใช่ว่าการขับรถลงเขาไม่ควรเหยียบเบรกเลยแล้วอาศัยการชะลอรถจาก Engine Brake เท่านั้น อย่างไรก็ต้องใช้เบรกด้วยเพื่อช่วยชะลอและหยุดรถ แต่ไม่ควรเหยียบเบรกต่อเนื่องหรือเหยียบแช่เป็นเวลานานโดยเฉพาะช่วงที่จะต้องขับลงเขาต่อเนื่องเป็นระยะทางยาว

– ดูจังหวะรักษาระยะห่าง หากมีรถร่วมเส้นทางจำนวนมากไม่ว่าจะในช่วงขาขึ้นหรือลงทางลาดชันก็ตาม ไม่ควรขับจี้ท้ายรถคันหน้ามากเกินไป ควรเว้นระยะห่างพอประมาณเพื่อให้มีระยะที่สามารถหลบเลี่ยงได้ทันในกรณีที่คันหน้าเสียจังหวะหรือรถไหล

– อย่าเร่งอย่าแซงในที่ขับขัน ถนนในภูเขาไม่เพียงลาดชันและคดเคี้ยวแต่หลายเส้นทางยังค่อนข้างแคบอีกด้วย ดังนั้นในการจะใช้ความเร็วหรือเร่งแซงควรดูระยะห่างและรถรอบข้างให้ดีว่าอยู่ในสถานการณ์ที่จะแซงได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ หากพิจารณาดูแล้วเป็นจุดที่ขับขันและเสี่ยงเกินไปก็ไม่ควรใจร้อนที่จะแซงในทันที

 

 

– บีบแตรเข้าไว้คอยให้สัญญาณ ในช่วงทางเลี้ยว ทางแยก ทางโค้ง เช่นโค้งหักซอกซึ่งไม่สามารถมองเห็นรถที่สวนมาได้ในระยะไกล นอกจากลดความเร็วเพื่อให้เข้าโค้งได้อย่างปลอดภัยแล้ว ควรบีบแตรเพื่อให้สัญญาณกับรถที่สวนมาด้วย การใช้สัญญาณแตรในเส้นทางแบบนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและช่วยลดอุบัติเหตุได้

– ป้ายเตือนข้างทางเชื่อฟังกันหน่อย ในจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มักจะติดป้ายสัญญาณเตือนเป็นพิเศษ ควรเชื่อฟังและปฏิบัติตามป้ายเตือนนั้นอย่างเคร่งครัด

– จอดรถข้างทางอย่างระมัดระวัง หากรถมีปัญหาต้องหลบข้างทางหรือต้องการจอดเพื่อตรวจสอบเส้นทางก็ตาม ควรจอดรถชิดไหล่ทางให้มากที่สุด กรณีที่รถเสียหากรถพอที่จะเคลื่อนที่ได้ควรขับไปยังจุดจอดที่เป็นพื้นที่ราบและไม่อยู่ในช่วงของทางโค้งหรือทางแยก พร้อมกับเปิดสัญญาณไฟเพื่อให้รถคันอื่นทราบว่ามีรถจอดอยู่บริเวณไหล่ทางข้างหน้า

การปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุลงได้ และการขับรถในทริปท่องเที่ยวนี้จะมีความอุ่นใจมากยิ่งขึ้นไปอีกหากซื้อประกันภัยรถยนต์กับ Roojai เพราะหากซื้อประกันภัยประเภท 1 ตอนนี้ รับฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรีกรณีรถเสียตลอด 24 ชั่วโมง ทุกเส้นทางทั่วประเทศไทย

ข้อดีที่แตกต่างของรู้ใจคือ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถไปถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วด้วยการตรวจสอบตำแหน่งผ่านแอปพลิเคชัน Roojai Mobile App ไม่ว่าลูกค้าจะรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุอยู่ตรงไหน ไหล่เขาใด ดอยไกล หรือถนนกลางทางไร้จุดสังเกต เคลมผ่าน Roojai Mobile App ก็ไปถึงอย่างแม่นยำ

สนใจซื้อประกันภัยรถยนต์กับ Roojai แต่อยากรู้ว่าค่าเบี้ยเท่าไร เช็คค่าเบี้ยด้วยตัวเองผ่านออนไลน์ได้เลย ซื้อตอนนี้ยังได้รับ ฟรี! บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 500 บาทอีกด้วย

โทร 02 117 2222

แชร์บทความนี้บน: