16 March, 2016
Share
shares
แชร์บทความนี้บน:

เป็นความจริงที่โหดร้าย ที่รถของคุณอาจเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคและเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติในเวลาใดก็ได้ อย่างไรก็ตาม ข่าวดีก็คือทุกครั้งที่มีเหตุขัดข้องเกิดขึ้นมักจะมีสัญญาเตือนก่อนเสมอ

หมั่นทำการตรวจเช็คเบื้องต้น

มันเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการสละเวลาตรวจเช็คเพื่อให้แน่ใจว่ารถของคุณอยู่ในสภาพที่ดี โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล สิ่งที่คุณต้องตรวจเช็ค ได้แก่:

  • ความเสียหายและการเสื่อมสภาพของแบตเตอร์ หากพบ คุณต้องรีบเปลี่ยนใหม่ทันที มิฉะนั้น รถของคุณอาจสตาร์ทไม่ติดได้
  • เมื่อน้ำมันเครื่องเกาะก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องหนา คุณควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เพื่อป้องกันเครื่องยนต์เสียหาย
  • มีผงโลหะในน้ำมัน หากคุณพบว่ามีผงโลหะเล็กๆ เมื่อละเลงน้ำมันบนนิ้วมือ แสดงว่ามีบางส่วนเริ่มผุพังเสื่อมสภาพ คุณควรนำรถเข้าอู่
  • มีน้ำสีเขียวหรือสีฟ้าหยดใต้ท้องรถ อาจเกิดจากน้ำยาหล่อเย็นของรถเกิดการรั่ว และอาจทำให้รถของคุณมีความร้อนขึ้นสูงได้
  • ดอกยางไม่สม่ำเสมอ อาจแสดงถึงช่วงล่างมีปัญหา หรือการตั้งศูนย์ถ่วงล้อไม่ดี

หมั่นสังเกตแผงหน้าปัดรถยนต์ Keep an eye on the dashboard

แม้ว่าไฟบนแผงหน้าปัดบางอันจะส่งสัญญาณเตือนการซ่อมบำรุงทั่วไป แต่ก็มีบางสัญญาณที่เราต้องให้ความสนใจ และรีบแก้ไขทันที:

  • สัญลักษณ์แบตเตอรี่ไม่แสดงเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ หรือแสดงตลอดเวลาที่ขับรถ แสดงว่ากำลังมีปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่ หรือเกี่ยวกับระบบการชาร์จ
  • สัญลักษณ์ไฟเครื่องยนต์ติดหรือกระพริบ แสดงว่าต้องนำรถไปเช็คเครื่องยนต์
  • เครื่องหมายตกใจอยู่ในวงกลม หมายถึงต้องเติมน้ำมันเบรค แต่หากเติมน้ำมันเบรคแล้ว แต่สัญญาณยังไม่หายไป อาจเกิดความผิดพลาดกับระบบเซนเซอร์
  • เครื่องหมาย ABS ขึ้นในขณะที่ขับรถ แสดงว่ามีปัญหาเกี่ยวกับระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรค (Anti-Lock Breaking System)
  • หากคุณเห็นสัญลักษณ์ถังน้ำมัน เมื่อเติมน้ำมันแล้วแต่สัญลักษณ์ยังไม่หายไป ให้คุณดับเครื่องยนต์และขอความช่วยเหลือ

 

 

ฟังเสียงของเครื่องยนต์

หากคุณเป็นผู้ขับรถเป็นประจำ คุณจะสามารถรับรู้ถึงความผิดปกติของเสียงเครื่องยนต์ได้ ซึ่งคุณควรให้ความสนใจและลงมือแก้ไขเมื่อ:

  • เครื่องยนต์มีเสียงดังชั๊กๆ และสตาร์ทไม่ติด หรือมีเสียงดังชั๊กๆ ซ้ำๆ ก่อนสตารท์ แสดงถึงแบตเตอรี่อ่อน หรือแบตเตอรี่หมด
  • ในขณะที่คุณขับรถเกิดมีเสียงแหลมดังขึ้นมา นั่นหมายถึงสายพานพัดลมหย่อน หรือถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนสายพานใหม่แล้ว
  • หากคุณได้ยินเสียงแหลมๆ เวลาเบรค แสดงว่าผ้าเบครเริ่มเสื่อม คุณควรเปลี่ยนผ้าเบรค
  • ในขณะขับรถ เกิดมีเสียงดังเฟี้ยวขึ้นมา อาจหมายถึงเกิดการรั่วของน้ำยาหล่อ หรือเครื่องยนต์ของรถมีความร้อนสูงเกินไป

สังเกตกลิ่นและควันรถ

หากคุณสามารถสังเกตปัญหาและกลิ่นที่ผิดปกติได้ จะช่วยให้คุณรู้ปัญหาของรถได้เร็วขึ้น โดยสังเกตจาก:

  • ควันลอยขึ้นมาจากฝาครอบเครื่องยนต์ แสดงว่าเครื่องยนต์มีความร้อนสูงเกินไป
  • ถ้ามีควันสีฟ้าออกมาจากท่อไอเสีย อาจเกิดจากน้ำมันเครื่องเล็ดเข้าไปในส่วนหัวลูกสูบ ทำให้ถูกเผาไหม้ออกมาด้วย
  • มีควันสีขาวออกมาจากท่อไอเสีย แสดงว่ามีน้ำหรือน้ำยาหล่อเย็นเข้าไปในห้องเผาไหม้ และเผาออกมาเป็นไอน้ำ หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้
  • มีควันดำหรือมีกลิ่นจากท่อไอเสีย คุณควรเปลี่ยนที่กรองท่อไอเสีย

โทร 02 117 2222

แชร์บทความนี้บน: